วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน 2569

Login
Login

ผ่าทรัพย์สิน-ขุมธุรกิจพลังงานหมื่นล.! ‘พิพัฒน์’ ก่อนถอยคุม ศบก.

ผ่าทรัพย์สิน-ขุมธุรกิจพลังงานหมื่นล.! ‘พิพัฒน์’ ก่อนถอยคุม ศบก.

นับตั้งแต่น้ำมันขึ้นราคาในช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ต่อเนื่องมาถึงสัปดาห์นี้ ส่งผลให้น้ำมันดีเซลพุ่งสูงกว่า 44.24 บาท/ลิตร โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติชดเชยอัตราเงินกองทุนน้ำมัน ในส่วนของน้ำมันดีเซลลง 4.11 บาท/ลิตร จากเดิม 21.89 บาท/ลิตร เป็น 17.78 บาท/ลิตร โดยอ้างว่าเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด และรักษาความมั่นคงทางสภาพคล่องของกองทุนน้ำมัน จึงเป็นชนวนเหตุสำคัญทำให้ “น้ำมันแพง” อยู่ในขณะนี้

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตั้งแต่ชาวบ้านร้านตลาด จนถึงกลุ่มทุนหอคอยงาช้าง ทุกองคาพยพในประเทศ ต่างพุ่งเป้าโจมตีไปยัง “รัฐบาลอนุทิน 2” โดยโฟกัสเป้าไปที่ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” หรือ “โกเกี๊ยะ” บ้านใหญ่อันดามันสีน้ำเงิน แห่งภาคใต้ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ประธานศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.

แม้ว่าช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา “พิพัฒน์” จะเดินสายออกรายการต่าง ๆ ยืนยันว่า แม้เครือญาติจะทำ “ธุรกิจพลังงาน” แต่ไม่เคยเอาความลับของชาติไปแพร่งพรายแก่พรรคพวกเครือญาติตัวเองแต่อย่างใด โดยขอให้รอดูรายได้ ผลกำไรขาดทุนของบริษัทในเครือเป็นข้อพิสูจน์ พร้อมกับบ่นดัง ๆ ในเชิงตัดพ้อว่า อยากขอถอยออกมาจากตำแหน่งนี้ 

ล่าสุด "อนุทิน ชาญวีรกูล" ให้สัมภาษณ์วานนี้ (1 เม.ย.) ว่า ในการบริหารของ "รัฐบาลหนู 2" นั้น จะมีการตั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง มาคุม ศบก.แทนนายพิพัฒน์ เป็นประธานแทน เพื่อให้เกิดความสบายใจทั้งกับประชาชนและนายพิพัฒน์เอง

ผ่าทรัพย์สิน-ขุมธุรกิจพลังงานหมื่นล.! ‘พิพัฒน์’ ก่อนถอยคุม ศบก.

เงื่อนปมสำคัญของเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็น “ฝ่ายค้าน-นักเคลื่อนไหวการเมือง” ต่างตามหา “ไอ้โม่ง” คนที่กักตุนน้ำมันในสต็อกไว้ก่อนหน้านี้ กระทั่งล่าสุดยังตามหาตัวใครได้รับผลประโยชน์จากการขึ้นราคาน้ำมันลิตรละ 6 บาท และถัดมายังปรับขึ้นอีกลิตรละ 3.50 บาท คงต้องรอผลการสอบสวนจากฝ่ายรัฐกันก่อน

มาดูข้อเท็จจริงในมุมธุรกิจ “พิพัฒน์” ถือครองหุ้นใหญ่ในบริษัท รัชกิจ โฮลดิ้ง จำกัด ธุรกิจโฮลดิ้งลงทุนในธุรกิจพลังงาน ทั้งน้ำมัน ทั้งปาล์ม บริการขนส่งครบวงจร ของตระกูล “รัชกิจประการ”

โดยเมื่อ 4 มี.ค. 2569 สำนักงาน ป.ป.ช.เผยแพร่สัญญาการจัดการหุ้นส่วนหรือหุ้นของรัฐมนตรี ตาม พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนหรือหุ้นของรัฐมนตรี 2543 โดยถ้าต้องการถือครองหุ้นเกิน 5% ต้องโอนเข้ากองทุนหรือบริษัทจัดการหลักทรัพย์ แล้วแจ้งให้ประธาน ป.ป.ช.ทราบ

