หากพิจารณาตามไทม์ไลน์ ที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี จะนำครม.ชุดใหม่ เข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ วันที่ 6 เม.ย.2569 ซึ่งในวันเดียวกันนี้ จะมีการประชุม ครม.นัดแรก เพื่ออนุมัติร่างนโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภา โดยคาดว่าจะมีขึ้นในวันที่ 9-10 เม.ย.69 นี้
ชัดเจนว่าหนึ่งในนโยบาย “อนุทิน” ใช้หาเสียงวันปราศรัยใหญ่ ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 การยกเลิก MOU 44 ไทย-กัมพูชา จะถูกบรรจุไว้ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาล
หลังจากนายกฯ อนุทิน เรียกพบ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และ พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ ที่พรรคภูมิใจไทยเมื่อ 31 มี.ค.69 จากนั้นออกมาเปิดเผยว่า “ผมจบแล้ว จบของผมก็คือ ยกเลิก โดยการยกเลิก MOU 2544 จะอยู่ในคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา”
สำหรับ MOU 44 เป็นความต่อเนื่องจาก MOU 43 ที่ลากพื้นที่ทางบกมาสิ้นสุดหลักเขต 73 อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ไปสู่ไหล่ทวีป ซึ่งมีทรัพยากรใต้น้ำ บนดิน ใต้ดิน เข้ามาเกี่ยวข้อง แม้เวลาล่วงเลยกว่า 20 ปี แต่ยังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากสองประเทศเห็นไม่ตรงกันเรื่องเขตแดนทางทะเล
แม้รัฐบาลไทย-กัมพูชา จะพยายามผลักดันแบ่งทรัพยากรใต้ทะเลมาหลายยุคสมัย แต่ไม่เกิดเป็นรูปธรรม เหตุที่ “กองทัพไทย” ย้ำจุดยืนการแบ่งผลประโยชน์ ต้องทำควบคู่กับการแบ่งเขตทางทะเล ห้ามแยกออกจากกันโดยเด็ดขาด
ท่ามกลางข้อกังวล MOU 44 จะเป็นต้นตอให้ไทยเสี่ยงเสียดินแดนในอนาคต เหตุเป็นเอกสารที่เสมือนประทับตราว่า ไทยยอมรับเส้น 266 ของกัมพูชาที่ลากผ่านเกาะกูด ที่ประกาศเมื่อปี 2515 อีกทั้งที่ผ่านมากัมพูชาไม่ได้แสดงเจตนารมณ์ ความตั้งใจที่จะทําให้ปัญหายุติลง
น.ท.คุณวุฒิ รุ่งรัศมี ผู้บังคับหน่วยนาวิกโยธิน 182 (ผบ.นย.182 ) รับผิดชอบพื้นที่หลักเขต 73 บ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ระบุถึงข้อพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชา ว่า พื้นที่นี้มี 3 หลักเขตสำคัญ หลักเขต 71 ส่วน หลักเขต72 ปัจจุบันสูญหาย ทางกรมแผนที่ทหารได้ทําหมุดควบคุม 2 จุด สำหรับอ้างอิง
ปัจจุบัน กัมพูชายึดถือพื้นที่ ทำให้เกิดพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนกันประมาณ 286,098 ตารางเมตร เกิดในห้วงสนธิสัญญาปี 1907 ทางสยาม-ฝรั่งเศส จัดหาหมุดหลักเขตทางบก โดยคณะกรรมการปักปันเขตแดนขณะนั้น ให้สยามอยู่บนพื้นที่สูงที่สุดเกาะกูด หรือ ภูเขาแผนที่ และให้มองตรงมาทางบกจะใช้หลักเขตบนบกอยู่บริเวณใด แต่เมื่อมองกลับไปแล้วแบ่งครึ่งหมู่บ้าน หากทำเช่นนั้นจะเกิดความยุ่งยากในการปกครองบังคับบัญชา จึงกำหนดให้จุดดังกล่าวเป็นจุดกำหนดหมุดหลักเขตทางบก
“ที่ผ่านมารัฐบาลไทย-กัมพูชา เจรจากันมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2513 เรื่อยมา ก็ยังเห็นไม่ตรงกันเรื่องเส้นแบ่งเขตทางทะเล ต่อมาจึงมี Mou 44” น.ท.คุณวุฒิ กล่าวและยอมรับว่า
พื้นที่นี้ยังมีปัญหาเรื่องเขื่อนดักตะกอนกัมพูชาสร้างขึ้นปี 2540 แม้ไทยทำหนังสือประท้วงมาโดยตลอด เพราะรุกล้ำอธิปไตย มีการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ เหตุเขื่อนดังกล่าวขวางตะกอนไม่ให้ไหลลงมาบ้านหาดเล็กของไทย ทำให้ พื้นที่หายประมาณ 3,000 ตารางเมตร ในขณะเดียวกัน รีสอร์ต กาสิโน เกาะกง กัมพูชา กลับมีพื้นที่เพิ่มประมาณ 30,000 ตารางเมตร
