วันพุธ ที่ 8 เมษายน 2569

Login
Login

'นครินทร์' รับศาล รธน.ขยายเวลาแจง 15 วัน ปมบาร์โค้ด ย้ำทำคดีอิสระ

'นครินทร์' รับศาล รธน.ขยายเวลาแจง 15 วัน ปมบาร์โค้ด ย้ำทำคดีอิสระ

'นครินทร์' เผยศาล รธน.อนุญาต กกต.-ผู้ตรวจการแผ่นดิน ขยายเวลายื่นหลักฐาน 'คดีบาร์โค้ด' อีก 15 วัน รับอาจนำคดีหันคูหาผิดปี 49 มาพิจารณาด้วย ย้ำตุลาการมีความอิสระ

เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2569 นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงความคืบหน้าของ "คดีบาร์โค้ด" บนบัตรเลือกตั้ง 2569 ว่า ต้องฟังความทั้งสองฝ่าย ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการยื่นหลักฐาน ซึ่งทั้งสองฝ่ายประกอบด้วย ผู้ร้องคือผู้ตรวจการแผ่นดิน และผู้ถูกร้องคือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ขอขยายเวลายื่นหลักฐาน ศาลได้อนุญาตให้ขยายเวลาไปแล้ว 15 วัน โดยที่ประชุมองค์คณะตุลาการและตกลงกันว่า ควรจะอนุญาตให้ขยายเวลาได้ไม่เกิน 2-3 ครั้ง ครั้งละ 15 วัน อย่างไรก็ตามต้องขอดูเหตุผลของการขอขยายเวลาด้วย ซึ่งขณะนี้ยังเป็นไปตามกระบวนการ

นายนครินทร์ กล่าวว่า หลังจากคู่ความทั้ง 2 ฝ่ายได้ยื่นหลักฐานมาครบถ้วนแล้ว ก็จะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมขององค์คณะตุลาการ เพื่ออภิปรายว่าพยานของทั้งสองฝ่ายมีความซ้ำซ้อนกันหรือไม่ หรือต้องให้พยานที่เสนอชื่อมาได้ชี้แจงด้วยตนเองหรือไม่ เพราะบางประเด็นอาจต้องให้พยานชี้แจงเอง ขณะที่บางประเด็นที่ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร หากยังมีความไม่ชัดเจนก็อาจต้องเรียกมาไต่สวน

เมื่อถามถึงกรณีมีการคาดเดาผลการลงมติว่าอาจจะเป็น 5 ต่อ 4 เสียง หรืออาจค้านสายตาประชาชนที่ไม่เชื่อมั่นในบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง นายนครินทร์ กล่าวว่า ทุกคนมีอิสระ คืออิสระของตุลาการแต่ละคน และอิสระขององค์คณะ เราที่ยืนอยู่ 5 คนนี้ก็ถือว่ามีอิสระด้วยกันทั้งหมด

เมื่อถามว่า จะใช้บรรทัดฐานของการพิจารณาคดีเลือกตั้งเป็นโมฆะในอดีตเนื่องจากการหันคูหาผิดด้านหรือไม่นั้น นายนครินทร์ กล่าวว่า ถือเป็นคนละกรณีกัน พร้อมยอมรับว่าอาจต้องเอาเรื่องเก่ากลับมาดูด้วย แต่เป็นคนละกรณีกัน

"ไม่มีอะไรกังวลเกี่ยวกับคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง และยังอยู่ในกรอบของเวลา เพราะคดีที่เคยใช้เวลาพิจารณาคดีนานที่สุดคือ 11 เดือน และไม่ควรจะเกินกว่านี้" ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าว

เมื่อถามว่าข้อสงสัยว่าความเป็นลับของการเลือกตั้ง ที่มีความลับเฉพาะหน้า และลับแบบสืบค้น แตกต่างกันอย่างไรนั้น นายนครินทร์ กล่าวว่า ขอนำไปพูดคุยกันภายในองค์คณะ และขอดูหลักฐานของทั้งสองฝ่ายด้วย ความจริงทั้ง 2 ฝ่าย ก็ควรจะยื่นมาทั้งพยานและหลักฐาน รวมถึงวิธีการได้มาซึ่งหลักฐานด้วย แล้วจึงจะสามารถนำมาอภิปรายร่วมกันอีกครั้ง รัฐบาลก็ดำเนินการต่อไปได้ เพราะเป็นคนละเขตอำนาจกัน องค์กรตุลาการมีหน้าที่วินิจฉัยคดีความหรือข้อขัดแย้ง ข้อพิพาท ส่วนองค์กรบริหารก็ต้องทำงานไปเป็นปกติอยู่แล้ว เหมือนกับฝ่ายบริหารของทุกประเทศที่ทำงานตามปกติเป็นรายวันอยู่แล้ว แต่ศาลไม่ใช่องค์กรที่ทำงานรายวัน เราทำงานเรื่องคดี

'นครินทร์' รับศาล รธน.ขยายเวลาแจง 15 วัน ปมบาร์โค้ด ย้ำทำคดีอิสระ

ส่วนข้อสงสัยว่า การเลือกตั้งเป็นไปโดยลับ ความลับเฉพาะหน้า และลับแบบสืบค้น แตกต่างกันอย่างไรนั้น นายนครินทร์ กล่าวว่า ขอนำไปพูดคุยกันภายในองค์คณะ และขอดูหลักฐานของทั้งสองฝ่ายด้วย ความจริงทั้ง 2 ฝ่าย ก็ควรจะยื่นมาทั้งพยานและหลักฐาน รวมถึงวิธีการได้มาซึ่งหลักฐานด้วย แล้วจึงจะสามารถนำมาอภิปรายร่วมกันอีกครั้ง

ส่วนกรณีเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับรัฐบาล กำลังจะแถลงนโยบาย นายนครินทร์ กล่าวว่า รัฐบาลก็ดำเนินการต่อไปได้ เพราะเป็นคนละเขตอำนาจกัน องค์กรตุลาการมีหน้าที่วินิจฉัยคดีความหรือข้อขัดแย้ง ข้อพิพาท ส่วนองค์กรบริหารก็ต้องทำงานไปเป็นปกติอยู่แล้ว เหมือนกับฝ่ายบริหารของทุกประเทศที่ทำงานตามปกติเป็นรายวันอยู่แล้ว แต่ศาลไม่ใช่องค์กรที่ทำงานรายวัน เราทำงานเรื่องคดี

ขณะที่ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวเสริมว่า ข้อเท็จจริงอาจจะเปลี่ยน อาจจะทำให้คำวินิจฉัยเปลี่ยนแปลงไปด้วย