 “พิพัฒน์” ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด (บลจ.เกียรตินาคินภัทร) เป็นผู้ดำเนินการจัดการหุ้นส่วนใน 4 บริษัท ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจโฮลดิ้ง และธุรกิจขนส่ง ลงนามเมื่อ 8 ม.ค. 2569 ได้แก่ บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) จำนวน 12.5 ล้านหุ้น บริษัท รัชกิจ โฮลดิ้ง จำกัด 31 ล้านหุ้น บริษัท รัชกิจ คอร์โปเรชั่น จำกัด 8.5 แสนหุ้น และบริษัท อาร์ดี เกษตรพัฒนา จำกัด 192,000 หุ้น

ผ่าทรัพย์สิน-ขุมธุรกิจพลังงานหมื่นล.! ‘พิพัฒน์’ ก่อนถอยคุม ศบก.

บริษัท รัชกิจ โฮลดิ้ง จำกัด ถือหุ้นใน 2 บริษัทใน ตลท. และ 23 บริษัทย่อยในเครือตระกูล “รัชกิจประการ” มูลค่ารวมกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท โดยหากโฟกัส 2 บริษัทหลัก มูลค่ากว่า 1.77 พันล้านบาท ได้แก่

  1. บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 130,100,000 หุ้น คิดเป็น 25.12 % มูลค่า 558,578,211 บาท
  2. บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 419,504,000 หุ้น คิดเป็น 25.12 % มูลค่า 1,214,097,612 บาท

โดยบริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ AMA ทุนปัจจุบัน 258,958,386.50 บาท บริษัทให้บริการขนส่งสินค้าเหลวทางเรือระหว่างประเทศ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มและน้ำมันพืชชนิดต่างๆ ไปยังประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และภูมิภาคเอเชียตะวันออก2) บริษัทย่อยให้บริการขนส่งสินค้าเหลวทางรถในประเทศ ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิงและไบโอดีเซล B100 บริการขนส่งสินค้าปิโตรเคมีและแก๊ซ และบริการขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิ 

ผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่คือคนในตระกูลรัชกิจประการ ไม่ว่าจะเป็น บริษัท รัชกิจ โฮลดิ้ง จำกัด ถือหุ้นใหญ่สุด 25.12% บริษัท พีทีจี โลจิสติกส์ จำกัด (ในเครือรัชกิจประการ) ถือ 24% พิพัฒน์ รัชกิจประการ ถือ 4.01% พิศาล รัชกิจประการ ถือ 2.67% พิพัฒน์ โดย บลจ.เกียรตินาคินภัทร ที่รับโอนหุ้นเพื่อจัดการทรัพย์สินของรัฐมนตรี ตาม พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนฯ ถือ 2.41% เป็นต้น นำส่งงบการเงินล่าสุดปี 2568 สินทรัพย์รวม 4,239.16 ล้านบาท หนี้สินรวม 1,281.18 ล้านบาท รายได้รวม 2,945.22 ล้านบาท กำไรสุทธิ 231.44 ล้านบาท

ส่วนบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เจ้าของธุรกิจหลักปั๊มน้ำมัน “พีที” และ “ร้านกาแฟพันธุ์ไทย” ทุนปัจจุบัน 1,670,000,000 บาท ดำเนินการในธุรกิจ 8 กลุ่มคือ 1. กลุ่มธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงและธุรกิจค้าปลีก 2. กลุ่มธุรกิจจำหน่ายก๊าซ LPG 3. กลุ่มธุรกิจพลังงานทดแทนและการลงทุน 4. กลุ่มธุรกิจขนส่ง 5. กลุ่มธุรกิจบริหารและจัดการระบบ 6. กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม 7. กลุ่มธุรกิจศูนย์บริการและซ่อมบำรุงรถยนต์ 8. กลุ่มธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money)

ข้อมูลผู้ถือหุ้นล่าสุด 11 มี.ค. 2569 บริษัท รัชกิจ โฮลดิ้ง จำกัด ถือหุ้นใหญ่สุด 25.12% นำส่งงบการเงินล่าสุดปี 2568 สินทรัพย์รวม 56,691.43 ล้านบาท รายได้รวม 224,917.81 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,021.44 ล้านบาท

