วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน 2569

Login
Login

‘บิ๊กดุลย์’ โซ่ข้อกลางทหาร-การเมือง ตท.26 ยกแผง - รัฐบาลครบเทอม?

‘บิ๊กดุลย์’ โซ่ข้อกลางทหาร-การเมือง  ตท.26 ยกแผง - รัฐบาลครบเทอม?

ความหวังของครูใหญ่บุรีรัมย์ คงไม่ไกลเกินฝันที่จะได้เห็น “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” อยู่บริหารงานครบเทอม 4 ปี อย่างปลอดภัย  โดยมี รมว.กลาโหม คนใหม่ ชื่อ ‘บิ๊กดุลย์’ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ เตรียมทหารรุ่น 26 (ตท.26) อดีต มทภ.2 เพื่อนเกลอที่รู้จักกันมาร่วม 20 ปี จะเป็นโซ่ข้อกลาง เชื่อมต่อฝ่ายการเมือง ในยุคเพื่อน ตท.26 คุมกองทัพเบ็ดเสร็จ ซึ่งปัจจุบันกระจายอยู่ในตำแหน่งสำคัญทุกเหล่าทัพ เรียกได้ว่า “มองตาก็รู้ใจ”

ไล่เรียงตั้งแต่ ทบ.1 พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ กองทัพบก (ผบ.ทบ.) พล.อ.ชิษณุพงศ์ รอดศิริ รอง ผบ.ทบ. พล.อ. ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.อ. ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสธ.ทบ.

พล.อ. อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา หรือ “แม่ทัพกุ้ง” พล.อ.บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษา ผบ.ทบ. และอดีต มทภ.2

นอกจากนี้ ยังมี พล.ท.ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก พล.ต.วัชรินทร์ มุทะสินธุ์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดิน (ผบ.นรด.)

ไปจนถึงระดับ “แม่ทัพภาค” พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ มทภ.2 พล.ท.วรเทพ บุญญะ มทภ.3 พล.ท.นรทิป โพยนอก มทภ.4 พล.ท.อดุลย์ จันมา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ

ส่วน กองทัพอากาศ พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ สนิทกับ บิ๊กดุลย์ เพราะในขณะเป็น มทภ.2 ติดต่อขอใช้อากาศยานปฏิบัติภารกิจพิเศษเป็นประจำ รวมถึง พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วย ผบ.ทอ.ในฐานะ ผอ.ศูนย์แถลงข่าวร่วมชายแดนไทย-กัมพูชา

ขณะที่ เก้าอี้ปลัดกลาโหม และ ผบ.ทร. คนใหม่ จะมาแทนคนเก่าที่จะกำลังเกษียณอายุราชการ 30 ต.ค.2569 มีชื่อเพื่อน ตท.26 ของ “บิ๊กดุลย์” เป็นตัวเต็งทั้งสิ้น เช่นเดียวกับ ผบ.ทบ. คนใหม่ต่อจาก พล.อ.พนา ที่ถูกวางตัวไว้ปี 2570 ก็ล้วนเป็น ตท.26 เช่นกัน

จึงเห็นทิศทางว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ ภายใต้ รมว.กลาโหม ชื่อ “พล.ท.อดุลย์”จะทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น ไร้ปัญหาตลอด 4 ปี 

โดยเฉพาะพื้นที่อีสานซึ่งเป็น “เรือธง”ของพรรคภูมิใจไทย นอกจากสถานการณ์ความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา ที่พร้อมสนับสนุนภารกิจปกป้องอธิปไตยของกองทัพทุกบทบาทแล้ว การกระชับพื้นที่ด้วยคนที่ไว้ใจย่อมมีความจำเป็นเพื่อต่อยอดการเมืองในอนาคต

วันที่ 17 เม.ย.นี้ พล.ท.อดุลย์ จะเข้าทำงานในกระทรวงกลาโหมเป็นวันแรกภายหลังรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยในช่วงเช้าตรู่จะมีพิธี สักการะศาลหลักเมือง และสิ่งศักสิทธ์ภายในกระทรวง พร้อมจัดงานวันครบรอบวันสถาปนากระทรวงกลาโหม ครบ 139 ปี เมื่อ 8 เม.ย.ย้อนหลัง ไปในคราเดียวกัน

ภารกิจสำคัญ รมว.กลาโหม ป้ายแดง ไม่ต้องพูดพล่ามทำเพลง ใส่เกียร์เดินหน้าสานต่องานค้างคาทันทีหลังได้ชิมลางงานบริหาร บนเก้าอี้“รมช.กลาโหม”มากว่า 4 เดือน “บิ๊กดุลย์”ก็พอรู้กลไกภายใน ทั้งปัญหาชายแดนที่ประเดประดังเข้ามา ไฟใต้ที่กำลังระอุ การสู้รบระหว่างชนกลุ่มน้อยกับรัฐบาลเมียนมาที่สร้างผลกระทบกับฝั่งไทยมาอย่างต่อเนื่อง

