วันอังคาร ที่ 7 เมษายน 2569

Login
Login

‘รัฐบาลหนู’ ติดกับ‘น้ำมัน’ ฉุดเชื่อมั่น เดิมพัน‘รัฐพันลึก’

‘รัฐบาลหนู’ ติดกับ‘น้ำมัน’ ฉุดเชื่อมั่น เดิมพัน‘รัฐพันลึก’

ช่วงรอยต่อรัฐบาลหนู 1 กับหนู 2 ถือเป็นศึกหนักของอนุทิน ชาญวีรกูล ในการบริหารจัดการวิกฤติพลังงาน ที่ส่งผลให้ผู้คนทุกหย่อมหญ้า เดือดร้อนแสนสาหัส กับค่าครองชีพที่พุ่งแบบสุดซอย ราคาน้ำมันดีเซล ทะลุลิตรละ 50 บาทไปเรียบร้อย

การประกาศขึ้นราคาน้ำมันแบบพรวดพราดของคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) โหดทุกครั้ง นับตั้งแต่คืน 25 มี.ค. ลิตรละ 6 บาท และขึ้นต่ออีกหลายขยัก 1.80 บาทบ้าง 3.50 บาทบ้าง 2.80 บาทบ้าง วันหยุดก็ไม่เว้น

แรงกดดันที่ถาโถมใส่รัฐบาลอย่างหนักหน่วง ฉุดความเชื่อมั่นอย่างหนัก กลายเป็นวิกฤติศรัทธา เสียทรงแทบหมดรูปกับการบริหารความคาดหวังจากประชาชน กับสไตล์การทำงานแบบอนุทิน ที่มักยื่นดาบให้รองนายกฯ หรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องลุยแทนเป็นหลัก เข้าทำนองโยนลูกเดียว

นักการเมืองอีกกลุ่มที่ต้องแบกเสียงวิจารณ์ไม่น้อยไปกว่าอนุทิน คือ “ก๊วนรัฐมนตรีมืออาชีพ” จากที่เคยโหมแคมเปญอย่างดิบดี ตอนหาเสียงว่าเป็น “เดอะแบก” ของทัพสีน้ำเงิน เป็นหัวหอกหรือตัวความหวังฝ่ายอนุรักษนิยม พอเจอเรื่องน้ำมัน และการกักตุนน้ำมัน ประชาชนจำนวนไม่น้อยคงมีมุมมองที่เปลี่ยนไปแบบกู่ไม่กลับ

จากไม่มี “ไอ้โม่ง กักตุนน้ำมัน” สู่คำขอโทษประชาชนของอนุทิน จากความปั่นป่วนในการบริหารสถานการณ์น้ำมัน ก่อนจะคลำทางได้กับเคสการจับกุมที่สุราษฎร์ธานี มีการขนน้ำมันทางเรือ ทั้งสิ้น 217 ล้านลิตร แต่ถึงปลายทางเหลือ 160 ล้านลิตร เท่ากับหายไปกลางทะเล 57 ล้านลิตร ทางการระบุมีการขนถ่ายทางทะเลเกิดขึ้น แล้วยังไม่แน่ชัดว่ามีลักษณะนี้อีกมากแค่ไหน

ทว่า เคสนี้เคสเดียวก็เพียงพอให้อนุทิน ออกมาแอ่นอกอธิบายสิ่งที่เคยพูดไว้ว่าไม่มีไอ้โม่งนั้น เพราะต้องการทราบข้อมูลการกระทำผิด ไม่ให้ข่าวรั่วออกไป เราทราบว่าเรือลำไหนลอยลำอยู่กลางทะเล ใช้เวลามากเกินควรในการเดินทางจากจุดรับมาจุดส่งน้ำมัน แสดงว่าถ่วงเวลา เพราะราคาน้ำมันสัปดาห์ที่แล้วขึ้นทุกวัน

แม้จะมีสัญญาณที่ดีจากรัฐบาลที่ไล่จับไอ้โม่งได้มากขึ้นทั้งทางทะเล และบนบก จนปัญหาขาดแคลนน้ำมันดูจะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป แต่ปัญหาที่รัฐบาลยังแก้ไม่ตกคือราคาที่พุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง ไร้สัญญาณสิ้นสุด ตรงนี้คือเดิมพันรัฐบาล จะหลุดจากกับดักน้ำมันได้อย่างไร

เกมยากของ “รัฐบาลหนู 2” คือ การพาประเทศ และประชาชนพ้นจากหล่มเศรษฐกิจ โดยเฉพาะปัญหาปากท้อง เงินเฟ้อ ค่าครองชีพพุ่งสูง ได้อย่างไร ท่ามกลางความไม่เชื่อมั่นของคนในประเทศเช่นนี้ 

ข้อกังขาเรื่องการบริหารนั้นเรื่องหนึ่ง แต่จุดแข็งของรัฐบาลนี้ คือขุมข่ายเบื้องหลังที่ยังหนุนนำให้ไปต่อ บางคนเรียกรัฐพันลึก บางคนเรียกรัฐบาลมีเส้นหรือรัฐบาลเส้นใหญ่

จึงไม่ต้องกังวลว่า จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หรือพลิกขั้วใดๆ ในระยะเวลาอันใกล้ แม้สถานะความเป็นรัฐบาลผสม นำโดยภูมิใจไทย รวมกับเพื่อไทย และพรรคอื่นๆ รวม 290 กว่า ไม่ถึง 300 เสียง มีช่องให้เขย่าขวดใหม่ได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลระส่ำจากความไม่เชื่อมั่นของประชาชนเช่นนี้

ตัวเปลี่ยนเกมสำคัญคือ เพื่อไทย แต่การซุ่มเดินเกมดีล ในทางทฤษฎีเป็นไปได้ที่จะพลิกขั้วรัฐบาล แต่ในทางปฏิบัติสีน้ำเงิน ดูจะตรึงทุกเหลี่ยมมุมกันไว้หมดแล้ว เกมนิติสงคราม น่าจะเป็นเงื่อนไขหลักที่ทำให้คู่ต่อสู้หรือพรรคแนวร่วมของภูมิใจไทย แข็งข้อได้ลำบาก 

ความท้าทายของอนุทินและ ภูมิใจไทย ไม่ใช่อยู่ครบเทอม 4 ปีหรือไม่ แต่อยู่ที่ความไว้ใจของรัฐพันลึก จะสามารถพึ่งหวังได้หรือไม่ต่างหาก เงื่อนไขจึงอยู่ที่การสร้างผลงาน กอบกู้วิกฤติศรัทธาจากประชาชน