สำหรับบริษัท รัชกิจ โฮลดิ้ง จำกัด จดทะเบียนเมื่อ 30 ส.ค. 2559 ทุนปัจจุบัน 12,952,200,450 บาท (ราว 1.2 หมื่นล้านบาท) ตั้งอยู่ที่ 62/45 ถนนสายเอเชีย บ้านพรุ หาดใหญ่ สงขลา วัตถุประสงค์ กิจกรรมการลงทุนที่เป็นกิจกรรมของตนเอง มีกรรมการ 6 คน ได้แก่ 1. นางกชกรณ์ พิบูลธรรมศักดิ์ 2. นางฉัตรแก้ว คชเสนี 3. นางสาวชนัญชิกา รัชกิจประการ 4. นายปกเขตร รัชกิจประการ 5. นายพริษฐ์ จันทรศารทูล 6. นางสาวภัคจิรา รัชกิจประการ นำส่งงบการเงินล่าสุดปี 2567 สินทรัพย์รวม 13,806,358,909 บาท รายได้รวม 270,884,788 บาท กำไรสุทธิ 252,540,708 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ในช่วง ปี 2566-2567 คนใกล้ชิด “พิพัฒน์” ได้ทยอยออกจากการเป็นกรรมการ เช่น 23 ก.พ. 2566 นายชลัฐ รัชกิจประการ บุตรชายนายพิพัฒน์ ออกจากการเป็นกรรมการ ต่อมา 30 มี.ค. 2567 นายพิทักษ์ รัชกิจประการ น้องชายนายพิพัฒน์ ลาออกจากการเป็นกรรมการ เป็นต้น 

บริษัทแห่งนี้นำส่งผู้ถือหุ้นล่าสุด 8 ม.ค. 2569 พิพัฒน์ โดย บลจ.เกียรตินาคินภัทร ที่รับโอนหุ้นเพื่อจัดการทรัพย์สินของรัฐมนตรี ตาม พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนฯ ยังถือมากสุดอยู่ที่ 23.12% ฉัตรแก้ว คชเสนี ถือรองลงมา 16% พิทักษ์ รัชกิจประการ ถือ 16% พิบูลย์ รัชกิจประการ ถือ 16% กชกรณ์ พิบูลธรรมศักดิ์ ถือ 12% ภัคจิรา รัชกิจประการ ถือ 12% และพิพัฒน์ รัชกิจประการ ถือในนามส่วนตัว 4.88%

ผ่าทรัพย์สิน-ขุมธุรกิจพลังงานหมื่นล.! ‘พิพัฒน์’ ก่อนถอยคุม ศบก.

บริษัท รัชกิจ คอร์โปเรชั่น จำกัด จดทะเบียนเมื่อ 28 ม.ค. 2559 ทุนปัจจุบัน 361 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่ 62/45 ถนนสายเอเชีย บ้านพรุ หาดใหญ่ สงขลา วัตถุประสงค์ กิจกรรมการลงทุนที่เป็นกิจกรรมของตนเอง กรรมการ 3 คนคือ 1. นางกชกรณ์ พิบูลธรรมศักดิ์ 2. นางฉัตรแก้ว คชเสนี 3. นางสาวภัคจิรา รัชกิจประการ นำส่งงบการเงินล่าสุดปี 2567 สินทรัพย์รวม 880,198,497 บาท รายได้รวม 12,209,992 บาท กำไรสุทธิ 558,256 บาท

นำส่งรายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุด 8 ม.ค. 2569 พิพัฒน์ โดย บลจ.เกียรตินาคินภัทร ที่รับโอนหุ้นเพื่อจัดการทรัพย์สินของรัฐมนตรี ตาม พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนฯ ถือหุ้นใหญ่สุด 23.55% ฉัตรแก้ว คชเสนี ถือ 16% พิทักษ์ รัชกิจประการ ถือ 16% กชกรณ์ พิบูลธรรมศักดิ์ ถือ 12% ภัคจิรา รัชกิจประการ ถือ 12% พิพัฒน์ รัชกิจประการ ถือในนามส่วนตัว 4.45% ชนัญชิกา รัชกิจประการ ถือ 4% พีรพัฒน์ รัชกิจประการ ถือ 4% ลลิต์ภัทร รัชกิจประการ ถือ 4% ศรัณย์พร รัชกิจประการ ถือ 4% 

