วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน 2569

Login
Login

'ภคมน' ยื่นญัตติด่วน จี้รัฐบาลเยียวยาน้ำท่วมใต้ ชี้ระบบล้มเหลว

'ภคมน' ยื่นญัตติด่วน จี้รัฐบาลเยียวยาน้ำท่วมใต้ ชี้ระบบล้มเหลว

'ภคมน' ยื่นญัตติด่วน เยียวยาน้ำท่วมใต้ ซัดรัฐบาลไม่มีเอกภาพสั่งการ ปล่อยชาวหาดใหญ่เผชิญอุทกภัย ชี้ระบบล้มเหลว จี้รัฐวางโรดแมปจัดการน้ำ

เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการพิจารณาญัตติด่วนกรณีการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุ น้ำท่วมหาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อปลายปี 2568 โดย น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายว่า ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่ได้ร่วมทุกข์กับชาวหาดใหญ่ในช่วง พ.ย. 2568 ที่ผ่านมา ที่เกิดอภิมหาอุทกภัยรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี เนื่องจากมีน้ำฝนมากที่สุดในรอบ 300 ปี ซึ่งแน่นอนว่าเราไม่สามารถห้ามฟ้าหรือห้ามฝนได้ แต่เราสามารถคาดหวังกับศักยภาพจากรัฐบาลในการบริหารจัดการภัยพิบัติและเยียวยาประชาชนได้ ซึ่งตนได้มีโอกาสคุยกับเจ้าของบ้านคนหนึ่งในวันที่น้ำลดแล้ว เห็นขอบของน้ำที่ท่วมระดับระเบียงบ้านชั้นสอง

น.ส.ภคมน กล่าวว่า เขานั่งนิ่ง ๆ และบอกกับตนว่านั่งแบบนี้มา 2 วันแล้ว ไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อ เพราะของในบ้านไปกับน้ำหมดแล้ว เหตุการณ์ครั้งนั้นโหดร้ายมากจริงๆ คนธรรมดาที่ไม่ได้ร่ำรวยเจอภัยพิบัติระดับนั้น ภาษาชาวบ้านคือไม่ตายก็ลุกไม่ไหว ตนไม่ต้องการเอาชะตากรรมของประชาชนมาขยายความ แต่ที่ต้องพูดเพราะเราไม่ควรจะมีญัตตินี้ด้วยซ้ำ ญัตติที่ต้องมามาทวงเงินเยียวยา หรือความรับผิดชอบจากรัฐบาลให้พี่น้องชาวหาดใหญ่และพื้นที่น้ำท่วมในภาคใต้ที่ผ่านมาแล้ว 5 เดือน หากรัฐมีศักยภาพจริงตนไม่ต้องมายืนทวงเงินเยียวยากลางสภาแห่งนี้

น.ส.ภคมน กล่าวอีกว่า เราต้องยอมรับกันตรงๆ ว่าระบบราชการที่ไม่ยืดหยุ่น วัฒนธรรมการเมืองที่ล้าหลัง เป็นอุปสรรคในการตัดสินใจในการสั่งการในสถานการณ์ที่เปลี่ยนทุกนาที แต่รัฐบาลไทยตั้งวอร์รูมอยู่ที่กรุงเทพ คนในรัฐบาลที่เกี่ยวข้องที่มีอำนาจแก้ปัญหา ขอถามจริงๆว่ามีใครอยู่ในพื้นที่เกิน 3 วันบ้าง ผลสุดท้ายประชาชนโดนโดดเดี่ยวจากรัฐบาล ที่ทำงานไม่ทันเหตุการณ์ สถานการณ์ลุกลามบานปลายรุนแรงมากขึ้น ความช่วยเหลือเกินมือท้องถิ่น อาสาสมัครทำหน้าที่เป็นที่พึ่งหลักของประชาชน เราทำงานช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอพยพส่งข้าวส่งของกัน พูดตรงๆ ว่าเราใช้สัญชาตญาณล้วนๆ

รองโฆษกพรรค ปชน.กล่าวว่า พรรคประชาชน เสนอให้ทำศูนย์ข้อมูลกลาง ลิงค์ข้อมูลจากกระทรวงต่างๆมาในข้อมูลนี้ทั้งหมดและลิ้งค์ข้อมูลจากจิสด้า ที่เป็นภาพถ่ายดาวเทียมที่ระบุว่าใครติดอยู่ตรงไหนบ้างเพื่อประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าให้กับแนวหน้าอาสาสมัคร และหน่วยงานที่ทำงานร่วมกับท้องถิ่นได้ ซึ่งข้อมูลกลางจะมีการระบุตำแหน่งภูมิศาสตร์ที่ช่วยเหลือประชาชนได้ จนถึงขณะนี้ถ้ามีข้อมูลกลางก็จะใช้ข้อมูลในการเยียวยาประชาชนได้เลย ไม่ต้องรอให้ประชาชนถ่ายเอกสารยืนรอต่อคิว นอกจากนี้ ต้องทำให้ระเบียบมีมาตรฐานและพึ่งพาได้จริงๆไม่เช่นนั้นประชาชนต้องต่อสู้ดิ้นรนกันแบบนี้