ตลอดจนถึงข้อพิพาทไทย-กัมพูชา อยู่ระหว่างพักรบ การควบคุมพื้นที่ สร้างฐานกำลััง ดูแลความปลอดภัยกำลังพล รอรับสถานการณ์ฉุกเฉิน กรณีเกิดปะทะรอบสาม การเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพื่อรอเวทีเจรจา และเดินหน้าสร้างรั้วชายแดน ปราบปรามสแกมเมอร์ ก็เป็นหนึ่งในนโยบายรัฐบาล

เรื่องเฉพาะหน้าเร่งด่วนไม่แพ้กัน คือการขันน็อตกองทัพ ในห้วงฤดูเกณฑ์ทหาร ไม่ให้เกิดปัญหาทำร้ายร่างกาย ปัญหาการฝึกทหารใหม่ขัดต่อระเบียบกองทัพ การดูแลสิทธิสวัสดิการให้ทั่วถึง ไม่ให้กระทบภาพลักษณ์กองทัพ

ปูทางสู่นโยบายรัฐบาลภูมิใจไทย เรื่องทหารอาสา 100,000 คน โดยเกลี่ยงบประมาณที่ซ้ำซ้อนจากกระทรวงกลาโหม ลดการบังคับเกณฑ์ทหาร ปรับปรุงอัตรากำลังใหม่ โดยไม่มีความเสี่ยง

การทลายวาทกรรมการเมืองเรื่องชนชั้นทหารเขย่าเสถียรภาพกองทัพมานาน ในขณะที่ “บิ๊กดุลย์”เข้ามาถูกที่ถูกเวลา เพราะมาจากนักเรียนนายสิบ และทหารยศพลโทคนแรก ที่ได้เป็น“รมว.กลาโหม” จึงเป็นสัญลักษณ์สะท้อนให้เห็นว่า กองทัพเปิดโอกาสกำลังพลทุกชั้นยศ ไม่ว่าจะเป็นสัญญาบัตร หรือประทวน นักเรียนนายสิบ นายร้อย ก็ล้วนมีโอกาสเติบโตได้

พร้อมผลักดัน เพิ่มเงินค่าตอบแทนทหารชั้นประทวน นายสิบ ที่เป็นจ่ากองร้อย กองพัน และจ่ากรม ที่เป็นกระดูกสันหลังของกองทัพ ฟันเฟืองสำคัญห้วงสู้ศึกกัมพูชา ทำให้บาดเจ็บและเสียชีวิตมากที่สุด โดย รมว.กลาโหม เตรียมเสนอรัฐบาลใหม่ในเร็วๆนี้

“ผมไม่ลำบากใจเลย เพราะเชื่อมั่นผบ.เหล่าทัพ ผู้บังคับหน่วย ทุกคนมุ่งมั่นที่จะรักษาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพราะเรามีอุดมการณ์เดียวกัน จบจากโรงเรียนเหล่าทหารของแต่ละเหล่าทัพ โรงเรียนนายสิบ และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เราไม่ได้แบ่งแยก แต่เป็นเส้นทางในการศึกษา เมื่อมาอยู่ในหน่วยเดียวกัน เป็นทีมเดียวกัน” พล.ท.อดุลย์ กล่าว

หวังสยบดราม่าแบ่งแยกทหารนายพล-ทหารชั้นผู้น้อย เช่น “นักพลห้องแอร์-พลทหารตายก่อน” ในศึกชายแดนไทย-กัมพูชา เพราะความเป็นปึกแผ่นในกองทัพ ล้วนส่งผลการปฏิบัติภารกิจสำเร็จ หรือล้มเหลว

ขณะนี้ พล.ท.อดุลย์ อยู่ระหว่างฟอร์มทีมจัดตั้งคณะที่ปรึกษา รมว.กลาโหม และเลขานุการ ที่เป็นเพื่อน ตท.26 และพลเรือนมาช่วยงาน อีกทั้งมีแนวคิดในการตั้งคณะทำงานด้านการสื่อสาร คาดว่าจะดึง “ผู้พันเจี๊ยบ”พ.อ.หญิง นุสรา วรภัทราทร มาเสริมทัพ 

พร้อมคัดเลือก “โฆษกกระทรวงกลาโหม”คนใหม่ พร้อมทีมงาน หวังให้การสื่อสารเป็นไปอย่างถูกต้องชัดเจน และตรงประเด็น ตรงเป้าหมาย ป้องกันความผิดพลาด สื่อสารไปถึงประชาชนในเรื่องของกองทัพและกระทรวงกลาโหม

“กระทรวงกลาโหม” เป็นหนึ่งในสายล่อฟ้า ตกเป็นเป้าโจมตีจากฝ่ายค้านมาทุกยุคสมัย โดยเฉพาะชัยชนะในการเลือกตั้งของ“พรรคภูมิใจไทย”ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ส่วนหนึ่งมาจากกระแสชาตินิยม กองทัพฟีเวอร์ ในการสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา

ภายใต้บูรณาการ “พล.ท.อดุลย์” คุม“สนามไชย 1”ต้องรักษาภาพลักษณ์ และเสถียรภาพกองทัพ โดยเฉพาะงานด้านความมั่นคง ไม่ให้เป็นเชื้อไฟซ้ำเติม“รัฐบาลอนุทิน” ที่กำลังเผชิญวิกฤติพลังงาน น้ำมันแพงอยู่ในขณะนี้