สภาฯ ถกญัตติแก้วิกฤติช้างป่ารุกที่คน หนุนตั้งกก.ระดับชาติ "นายกฯ" นั่งบัญชาการแก้ปัญหา ชี้ ทำได้ทันที พร้อมเสนอแก้กฎหมายทารุณกรรมสัตว์ คลุมสัตว์ป่า
ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาฯ ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาญัตติ เรื่อง ขอให้สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการอยู่รร่วมกันระหว่างช้างและคนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ซึ่งเสนอโดยนางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้มีญัตติที่เป็นเรื่องทำนองเดียวกันอีก 2 ญัตติ เสนอโดย นายอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ สส.ชลบุรี พรรรคภูมิใจไทยและ นายหนึ่ง ขัติยะนนท์ สส.นครราชสีมา พรรคประชาชน
โดยนางรัดเกล้า อภิปรายในการเสนอญัตติ ว่า จากข้อมูลตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบัน มีประชาชนเสียชีวิตกว่า 240 คนและบาดเจ็บกว่า 200 คนจากการทำร้ายของช้าง ขณะเดียวกันการสูญเสียช้าง พื้นที่ป่าจากเดิมที่มีพื้นที่อยู่ที่ 53.5% ตอนนี้เหลืออยู่ที่ 21.9% ในรอบ 10ปี และมีช้างตายประมาณ 170 ตัว ซึ่งการตายของสีดอหูพับทำให้เห็นภาพการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทย และแม้สภาฯจะมีการตั้ง กมธ.วิสามัญไปแล้ว ทั้งในสภาฯชุดที่25 และชุดที่26 เพื่อศึกษาหาทางออกให้กับคนอยู่ร่วมกันกับช้าง แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข เพราะเป็นการแก้ปัญหาแบบขอไปที่ ไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ดังนั้นตนจึงเสนอให้จัดตั้งกรมคชสาร หรือองค์กรช้างป่าแห่งชาติ ให้เป็นองค์การเฉพาะทางดูแลช้างป่า ดูแลสวัดิภาพช้างป่าทั่วประเทศอย่างครบวงจร และเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการนโยบายระดับชาติ โดยให้นายกฯนั่งเป็นประธาน และให้มีการตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดทำงานควบคู่ไปด้วย เพื่อให้เกิดการทำงานที่บูรณาการร่วมกัน
นางรัดเกล้า อภิปรายต่อว่าในประเด็นติดจีพีเอสช้าง ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติระบุ ว่ามีอยู่48 ตัว ขณะที่ช้างในปัจจุบันมีกว่า 4,000 ตัว ปัญหาคือเราไม่มีงบประมาณสำหรับค่าใช้จ่ายดาวเทียมติดตามช้าง ดังนั้นขอเรียกร้องให้มีการตั้งงบประมาณในส่วนดังกล่าว นอกจากนั้นต้องปรับปรุงระเบียบและกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายป้องกันและการทารุณกรรมที่ควรครอบคลุมถึงสัตว์ป่า เช่น ช้างด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการอภิปรายของสส. พบว่ามีความเห็นที่สอดคล้องต่อการแก้ไขปัญหาช้างป่าโดยเฉพาะการรุกที่ทำกินของประชาชน โดยนำผลการศึกษาของสภาฯชุดที่ผ่านมา รวมถึงนำงานวิจัยของสถาบันการศึกษามาพิจารณาดำเนินการโดยเร่งด่วน ทั้งนี้มีบางส่วนเสนอให้พัฒนาวัคซีนเพื่อทำหมันช้างในบางพื้นที่ที่จำเป็นต้องควบคุมประชากรช้างป่า
อาทิ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายต่อที่ประชุมสภาฯ สนับสนุนต่อการแก้ไขวิกฤติช้างป่า พร้อมระบุว่าว่าวิกฤติช้างป่า ไม่ใช่เรื่องสัตว์ป่า แต่เป็นเรื่องคุณภาพชีวิตของประชาชน สัตว์ป่า และระบบนิเวศน์ ที่ผ่านมามีการศึกษา และมีการทำโครงการอยู่แล้ว ซึ่งหน่วยงานรัฐสามารถดำเนินการได้ สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งเป็นเพราะการขยายตัวของมนุษย์และภาวะเศรษฐกิจ พื้นที่เกษตร โครงการพัฒนาพื้นที่ ตัดถนนเพิ่มมากขึ้น ทำให้พื้นที่อยู่ของสัตว์ป่าเล็กลง ขณะเดียวกันไม่มีความสมดุลในการอยู่อาศัย ช้างป่าต้องออกหากินในพื้นที่การเกษตรของประชาชน ขณะเดียวกันยังมีประเด็นที่เป็นผลกระทบต่อสังคม ที่ประชาชนต้องย้ายที่อยู่อาศัย เป็นต้น
“การแก้ไข แนวกั้นช้างต้องเร่งทำ และทำเพิ่มเติม รวมถึงการผลักดันช้างมีงานวิจัยที่รองรับเพื่อลดค่าใช้จ่าย นอกจากนั้นต้องมีการเยียวยา และที่สำคัญคือ การคุมกำเนิดช้าง ทั้งนี้ต้องพิจารณาปริมาณป่า และปริมาณช้างที่เหมาะสมที่จะอยู่ในพื้นที่ได้ ส่วนข้อเสนอแนะนั้นผมมองว่าต้องปฏิรูปการใช้ที่ดิน มีส่วนกันชนอย่างเป็นทางการระหว่างช้างกับคน การชดเชย เยียวยา เชิงรุกในพื้นที่ที่เดือดร้อน โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาดำเนินการ และการสร้างระบบป่านิเวศน์ขึ้นใหม่เพื่อให้ช้างมีพื้นที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหาร ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาสามารถเริ่มต้นได้ทันที และเปิดพื้นที่ให้เกิดการมีส่วนร่วม” นายยศชนัน อภิปราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่ที่ประชุมอภิปรายเนื้อหาแล้วเสร็จ สภาฯมีความเห็นพ้องให้ส่งข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลเพื่อให้รับไปดำเนินการแก้ปัญหาโดยเร่งด่วน





