วันพุธ ที่ 1 เมษายน 2569

Login
Login

'นักวิชาการ มธ.' เสนอรัฐ ตั้ง สนง.จัดการไฟป่า บูรณาการแก้PM2.5

'นักวิชาการ มธ.' เสนอรัฐ ตั้ง สนง.จัดการไฟป่า บูรณาการแก้PM2.5

"นักวิชาการ มธ." ชี้ช่องโหว่กฎหมายจัดการไฟป่า ยังไม่มีกฎหมายให้อำนาจ ประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉิน จัดการไฟป่า - PM 2.5   เสนอรัฐบาลตั้ง สนง.บูรณการจัดการไฟป่าฯ

รศ.ดร.สุรศักดิ์ บุญเรือง อาจารย์ประจำศูนย์กฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้อำนวยการโครงการหลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชากฎหมายทั่วไป คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือนายกรัฐมนตรีประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉินหรือประกาศเขตควบคุมมลพิษเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันและ พีเอ็ม 2.5 ในภาคเหนือ ว่า หากพิจารณาตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กฎหมายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 และกฎหมายอื่นจะพบว่ายังมีข้อจำกัดในเชิงการบริหารจัดการบางประการ เพราะกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด หรือนายกฯ ประกาศเขตภัยพิบัติ ขณะเดียวกันมาตรการตามกฎหมายดังกล่าวยังคงขาดรายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขการจัดการพื้นที่ว่ากรณีใดอยู่ในอำนาจของใคร ความรุนแรงถึงขั้นหรือระดับใดจะมีอำนาจสั่งการหรือจัดการใดที่จะสนองตอบต่อปัญหาหมอกควันและการเผาในที่โล่งมากกว่ากัน

"ในปัจจุบันนายกฯ ยังไม่มีอำนาจเต็ม เพราะแม้จะเพิ่งมีการโปรดเกล้าฯ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ แต่ต้องรอ ครม. ถวายสัตย์ปฏิญาณและแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อนด้วย"  รศ.ดร.สุรศักดิ์ กล่าว

รศ.ดร.สุรศักดิ์ กล่าวด้วยว่าส่วนระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 ที่มีการนำมาอ้างอิงคู่กับ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยฯ เพื่อการนำงบประมาณมาจัดการภัยพิบัติได้นั้น ในระเบียบดังกล่าว ไม่ได้กำหนดให้สามารถใช้เงินทดรองจ่ายเพื่อการจัดการวางแผนป้องกัน การดำเนินการระงับ หรืออื่นๆ เพื่อจัดการภัยพิบัติอย่างรอบด้าน หากแต่จำกัดอยู่เฉพาะเพื่อเป็นเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินโดยเฉพาะ มากไปกว่านั้น หากพิจารณาแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2564 – 2570 ไม่ได้มีการกำหนดการจัดการภัยพิบัติไฟป่า และมลพิษทางอากาศเป็นกรณีเฉพาะเลย ทั้งที่จริงๆ แผนตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ควรจะเป็นความหวังในการจัดการเรื่องนี้ แต่เอาเข้าจริงแผน และกฎหมายดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับปัญหาที่อาจจะเกิดมายาวนานกว่าเช่นกรณีน้ำท่วม หรือวาตภัยมากกว่า

"ในมาตรการรระยะสั้นคงทำได้เพียงการเยียวยาผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 หรือการประกาศเขตพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบข้างต้น หรือการเดินหน้าตามแผนจัดการไฟป่า และแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังเช่นทุกๆ ปีที่ผ่านมา เพราะกลไกและงบประมาณที่จะนำมาใช้สนับสนุนการจัดการกับปัญหาเป็นการเฉพาะไม่มีระบุเอาไว้ในกฎหมายอย่างชัดเจน" รศ.ดร.สุรศักดิ์ กล่าว

นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวต่อว่า การแก้ปัญหา หลังรัฐบาลมีอำนาจเต็มแล้วควรยืนยันร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ต่อสภาฯ และผลักดันให้เป็นกฎหมายเพื่อบังคับใช้ระยะยาวในการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ นอกจากนั้น ควรกลไกฝ่ายบริหารเพื่อออกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งหน่วยงาน เพื่อบูรณาการด้านการจัดการไฟป่าในภาคเหนือ ที่ใช้ชื่อว่าสำนักงานบูรณาการจัดการไฟป่าและวิกฤตความร้อน เพื่ออุดช่องโหว่ในการจัดการไฟป่าและจุดความร้อนของประเทศไทย โดยนำร่องในพื้นที่ภาคเหนือ ก่อนขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ ต่อไป