แม้ในห้วงการปะทะที่ผ่านมา กัมพูชาได้รื้อถอนเขื่อนดังกล่าว แต่ไม่ได้ขุดถึงฐานราก เพราะกรมอุทกศาสตร์ทหารเรือได้ให้ข้อมูลว่า ถ้าจะมีการปรับเปลี่ยนระบบนิเวศ ต้องขุดลงไปจากแนวสันเขื่อนเดิมลึก 3 เมตร จนถึงฐานล่าง เพื่อให้ตะกอนไหลกลับเข้าสู่ประเทศไทย โดยมีความยาว 240 เมตร แต่กัมพูชาขุดรื้อ 120 เมตร ไม่ถึงฐานล่าง ขณะนี้รอเจรจาว่าจะดำเนินการอย่างไรกับส่วนที่เหลืออยู่
อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวว่า ในห้วงการปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา นักธุรกิจในเกาะกงได้สั่งให้รื้อเขื่อนดักตะกอน ตามข้อเรียกร้องฝ่ายไทย แต่ดำเนินการไม่แล้วเสร็จ เนื่องจาก ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ทราบข่าว และได้เรียก ผบ.ทหารภูมิภาคที่ 3 กัมพูชา ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ไปตำหนิ การรื้อถอนจึงหยุดชะงักลง
ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า ภายหลังฝ่ายไทยเตรียมยกเลิก MOU 44 ยังไม่เห็นปฏิกิริยาจากกัมพูชา อาจเป็นไปได้ว่าหากยกเลิก ก็ไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อกัมพูชา เนื่องจากตลอดกว่า 20 ปี ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ในพื้นที่ทางทะเลอยู่แล้ว
ต่างกับ MOU 43 พื้นที่ทางบก “ฮุน เซน” หวังจะใช้เป็นเครื่องมือกดดันให้ฝ่ายไทยถอยร่นออกจากพื้นที่ควบคุมทั้งหมด หลังเหตุปะทะห้วงที่ผ่านมา เพราะมีข้อกําหนดอยู่ว่า
“ให้ 2 ประเทศ เว้นว่างพื้นที่อ้างสิทธิ ไม่เปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ จนกว่าคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) จะดำเนินการเส้นเขตแดนจนได้ความชัดเจน”
จึงได้เห็นท่าที ฮุน เซน ออกแถลงการณ์คัดค้าน ภายหลังคณะกรรมาธิการฯ ของวุฒิสภาไทย ได้ลงมติเห็นควรให้ยกเลิก MOU 43
แม้ “อนุทิน” ยังไม่ให้ความชัดเจนกรณีนี้ แต่ได้ให้ “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รมว.การต่างประเทศ และ “กองทัพ” ทำข้อเสนอมายังรัฐบาล
โดยก่อนหน้านี้ “กองทัพบก” เคยสอบถาม และขอให้รัฐบาลพิจารณา MOU 43 ยังสามารถใช้ได้หรือไม่กับสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะสิ่งแวดล้อม บริบทที่เปลี่ยนไป อาจจำเป็นต้องปรับปรุงหรือหาเครื่องมือใหม่ทดแทน
“MOU 43 คือ เครื่องมือที่ดี แต่ปัญหากัมพูชาไม่ปฏิบัติตาม และการสู้รบที่ผ่านมา การปฏิบัติทางทหารเลยกรอบ MOU 43 ไปแล้ว การจะให้ถอยร่นเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ กองทัพไทย ยึดถือข้อตกลงร่วมลงนามร่วมกันไว้ 27 ธ.ค.2568 โดยเฉพาะข้อกำหนด ให้คงกำลังไว้ในพื้นที่เดิม ก่อนหยุดยิง” แหล่งข่าวกองทัพบก ระบุ
ท่ามกลางชายแดนไทย-กัมพูชา แม้ทหารไทยจะคงความได้เปรียบในการควบคุมพื้นที่ทั้งหมด ครอบคลุมแหล่งสแกมเมอร์ ภายใน กาสิโน รีสอร์ต หลายแห่ง หวังใช้ต่อรองกับกัมพูชาในอนาคต
ทว่า โจทย์ใหญ่ของ รัฐบาลอนุทิน จะใช้กลยุทธ์ใดในการเจรจากับกัมพูชาให้สยบยอม ใช้กฎหมายระหว่างประเทศทดแทน MOU 44 เดินหน้าแบ่งเขตแดนทางทะเล ควบคู่กับรื้อเขื่อนดักตะกอนที่ค้างคา ส่วนเขตแดนทางบก ให้ปรับเปลี่ยนเนื้อหาสาระMOU 43 สอดรับสถานการณ์เปลี่ยนไป
ดังนั้นปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่ทางบก และทางทะเล ยังคงยืดเยื้อกันต่อไปอีกนาน จนกว่า 2 ประเทศจะหาจุดร่วม สงวนจุดต่าง ใช้กลไกเดียวกัน เดินหน้าแบ่งเส้นเขตแดน และผลประโยชน์ทางทะเล
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





