วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน 2569

Login
Login

‘นิติสงคราม’รุกส้ม -‘เทา’ข่มเขียว ลดเสถียรภาพ ‘5 พรรคฝ่ายค้าน’

‘นิติสงคราม’รุกส้ม -‘เทา’ข่มเขียว  ลดเสถียรภาพ ‘5 พรรคฝ่ายค้าน’

คดี “44 สส. อดีตพรรคก้าวไกล” ที่ร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112  ล่าสุด มีความเคลื่อนไหวจากกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เตรียมส่งคำร้องต่อศาลฎีกา ในข้อกล่าวหาฝ่าฝืนมาตรฐาน “จริยธรรมอย่างร้ายแรง” ในวันที่ 9 เม.ย. หลังยืดเยื้อมานานกว่า 1 ปี และเป็น “ดาบสอง” หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย “ดาบแรก” สั่งยุบพรรคก้าวไกล เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรค เป็นเวลา10ปี 

เป็นการสะท้อนฉากการเมืองภายใต้ “เกมนิติสงคราม” ที่กำลังรุกคืบฝ่ายค้าน ในวันที่ “พรรคสีน้ำเงิน” คุมเกมบนกระดานอำนาจแบบเบ็ดเสร็จทั้งฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ เชื่อมโยงไปถึงองค์กรอิสระ

แน่นอนว่า การส่งสัญญาณวันที่ 9 เม.ย.ที่คาดการณ์ว่า ป.ป.ช.จะส่งคำร้องต่อศาลฎีกา ไม่เพียงแต่จะตรงกับวันแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเพียงเท่านั้น แต่ยังหมายรวมไปถึงฉากทัศน์ถัดไป หากศาลฎีกา “รับคำร้อง” ดังกล่าว นั่นอาจหมายรวมไปถึง คำสั่งให้ “ผู้ถูกกล่าวหา” ซึ่งยังคงสถานะเป็นสส.ในปัจจุบันจำนวน 15 คน หยุดปฏิบัติหน้าที่ 

จำนวนนี้มี “คีย์แมนส้ม” คนสำคัญ ทั้ง “เท้ง ” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน “ไหม” ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค 

รวมถึง “หัวหมู่ทะลวงฟัน”พรรคส้ม ทั้ง รังสิมันต์ โรม วาโย อัศวรุ่งเรือง ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ณัฐวุฒิ บัวประทุม สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ และ 2 สส.กทม. ธีรัจชัย พันธุมาศ และเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร

แม้ท่าทีล่าสุดจาก“เท้ง”ณัฐพงษ์ ที่ออกมาประเมินเกมการเมือง ยืนยันเตรียมรับมือไว้แล้วทุกสถานการณ์ 

แต่หากผลเป็นลบ คือศาลสั่ง “10 สส.”พรรคประชาชนหยุดปฏิบัติหน้าที่ ย่อมส่งผลไปถึงเสียงฝ่ายค้าน ที่จะหายไป 10 เสียง เหลือเพียง 191 เสียง 

ประกอบด้วยพรรคประชาชน 110 คน (จาก 120 คน) ในจำนวนนี้ ยังรวมไปถึง “สุริยา วงศ์อารีย์” สส.อุดรธานี ที่เวลานี้แปรสภาพเป็นงูเห่าสีส้ม บวกกล้าธรรม 58 คน ประชาธิปัตย์ 21 คน เสรีรวมไทย 1 คน และไทยภักดี 1 คน

ขณะที่รัฐบาลมีเสียงท้วมท้น มากกว่า 290 เสียง ทิ้งห่างขั้วฝ่ายค้านกว่า 100 เสียง ชนิดที่เรียกว่า สามารถโหวตผ่านแต่ละวาระได้อย่างฉลุย โดยไม่มีเสียงฝ่ายค้านมากวนใจ เว้นเสียแต่ว่ารัฐบาลจะมีเหตุการณ์ให้เป็นอันต้องสะดุดขาตัวเอง หรือเกิดเกมแตกหักในขั้วรัฐบาลอีกรอบ ถึงเวลาการเมืองอาจเข้าสู่โหมดเปิดดีลพลิกขั้ว เขย่าสูตรกันใหม่อีกรอบ 

ภายใต้เกม “นิติสงคราม”ที่กำลังรุกคืบ “พรรคส้ม”ในเวลานี้  ขณะที่ “พรรคเขียว”เจอเกม“ปั่นเทา” จากกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ป.ป.ง.) ดำเนินคดี“สส.กฤต”ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ในคดีเว็บพนัน ที่เป็น“เกมเชือดไก่ให้ลิงดู” หวังสยบความเคลื่อนไหว“ธรรมนัส พรหมเผ่า” ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ที่อาจกำลังซุ่ม เดินเกมดัดหลัง“ครูใหญ่สีน้ำเงิน” หลังตกขบวนร่วมรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย

ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลานี้ จึงเป็นการสะท้อนถึง“เกมรุก” ในห้วงที่“สีน้ำเงิน”คุมเสียงบนกระดานอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ 3 เสาหลัก ทั้งบริหาร นิติบัญญัติ เชื่อมโยงไปถึงฝ่ายตุลาการ  

ยังเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ปรากฎการณ์“นิติสงคราม”รุกคืบส้ม ขณะที่ปมร้อนสีเทา กำลังข่ม“เขียว” ที่เคยเป็นพันธมิตรน้ำเงิน แถมยังลดทอนเสถียรภาพ“5 พรรคร่วมฝ่ายค้าน” ในเวลาเดียวกันอีกด้วย