น.ส.ภคมน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเรื่องการจ่ายเงินเยียวยารัฐบาลพูดหลายครั้งว่าถ้าเทียบกับอดีตแล้วครั้งนี้ค่อนข้างที่จะรวดเร็ว ตนยืนยันว่าเราไม่ได้ถามหาความรวดเร็วที่เทียบกับในอดีต แต่เราถามหามาตรฐานที่ประชาชนควรจะได้รับ  เหตุการณ์น้ำท่วมผ่านไปเหลือทิ้งไว้คือเศรษฐกิจที่หวังฟื้นตามธรรมชาติ ซึ่งเราหวังให้ฟื้นตามธรรมชาติไม่ได้ 

“สภาพเมืองที่เจออุทกภัยยิ่งใหญ่ขนาดนั้นต้องมีการฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ ซึ่งปัจจุบันหากไปที่อำเภอหาดใหญ่จะเห็นได้ว่าเป็นเหมือนจะกลับมาปกติ ท่านอย่าคิดว่าเกิดจากการบริหารจัดการของรัฐบาล อย่าคิดเด็ดขาด ท่านไม่มีเครดิตกับเรื่องนี้แม้กระทั่งจะคิดด้วยซ้ำ“ น.ส.ภคมน กล่าว

ทั้งนี้ อำเภอหาดใหญ่ เป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่เชื่อมต่อจังหวัดอื่นๆ และเป็นตลาดแรงงานของจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งบริบทเมืองขับเคลื่อนด้วยภาคธุรกิจ ถ้าไม่สามารถเรียกร้องความเชื่อมั่นจากนักลงทุนและกระตุ้นนักท่องเที่ยวเข้ามาได้ อำเภอหาดใหญ่ไปต่อได้ยาก จนถึงวันนี้รัฐบาลประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจของหาดใหญ่ไว้แล้วหรือไม่ว่าเสียหายไปเท่าไหร่ และต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ถึงจะสามารถชดเชยเศรษฐกิจที่ชดเชยได้ ซึ่งการฟื้นฟูเมืองหลังเจอมหาอุทกภัยต้องมีทั้งระยะสั้นและระยะยาว วันนี้เรียกร้องให้ออกมาตรการระยะสั้นก่อน เช่น ออกโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรองโดยหมุนเวียนบัญชีเมืองรองทุกๆ 4 เดือน ทำโปรโมชั่นร่วมกับโรงแรมและร้านอาหารในพื้นที่ อย่าหวังว่าปล่อยคนละครึ่งพลัสแล้วจบ 

“อีกไม่กี่วันจะสงกรานต์แล้วความหวังของภาคธุรกิจในหาดใหญ่เขาหวังว่าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศเข้าเที่ยวในอำเภอหาดใหญ่ แต่เมื่อเจอเศรษฐกิจวิกฤตน้ำมันแบบนี้ ทำท่าจะยาก บวกกับรัฐบาลยังไม่มีมาตรการกระตุ้นอะไรเพื่อช่วยพื้นที่เศรษฐกิจในหาดใหญ่เลย สรุปแล้ววันนี้พี่น้องชาวหาดใหญ่หรือพื้นที่ใกล้เคียงที่น้ำท่วมที่ผ่านไป 5 เดือน เขาเจอวิกฤตซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซ้ำอยู่นั่น” น.ส.ภคมน กล่าว

น.ส.ภคมน กล่าวด้วยว่า สิ่งที่ภาคธุรกิจต้องการไม่ต่างกับประชาชนเพราะเขาต้องการโรดแมพในการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อความมั่นใจสามารถลงทุนในรอบใหม่ได้ และวันพรุ่งนี้ (9 เม.ย.) จะมีการแถลงนโยบายต่อสภา ตนแอบไปดูนโยบายที่จะแถลงนั้น คือนโยบายกองทุนภัยพิบัติที่เมื่ออ่านแล้วก็สรุปได้ว่าวัตถุประสงค์เพื่อเยียวยาประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติ ตนขอย้ำว่าการเยียวยาประชาชนจากภัยพิบัติไม่เท่ากับการป้องกันประชาชนตั้งแต่แรก เทียบกันไม่ได้แม้รัฐจะต้องทำทั้งสองอย่างก็ตาม แต่น่าผิดหวังที่บทเรียนความล้มเหลวจากน้ำท่วมภาคใต้ครั้งนี้ไม่มีค่าพอให้รัฐบาลออกเป็นแนวทางนโยบายรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหา จึงทำให้เราต้องมายื่นญัตติกันวันนี้ ท่านคิดแต่รูปแบบการเยียวยาแก้ปัญหาด้วยการจ่ายเงินแล้วจบ สิ่งนี้ชะตากรรมของประชาชนแขวนบนเส้นด้าย