บริษัท อาร์ดี เกษตรพัฒนา จำกัด จดทะเบียนเมื่อ 5 เม.ย. 2548 ทุนปัจจุบัน 300 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่ 2170 อาคารกรุงเทพ ทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ห้องเลขที่ 1803 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ บางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. วัตถุประสงค์ การปลูกและเพาะปาล์มน้ำมัน มีกรรมการ 4 คน 1. นางกชกรณ์ พิบูลธรรมศักดิ์ 2. นายจักรชลัช พิบูลธรรมศักดิ์ 3. นางฉัตรแก้ว คชเสนี 4. นางสาวภัคจิรา รัชกิจประการ นำส่งงบการเงินล่าสุดปี 2567 สินทรัพย์รวม 1,081,901,078 บาท รายได้รวม 374,000,141 บาท กำไรสุทธิ 64,085,687 บาท

นำส่งรายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุด 8 ม.ค. 2569 บริษัท รัชกิจ คอร์โปเรชั่น จำกัด ถือหุ้นใหญ่สุด 60% ฉัตรแก้ว คชเสนี ถือ 6.40% พิพัฒน์ โดย บลจ.เกียรตินาคินภัทร ที่รับโอนหุ้นเพื่อจัดการทรัพย์สินของรัฐมนตรี ตาม พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนฯ ถือ 6.40% พิทักษ์ รัชกิจประการ ถือ 6.40% กชกรณ์ พิบูลธรรมศักดิ์ ถือ 4.80% พิพัฒน์ รัชกิจประการ ถือในนามส่วนตัว 4.80% ภัคจิรา รัชกิจประการ ถือ 4.80% ชนัญชิกา รัชกิจประการ ถือ 1.60% พีรพัฒน์ รัชกิจประการ ถือ 1.60% ลลิต์พร รัชกิจประการ ถือ 1.60% ศรัณย์พร รัชกิจประการ ถือ 1.60%

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า “พิพัฒน์” ถือครองหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และบริษัทที่จดทะเบียนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า รวมกันอย่างน้อย 15 แห่ง (เท่าที่ตรวจสอบพบ) โดยเฉพาะธุรกิจในเครือ “รัชกิจ โฮลดิ้ง” ที่ลงทุนด้านพลังงาน น้ำมัน บริการขนส่ง และอสังหาริมทรัพย์ เช่น 

บริษัท พี แอนด์ ซี ปิโตรเลียม จำกัด จดทะเบียนปี 2536 ทุนปัจจุบัน 50 ล้านบาท วัตถุประสงค์ ขายส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิง 1. นางกชกรณ์ พิบูลธรรมศักดิ์ 2. นางฉัตรแก้ว คชเสนี 3. นางสาวภัคจิรา รัชกิจประการ เป็นกรรมการ นำส่งงบการเงินล่าสุดปี 2567 รายได้รวม 3,259,947,553 บาท กำไรสุทธิ 26,583,600 บาท

บริษัท วินด์เซอร์ปาร์ค แอนด์ กอล์ฟคลับ จำกัด (พิพัฒน์ถือ 1,250 หุ้น คิดเป็น 0.0078%) จดทะเบียนปี 2533 ทุนปัจจุบัน 320,325,000 บาท วัตถุประสงค์ ให้บริการสนามกอล์ฟจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม มีกรรมการ 7 คน1. นางสาวจรัสพร กิรติเสวี 2. นายธีระยุทธ ฉายสว่างวงศ์ 3. นายปรีดิ์ คุณทรงเกียรติ 4. นายพิบูลย์ ฉายสว่างวงศ์ 5. นางสาวสิริวรรณ ทรงณัฐศิริ 6. นายสุเทพ ทรงณัฐศิริ 7. นายเทพ โตทอง สินทรัพย์รวม 745,678,232 บาท รายได้รวม 175,368,450 บาท กำไรสุทธิ 21,780,460 บาท

