"กรณ์" โพสต์เฟซบุ๊ค แนะ "คตร." ละภาษีสรรพสามิต-ภาษีมูลค่าเพิ่มหวังแก้วิกฤติราคาน้ำมัน พร้อมให้ไขข้อกระจ่างปมน้ำมันพุ่งกระทบประชาชน
นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค ระบุถึงข้อเสนอต่อการแก้ปัญหาวิกฤติพลังงานเชื้อเพลิงต่อนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รมว.คลัง ฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ว่า จากปัญหาราคาน้ำมันที่สูงมาก มี 3 สาเหตุ คือ 1. ราคานํ้ามันในตลาดโลกที่สูงขึ้น 2. ค่าการกลั่นที่สูงมากกว่าปกติ และ 3. อัตราภาษีที่สูงต่อเนื่อง ดังนั้น คตร. ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่า ต่อประเด็นต้นทุนนํ้ามันดิบของโรงกลั่นที่แท้จริงคือเท่าไร ส่วนราคาที่โรงกลั่นได้ซื้อจริงหลังจากที่ราคาตลาดโลกได้เริ่มปรับสูงขึ้น เป็นราคาที่ต่างกับราคาอ้างอิงในการคำนวณค่าการกลั่นอย่างไร นอกจากนั้นราคาที่เทรดเดอร์ในเครือของโรงกลั่นได้ซื้อจริงและขายต่อให้โรงกลั่น ว่ามีการโอนย้ายถึงโรงกลั่นในราคาที่มีส่วนกำไรหรือไม่ ส่วน ค่าขนส่งทิพย์ที่สมมุติว่ามีการส่งจากสิงคโปร์นั้นคิดเป็นเท่าไร
นายกรณ์ ระบุต่อว่าต้นทุนการกลั่นที่แท้จริงของโรงกลั่นนั้นเท่าไร ขณะที่ ส่วนกำไรของโรงกลั่นที่เกิดจากค่าการกลั่นที่ผิดปกติในช่วงเดือนที่ผ่านมา เทียบกับช่วงปกติต่างกันอย่างไร ส่วนข้อมูลปริมาณสต็อกน้ำมัน ที่เข้าออกคลังน้ำมันของผู้ค้าในแต่ละวันโดยต้องเปิดเผยทั้งหมดต่อสาธารณะเพื่อให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ในภาวะวิกฤติ
นายกรณ์ ระบุต่อว่า หากพบว่ามีส่วนกำไรเกินปกติ ผมคิดว่าทางรัฐบาลมีทางเลือกหลัก 2 ทาง คือ 1. ปรับสูตรคำนวณค่าการกลั่นตามที่เหมาะสม และ 2. เก็บภาษีลาภลอย เพื่อเรียกคืนส่วนต่างตามที่เหมาะสม และใช้รายได้ภาษีในการลดภาระหนี้กองทุนนํ้ามันโดยตรง
"สิ่งที่รัฐบาลควรทำเพิ่มเติมคือปรับลดภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างมีนัย โดยที่ประชาธิปัตย์เสนอว่าในส่วนของภาษีสรรพสามิตควรปรับลด 6 บาท ย้อนหลังเป็นระยะเวลาเบื้องต้นรวม 3 เดือนเพื่อเป็นการเปรียบเทียบ วันนี้มีอย่างน้อยสองประเทศได้ปรับลดภาษีสรรพสามิตนํ้ามันแล้ว เช่นอินโดนีเซียและออสเตรเลียในขณะที่อินเดียและอังกฤษได้ประกาศใช้ภาษีลาภลอยแล้ว โดยที่ ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ และกลุ่มประเทศอียูกำลังพิจารณาข้อเสนอภาษีลาภลอยอยู่" นายกรณ์ ระบุ





