วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน 2569

Login
Login

'โสภณ' ไม่สน 'ฝ่ายค้าน' มองเป็นเผด็จการ หลังปิดกั้น 'สส.' อภิปราย

'โสภณ' ไม่สน  'ฝ่ายค้าน' มองเป็นเผด็จการ หลังปิดกั้น 'สส.' อภิปราย

“ฝ่ายค้าน” ประท้วง “ประธานสภาฯ” ปรับเวลาเริ่มประชุม ส่อขัดมติสภาฯ -ปิดไมค์ฯ ไม่ให้แสดงความเห็น- โสภณไม่สนถูกมองเผด็จการ ก่อน “กรวีร์” รับเป็นคนกลางหารือให้ได้ข้อยุติ

ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาฯ โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม โดยก่อนการเข้าสู่วาระการประชุม นายอรรถกร ศิริลัทยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม ลุกหารือต่อการกำหนดเวลาการประชุมสภา หลังจากที่นายโสภณกำหนดว่าให้ปรับเวลานัดประชุมสภาฯ จาก 09.00 น. เป็น 08.30 น.  ทั้งนี้ ตนไม่อยากให้ทำผิดมติของที่ประชุม เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา สภาฯ มีมติกำหนดวันและเวลาประชุม โดยไม่มีผู้ใดคัดค้าน เริ่ม 09.00 น.

“ด้วยความหวังดีของประธานสภาฯ จะนัดประชุม 08.30 น. ผมไม่เห็นด้วย จึงเรียกร้องให้ทบทวน และกำหนดเวลาการประชุมใหม่ เพื่อให้ สส. ได้ลงมติ หรือได้ออกความเห็นร่วมกัน” นายอรรถกร หารือ

นายโสภณ ชี้แจงว่า จากการหารือวันนั้นประเด็นก่อนเข้าวาระประชุม ตนหารือว่าลดเวลาหารือเหลือ 1 ชั่วโมง และเปิดช่องทางหารือผ่านทางลายลักษณ์อักษร จนเห็นความสำคัญของการหารือเพื่อนำความเดือดร้อนของประชาชนต่อสภาฯ เพราะหากไปดำเนินการกับหน่วยงานเองอาจถูกมองว่าแทรกแซงการทำงานได้ จากที่กำหนดใช้เวลา 2 นาทีต่อคน ยังทำไม่ได้เพราะความเดือดร้อนเกินเวลา

“การประชุมจะเริ่มเมื่อประธานสภาฯ เปิดประชุมเมื่อครบองค์ประชุม ส่วนการหารือไม่มีในวาระ ที่เสนอว่าให้ประชุมเลิกค่ำ ผมมีบรรทัดฐานว่าข้าราชการทำงาน 08.30 น. หาก สส.เสียสละหารือเริ่มเวลา 08.30 น. ผมไม่ใช่คนดื้อ แต่เอาประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก ผมจะหารือฝ่ายกฎหมายต่อไป” นายโสภณ ชี้แจง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากนั้นมีการประท้วงต่อการกำหนดเวลาและ วาระการพิจารณาของสภาฯ ก่อนประชุม ของ สส.พรรคฝ่ายค้าน ซึ่งนายโสภณไม่อนุญาตให้สส.ได้ชี้แจงหรือแสดงเหตุผล จนทำให้ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล ประท้วงการทำหน้าที่ของประธานสภาฯ ที่ปิดโอกาสให้ สส.ได้ชี้แจง  พร้อมย้ำว่าสภาฯแห่งนี้ไม่ใช่ของงประธานสภาฯ คนเดียว แต่เป็นสภาของสส. 500 คน

ทำให้นายโสภณ บอกว่า ตนเข้าใจ ถึงบอกว่าไม่ใช่คนดื้อ เมื่อประสานงานหารือได้เปิดโอกาส เมื่อฟังความแล้วพบข้อกังวลต่อการเลื่อนช่วงหารือ 08.30 น. อย่างไรก็ดีหากประธานสภาฯ วินิจฉัยแล้ว เป็นเหตุให้โดนประท้วง หากมองว่าตนเป็นเผด็จการ ก็ขอให้ผู้ฟังทางบ้านตัดสินเอา อย่างไรก็ดีเหตุประท้วงยังไม่สิ้นสุด เมื่อนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ชี้แจงในฐานะตัวแทนพรรคการเมืองที่เข้าร่วมประชุมตัวแทนพรรคการเมืองที่ยืนยันว่าไม่มีการกำหนดเวลาเริ่มต้นการหารือ 

'โสภณ' ไม่สน  'ฝ่ายค้าน' มองเป็นเผด็จการ หลังปิดกั้น 'สส.' อภิปราย

อย่างไรก็ดีก่อนที่นายพริษฐ์จะชี้แจงจบ นายโสภณ ได้ตัดบท จนนายปกรณ์วุฒิ ลุกประท้วงการทำหน้าที่ประธานสภาฯ ที่ไม่รับฟังสมาชิกพูดให้จบ และปิดไมโครโฟน  ซึ่งนายโสภณ ชี้แจงว่าไม่ได้ปิด แต่นายพริษฐ์ได้นั่งลงเพื่อฟังการชี้แจงแล้ว

ทั้งนี้ นายโสภณ ชี้แจงย้ำว่า ในการหารือตัวแทนพรรคการเมือง ได้หารือถึงการทำงานในสภาฯ​โดยหารือว่าจะลดชั่วโมงหารือลง แต่จะเปิดให้หารือเพิ่มอีกช่องทางคือลายลักษณ์อักษร ที่กำหนดให้มี 40 คน และตนต้องขอเวลาอ่านเอกสารว่าใครเสนอข้อหารือบ้าง เพื่อทำให้การหารือของ สส. เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด  ดังนั้น ต้องลดเวลาลง ในที่ประชุมวันนั้นไม่มีผู้โต้แย้ง  ตนจึงเข้าใจว่าเมื่อไม่มีใครโต้แย้ง อนุมานว่าเห็นด้วย เมื่อตนเข้าใจแบบนั้นจึงดำเนินการ หากไม่ผิดข้อบังคับการประชุมจะเริ่มได้

อย่างไรก็ดีเรื่องดังกล่าวได้ยุติลง เมื่อ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย รับเป็นผู้ประสานกับพรรคกล้าธรรมและพรรคประชาชน เพื่อหารือช่วงเวลาหรือให้เป็นข้อยุติ ก่อนจะแจ้งไปยังประธานสภาฯ อีกครั้ง  ทำให้นายโสภณ ชี้แจงว่า “สิ่งไหนทำไม่ได้ หลังจากลงบัลลังก์จะไปปรึกษา แต่หากเรื่องใดที่เป็นประโยชน์จึงนำมาแจ้ง ดังนั้นขอให้ยุติเรื่องดังกล่าว”

จากนั้นที่ประชุมสภาฯ ได้เข้าสู่วาระพิจารณารายงานของหน่วยงานตามวาระการประชุม