ป.ป.ช. จับมือ จุฬาฯ ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ ยกระดับธรรมาภิบาล ขับเคลื่อนการป้องกันทุจริตด้วยองค์ความรู้-นวัตกรรม
เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2569 ที่เรือนจุฬานฤมิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) เพื่อส่งเสริมธรรมาภิบาลและการป้องกันและปราบปรามการทุจริต การเสริมสร้างความสามารถและสมรรถนะของภาครัฐ ตลอดจนส่งเสริมการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ การพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับธรรมาภิบาล การป้องกันและปราบปรามการทุจริต และการบริหารงานภาครัฐที่โปร่งใสและมีประสิทธิผล เพื่อสนับสนุนการประยุกต์ใช้ผลการศึกษาเชิงนโยบายสู่การพัฒนาระบบราชการที่มีคุณภาพและยั่งยืน โดยมีผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองหน่วยงานร่วมลงนามและแถลงความร่วมมืออย่างเป็นทางการ
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงเจตนารมณ์ร่วมกันในการยกระดับการบริหารภาครัฐให้มีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อประโยชน์สาธารณะ ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมด้านธรรมาภิบาล รวมถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในทุกภาคส่วนให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีคุณธรรมและตรวจสอบได้
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า สำนักงาน ป.ป.ช. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนาองค์ความรู้และการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะภาควิชาการที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ การวิเคราะห์เชิงนโยบาย และการพัฒนาเครื่องมือที่มีมาตรฐาน
“ความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับการดำเนินงานของ ป.ป.ช. ให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการวิจัย การพัฒนาหลักสูตร การสร้างฐานข้อมูล และการขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบาย ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลของประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนต่อระบบราชการไทย เราคาดหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบนิเวศด้านธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง โดยมีทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคสังคมร่วมกันขับเคลื่อน เพื่อสร้างวัฒนธรรมความซื่อสัตย์สุจริตให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในสังคมไทย” เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.กล่าว
ส่วน ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์ความรู้และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ เราเชื่อมั่นว่าการสร้างสังคมที่โปร่งใสและมีธรรมาภิบาล จำเป็นต้องอาศัยทั้งองค์ความรู้เชิงวิชาการ งานวิจัยเชิงลึก และการนำไปประยุกต์ใช้ในเชิงนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม ความร่วมมือกับสำนักงาน ป.ป.ช. ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการลงนามในเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นการวางรากฐานของการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อพัฒนาเครื่องมือ องค์ความรู้ และนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ยกระดับการบริหารภาครัฐได้จริง
“จุฬาฯ มุ่งหวังให้ความร่วมมือครั้งนี้เป็นเวทีในการบูรณาการองค์ความรู้ข้ามศาสตร์ เปิดโอกาสให้นิสิต คณาจารย์ และนักวิจัย ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนางานวิจัยเชิงนโยบาย รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่สังคมที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้และยั่งยืนในระยะยาว” ศ.ดร.วิเลิศ กล่าว
ภายใต้บันทึกข้อตกลงดังกล่าว ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมดำเนินความร่วมมือในหลายมิติ อาทิ การพัฒนาองค์ความรู้และงานวิจัยด้านธรรมาภิบาล การจัดอบรมและสัมมนาวิชาการ การพัฒนานโยบายและข้อเสนอเชิงนโยบาย การสร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ การพัฒนาฐานข้อมูลและแพลตฟอร์มดิจิทัล รวมถึงการเผยแพร่องค์ความรู้และรณรงค์สาธารณะเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมความซื่อสัตย์สุจริตในสังคม
ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของการผสานพลังระหว่างภาควิชาการและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศบนพื้นฐานของความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่การสร้างสังคมที่มีธรรมาภิบาลและการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว





