ปลัด มท.ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ไฟป่า-หมอกควัน จ.เชียงใหม่ บูรณาการร่วม ก.ทรัพย์ฯ ขึ้น ฮ.ดูสภาพอากาศ ถกฝ่ายปกครอง-กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน สั่งเข้มห้ามมีจุดความร้อนเพิ่ม
เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการติดตามแก้ไขปัญหาไฟป่า และหมอกควัน ของกระทรวงมหาดไทย โดยเมื่อเวลา 10.35 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัด มท. พร้อมด้วยนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่
ปลัด มท. พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขึ้นบิน ตรวจติดตามสถานการณ์จุดความร้อนในพื้นที่อำเภอฮอด อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นพื้นที่ประสบปัญหาจุดความร้อน (Hotspot) สะสมปริมาณมากในช่วงเช้าวันนี้ จากรายงานการตรวจพบของดาวเทียม เมื่อช่วงเวลา 02.00 น.
โดยปลัดกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดประชุมร่วมกับนายอำเภอดอยเต่า ผู้นำท้องที่ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่อำเภอดอยเต่า ที่โรงเรียนบ้านโปง ตำบลโปงทุ่ง อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรับฟังสภาพปัญหาพร้อมมอบแนวทางในการแก้ไขปัญหาตามข้อสังกัดของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
จากนั้นในช่วงบ่าย ปลัดกระทรวงมหาดไทยพร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มีกำหนดเดินทางตรวจติดตาม การบริหารสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้การบริหารจัดการสถานการณ์เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ด้วยการพุ่งเป้าหาสาเหตุและแก้ไขปัญหาด้วยกลไกกฎหมายอย่างเด็ดขาด ควบคู่กันเสริมสร้างความรับรู้เข้าใจและความร่วมมือของประชาชนเพื่อให้การแก้ไขปัญหาเกิดผลสัมฤทธิ์และทำให้จังหวัดเชียงใหม่ได้มีอากาศที่ดีโดยเร็วที่สุด
ต่อมาเวลา 11.20 น. ที่โรงเรียนบ้านโปง ต.โปงทุ่ง อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการปกครอง ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคง และนายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่)
ลงพื้นที่ประชุมติดตามและบริหารสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ในพื้นที่อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่พบจุดความร้อน (Hotspot) มากที่สุดเมื่อช่วงเวลา 02.00 น. ของวันนี้ ตามรายงานดาวเทียม Gistda โดยมี นายมนัส ชมภูพื้น นายอำเภอดอยเต่า นายวิชญะ เขมจิรานนท์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มบริหารงานปกครอง นายสัญญา มาใจ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นายเสาร์หล้า ปู่ผา นายก อบต.โปงทุ่ง นายศิริพงษ์ วงศ์ใน ปลัด อบต.โปงทุ่ง พร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมประชุม
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า จากการรายงานข้อมูลดาวเทียมจิสด้าเมื่อเช้าวันนี้ พบว่า มีจุดความร้อนมากที่สุดที่อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีปริมาณใกล้เคียงกับอำเภอแม่แตง แต่เมื่อตรวจสอบจำนวนจุดความร้อนถึงในระดับตำบล พบว่า "พื้นที่ตำบลโปงทุ่ง" เป็นพื้นที่ที่มีจุดความร้อนถึง 16 จุด ซึ่งมากที่สุด และแม้ว่าในภาพรวมสถานการณ์จะดีขึ้นจากพบจุดความร้อน 1,000 กว่าจุด เหลือแค่หลัก 100 จุด แต่หากยังเกิดสถานการณ์พื้นที่เล็ก ๆ ก็อาจจะส่งผลทำให้สถานการณ์ทวีความรุนแรงกลับมาอีกครั้ง เราจึงต้องหาแนวทางในการป้องกันและแก้ไข ซึ่งพื้นที่อำเภอดอยเต่ามีสภาพภูมิประเทศเป็นพื้นที่สูง เราต้อง "หาสาเหตุ" ว่าทำไมมันถึงเกิดไฟไหม้ป่าในพื้นที่สูงได้
ปลัดกระทรวงมหาดไทย เน้นย้ำว่า วันนี้สิ่งเดียวที่ต้องรักษาไว้ นั่นคือ "จุดความร้อนต้องไม่เพิ่ม" ด้วยการใช้กลไกชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) สอดส่องดูแลผู้ที่เข้าไปในพื้นที่ป่า ถ้าหากเข้าไปแล้วเกิดจุดความร้อนเพิ่ม ก็ต้องรับผิดชอบ ในเวลานี้ไม่ใช่จะเป็นหน้าที่ของคนใดคนหนึ่งหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทุกคนทุกภาคส่วนต้องช่วยกันในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่รัฐ ภายใต้การนำของท่านนายอำเภอ ทุกคนมีหน้าที่คู่กับความรับผิดชอบ จะหนีความรับผิดชอบไม่ได้ ทุกคนต้องช่วยกันสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชนให้ร่วมมือต้องทำทุกวิถีทางหยุดการเกิดจุดความร้อนให้ได้ ขณะเดียวกันจากรายงานพบว่ามีผู้ติดยาเสพติดลักลอบจุดไฟทำให้เกิดจุดความร้อนในพื้นที่ ก็ต้องใช้กลไกในพื้นที่นำตัวผู้กระทำผิดเข้ารับการบำบัดและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด หากผู้ติดยาเสพติดนั้นเป็นประชาชนในท้องที่อำเภออื่น ก็ต้องบูรณาการร่วมกับอำเภอนั้น ๆ ในการแก้ไขปัญหา
ขณะที่ ปลัดอำเภอดอยเต่า กล่าวว่า พื้นที่อำเภอดอยเต่าได้เกิด จุดความร้อน (Hotspot) ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วง 5-6 วันที่ผ่านมา ด้วยสภาพพื้นที่เป็นพื้นที่ป่ามากกว่า 1.7 แสนไร่ โดยเฉพาะในพื้นที่ ตำบลโปงทุ่ง สภาพปัญหาที่จุดความร้อนขึ้นในจุดที่เป็นภูเขาสูงชัน ทำให้ไม่สามารถใช้กำลังพลภาคพื้นเข้าไปยังพื้นที่ที่เกิดจุดความร้อนได้
จึงรับการสนับสนุนอากาศยานมาปฏิบัติภารกิจ แต่ด้วยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เกิดจุดความร้อนในหลายพื้นที่ ประกอบกับจำนวนอากาศยานไม่เพียงพอทำให้อากาศยานปฏิบัติภารกิจได้ไม่เต็มศักยภาพ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ที่ทำการปกครองอำเภอดอยเต่า ได้บูรณาการทุกภาคส่วนในพื้นที่จัดทำแนวกันไฟบริเวณพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อป้องกันไฟลุกลามเข้าพื้นที่ และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดจุดความร้อนเพิ่มเติม