บริษัท เคทีพี ปิโตรเลียม จำกัด (พิพัฒน์ถือ 27,468 หุ้น คิดเป็น 13.73%) จดทะเบียนเมื่อปี 2539 ทุนปัจจุบัน 20 ล้านบาท วัตถุประสงค์ ขายส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิง กรรมการ 2 คน นางฉัตรแก้ว คชเสนี นางกชกรณ์ พิบูลธรรมศักดิ์ นำส่งงบการเงินล่าสุดปี 2567 สินทรัพย์รวม 312,385,711 บาท รายได้รวม 3,329,806,303 บาท กำไรสุทธิ 8,992,001 บาท

บริษัท เอซเซลเล่ โลจิสติค จำกัด (พิพัฒน์ถือ 11,200 หุ้น คิดเป็น 28%) จดทะเบียนเมื่อปี 2557 ทุนปัจจุบัน 4 ล้านบาท วัตถุประสงค์ ขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม กรรมการ 2 คน นางกชกรณ์ พิบูลธรรมศักดิ์ นายสหัสชัย คชเสนี นำส่งงบการเงินล่าสุดปี 2567 สินทรัพย์รวม 96,136,651 บาท รายได้รวม 85,503,856 บาท กำไรสุทธิ 14,495,858 บาท

ผ่าทรัพย์สิน-ขุมธุรกิจพลังงานหมื่นล.! ‘พิพัฒน์’ ก่อนถอยคุม ศบก.

ทั้งนี้ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” แจ้งบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่งรองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ใน “ครม.อนุทิน 1” เมื่อ 26 พ.ย. 2568 พิพัฒน์ แจ้งมีทรัพย์สินรวมคู่สมรสคือ นาที รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทยภาคใต้ ทั้งสิ้น 4,613,298,165 บาท หนี้สินทั้งสิ้น 84,792 บาท

แบ่งเป็นทรัพย์สินของ พิพัฒน์ 4,523,126,641 บาท ได้แก่ เงินสด 1,000,000 บาท เงินฝาก 8 บัญชี 15,563,403 บาท เงินลงทุนถือหุ้นในบริษัทต่าง ๆ รวม 8 แห่ง 3,936,414,836 บาท (ขณะนั้นถือหุ้นใน บจก. รัชกิจโฮลดิ้ง 37,552,600 หุ้น มูลค่า 3,666,616,166 บาท) เงินให้กู้ยืม 433,177,600 บาท ที่ดิน 43 แปลง มูลค่ารวม 32,777,100 บาท 

โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 28 หลัง มูลค่ารวม 16,010,000 บาท ยานพาหนะ รถยนต์ 6 คัน มูลค่ารวม 15,890,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 40,248,702.25 บาท ทรัพย์สินอื่น (ราคาตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป) มูลค่ารม 32,025,000 บาท ไม่ว่าจะเป็น พระเครื่อง แหวนเพชร 3 วง ปืน 5 กระบอก นาฬิกา เป็นต้น มีหนี้สิน 83,363 บาท เป็นเงินเบิกเกินบัญชี แจ้งมีรายได้ต่อปีโดยประมาณ 1,049,662 บาท จากเงินเดือนทั้งหมด

ส่วน “เจ๊เปี๊ยะ” นาที รัชกิจประการ คู่สมรส แจ้งมีทรัพย์สิน 90,171,524 บาท ได้แก่ เงินสด 500,000 บาท เงินฝาก 9 บัญชี 2,696,004 บาท เงินลงทุน 402,835 บาท เงินให้กู้ยืม 15,000,000 บาท ที่ดิน 17 แปลง มูลค่ารวม 13,182,300 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 9 หลัง มูลค่ารวม 36,469,376 บาท ยานพาหนะ รถยนต์ 2 คัน มูลค่ารวม 996,696 บาท สิทธิและสัมปทาน 4,849,340 บาท

ทรัพย์สินอื่น ส่วนใหญ่เป็นกระเป๋าแบรนด์เนม แหวนเพชร เครื่องประดับ นาฬิกา นอกจากนี้ยังมี ปืนพก รวม 16,074,972 บาท มีหนี้สินรวม 1,429 บาท เป็นเงินเบิกเกินบัญชี แจ้งมีรายได้ต่อปีโดยประมาณจากค่าอุปการะเลี้ยงดูจากคู่สมรส ประมาณ 3.6 ล้านบาท