วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน 2569

Login
Login

'ประชาชาติ' จี้ 'นายกฯ' ไขคดี เหตุกราดยิง สส. ใช้รถ กอ.รมน.

'ประชาชาติ' จี้ 'นายกฯ' ไขคดี เหตุกราดยิง สส. ใช้รถ กอ.รมน.

"พรรคประชาชาติ" จี้ "นายกฯ" ไขความให้กระจ่าง หลังพบใช้ รถ กอ.รมน. ก่อเหตุกราดยิง สส.กมลศักดิ์ พร้อมจี้ให้สร้างหลักประกันความสงบใต้

ที่พรรคประชาชาติ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ แถลงข่าว ความคืบหน้ากรณียิงถล่ม นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ  สส.นราธิวาส พรรคประชาชาาติ ถูกลอบยิงบริเวณหน้าบ้านพัก ที่อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 20 มีนาคม 2569

โดย พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า หลังเกิดเหตุกับนายกมลศักดิ์ไปแล้ว ทางตำรวจ และ กอ.รมน. ได้ทำงานอย่างเต็มที่ ได้ใช้กฎหมายพิเศษ นำตัวผู้ต้องสงสัยหลายคนมาสอบปากคำ และทราบว่า มีการออกหมายจับไปแล้ว อย่างไรก็ดีมีประเด็นที่ไม่สบายใจ คือ รถกระบะคันสีขาว ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุยิงนายกมลศักดิ์นั้น ทราบว่าเป็นรถของ กอ.รมน. หลังก่อเหตุแล้ว มีการชำแหละ แล้วนำชิ้นส่วนทิ้งน้ำ

"ฐานะที่นายกรัฐมนตรี ควบคุม กอ.รมน. จึงอยากจะขอความมั่นใจจากนายกรัฐมนตรี ให้เกิดการตรวจสอบ ว่าทำไมคนร้ายถึงใช้รถของทางราชการไปก่อเหตุได้ และขอให้ตำรวจเร่งตรวจสอบ และ กอ.รมน.ที่เป็นหลักในการคุ้มครองชาวภาคใต้ อยากให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ตรวจสอบว่าทำไมคนร้ายถึงใช้รถกระบะของ กอ.รมน.มาก่อเหตุ ไม่อยากให้เจ้าหน้าที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องในการทำคดีถูกครอบงำ ถ้าไม่ทำคดีอย่างตรงไปตรงมา พี่น้องประชาชนทั่วประเทศจะมองว่า มันไม่ตรงไปตรงมา" พ.ต.อ.ทวี กล่าว

ทั้งนี้ พรรคประชาชาติ ยังได้ออกแถลงการณ์ต่อ กรณีดังกล่าวว่า จากการตรวจที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนจำนวน 30 ปลอก และการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามาจากอาวุธปืน เอ็ม16 จำนวน 2 กระบอกและได้ภาพรถก่อเหตุเป็นรถยนต์กระบะ 4 ประตูสีขาว และจากการรวบรวมพยานหลักฐานในเบื้องต้น ทั้งภาพถ่ายที่ได้จากกล้องด้านหน้ารถ และการติดต่อสื่อสาร จากหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสื่อสาร เจ้าพนักงานตำรวจฝ่ายสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 9 ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2569 รวม 2 คน เป็นอดีตทหารนาวิกโยธิน ชื่อนายสมพร ลังเดช และนายยศกร ลังเดช

 

ต่อมามีการขยายผล ไปสู่การควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติม จนนำไปสู่การรวบรวมพยานหลักฐาน คดีได้เพิ่มขึ้น กล่าวคือเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2569 ชุดคลี่คลายคดีได้ส่งกำลังรวมกับหน่วยเก็บกู้ และตรวจสอบวัตถุระเบิด และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดนราธิวาสเข้าตรวจสอบเป้าหมาย 2 จุด บ้านบาวง ต.บางขุนทอง อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เป็นชำแหละชิ้นส่วนรถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ และอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุ

จากพฤติการณ์การก่อเหตุถือเป็นการกระทำเป็นกระบวนการแบ่งหน้าที่กันทำ  นับเป็นการกระทำที่ร้ายแรง และสะเทือนขวัญอย่างยิ่ง อีกทั้งยังเป็นการคุกคามต่อความปลอดภัยของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชน จากพฤติการณ์การก่อเหตุถือเป็นการกระทำเป็นกระบวนการโดยแบ่งหน้าที่กันทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการตรวจสอบความเชื่อมโยง อาจมีผู้บงการใช้จ้างวานให้ก่อเหตุในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม คดีนี้ยังคงมีประเด็นที่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จะต้องสืบสวนสอบสวน วิธีร่วมกระทำความผิด และผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังต่อไป พรรคประชาชาติเห็นว่า ควรรีบดำเนินการ  ดังนี้

1. เนื่องจากคดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชนเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแถลงความคืบหน้าของคดีอย่างต่อเนื่อง

2. ในเบื้องต้น หากพบพยานหลักฐานความเชื่อมโยงกับบุคคลใดที่น่าเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะระดับใดหรือหน่วยงานใด ให้รีบดำเนินการเรียกมาสอบในฐานะพยานหรือผู้ต้องสงสัย

3. ที่มาของรถยนต์คันที่ใช้ในการก่อเหตุมีความสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกับบุคคลใด ให้ดำเนินการเรียกมาสอบปากคำเพื่อขยายผลโดยเร็ว

4. การสืบสวนเชิงลึกเพื่อหาตัวผู้บงการและเครือข่ายผู้สนับสนุน การสืบสวนเพื่อให้ถึงตัว ผู้ใช้จ้างวาน และผู้สนับสนุนการก่อเหตุ ไม่ได้ตัวผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน  ไม่ควรหยุดเพียงแค่การจับกุมผู้ปฏิบัติการโดยใช้พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสื่อสาร เพื่อระบุตัวตนผู้บงการที่แท้จริงมาลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุดไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับผู้ใดก็ตาม


นอกจากนั้น ขอเสนอต่อมาตรการความปลอดภัยจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วย คือ  

1. นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.กอ.รมน. ใหญ่ ดูแล กอ.รมน.ภาค 4 สน. มีหน้าที่ควบคุมการบริหารงานภาพรวม ติดตามสถานการณ์ และสั่งการหน่วยงานรัฐเพื่อแก้ปัญหาความมั่นคง มาถึงวันนี้ สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควรต้องลงพื้นที่ รับฟัง ตรวจสอบสถานการณ์จริง เพื่อทบทวน สั่งการดำเนินการด้นคดี ทุกคดีอย่างรวดเร็ว เด็ดขาด

​​2. ทบทวนโครงสร้าง อัตรากำลังพล กอ.รมน.ระดับภาค ให้รัดกุม เน้นการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนมากขึ้น

​​3. นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผู้กำกับดูแล ศอ.บต. ต้องสั่งการ ทบทวน อำนาจหน้าที่ ศอ.บต. ให้มีบทบาทในการอำนวยความเป็นธรรม ด้านคดี และการติดตามเร่งรัด ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อรายงาน เสนอแนะ และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมที่้เข้มแข็ง ผ่านสภาที่ปรึกษา ศอ.บต. 

​​4. เนื่องจากสถานการณ์ในความไม่สงบในชยแดนภาตคใต้ในขณะนี้  มีการก่อเหตุ มีความรุนแรงมากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้กำกับ ศอ.บต.ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ไม่ว่าจะเป็น ศอ.บต. หรือ หน่วยงานอื่นในกระบวนการยุติธรรม  ติดตาม เร่งรัด  ตรวจสอบข้อเท็จจริงในแต่ละคดี  เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทุกกรณี  ไม่เฉพาะแต่กรณีการก่อเหตุลอบยิง สส.