โฉมหน้า "35 เสนาบดี" ในครม.อนุทิน 2 ที่กำลังก้าวเข้าสู่เทอม 2 ของการบริหารราชการแผ่นดิน เกินครึ่งเป็นรัฐมนตรีหน้าเก่า ทั้งในรัฐบาลชุดที่แล้ว หรือรัฐบาลก่อนหน้า แต่ที่น่าสนใจ คือ “14 รัฐมนตรีป้ายแดง” ที่เพิ่งเป็นรัฐมนตรีเป็นครั้งแรก
ไล่ตั้งแต่ “ปกรณ์ นิลประพันธ์” รองนายกรัฐมนตรี เข้ามาใน "โควตากลาง" หรือคนนอกพรรค
โดย“ปกรณ์” ดำรงตำแหน่งสำคัญ คือ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา มา 6 ปี 2 เดือน นับตั้งแต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก่อนเพิ่งหมดวาระ เมื่อวันที่ 29 มี.ค.2569
ที่สำคัญ “ปกรณ์” เคยทำงานใกล้ชิดนักกฎหมายสำคัญของประเทศ ทั้ง “มีชัย ฤชุพันธุ์” อดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ฉบับปี 2560 ในฐานะเลขานุการ กรธ. และ “วิษณุ เครืองาม” อดีตรองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย
ในยุครัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ในช่วงของการผลักดันนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท “ปกรณ์” ในฐานะเลขากฤษฎีกา คือผู้ออกความเห็นแย้งกับรัฐบาล กรณีการออกพ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ว่า ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากจะกระทบ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง
ถัดมาในช่วงปลายรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้ “อดีตนายกฯ” พ้นจากตำแหน่งจากคดีคลิปเสียงอังเคิล
เวลานั้น เกิดข้อถกเถียงในประเด็นอำนาจการประกาศยุบสภา ของ “ภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาการนายกฯ ที่เลือกลุยไฟทูลเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกายุบสภา เพื่อตัดตอนเกมพลิกขั้วของ “พรรคภูมิใจไทย” ในการชิงอำนาจจัดตั้งรัฐบาล
โดย“ปกรณ์” ฟันธงว่า “รักษาการนายกฯ ไม่สามารถยุบสภาได้” สุดท้ายพ.ร.ฏ.ยุบสภาถูกตีกลับมายังรัฐบาลด้วยเหตุผลข้อกฎหมาย นำมาสู่เกมพลิกขั้วจัดตั้ง “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” มี“อนุทิน ชาญวีรกูล”หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเป็นนายกฯในที่สุด
ขณะที่ “โควตาพรรคภูมิใจไทย” รอบนี้ มีรัฐมนตรีป้ายแดง ประกอบด้วย สุขสมรวย วันทนียกุล รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี “ขุนพล” คนสำคัญของ “ครูใหญ่สีน้ำเงิน” และคุมหัวจ่ายให้พรรคสีน้ำเงินมาอย่างยาวนาน
โดยการเลือกตั้งปี2562 “เจ๊รวย” ลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ แต่ไม่ได้รับเลือก จึงได้ตำแหน่งเลขานุการ รมว.คมนาคม (ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตเลขาธิการภูมิใจไทย) ตอบแทน
“เจ๊รวย” เป็นสส.อำนาจเจริญ สมัยแรก ปี 2566 ต่อเนื่องมาถึงการเลือกตั้งล่าสุด แถมเมื่อก.พ.2568 ยังส่งมือขวา “พนัส พันธุ์วรรณ”ลงสมัครนายก อบจ.อำนาจเจริญ ในนามกลุ่มภูมิใจไทอำนาจ ได้รับชัยชนะแบบถล่มทลาย
เหนือไปกว่านั้น ในช่วงที่มีการยื่นตรวจสอบ กรณี “โพยฮั้วสว.”จนกลายเป็นมหากาพย์กินเวลายาวนานถึง 2 ปี
“เจ๊รวย” คือหนึ่งในบุคคลที่ถูกพูดถึง ในฐานะตัวละครสำคัญ แต่คดีนี้ ถูกปิดฉาก ตัดจบตรงที่อนุกรรมการคณะที่ 36 เห็นค้านกับคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 โดยสรุปว่า “ทั้ง 229 คน ไม่มีมูลความผิด”
สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม สส.ศรีสะเกษ ลูกชาย “ฉัฐมงคล อังคสกุลเกียรติ” นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ และเป็นหัวแถวของ “แก๊งลูกเทพ” ที่นำโดย “ไชยชนก ชิดชอบ” เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย
ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร รมช.คมนาคม หรือ “กำนันนอร์ท” หลานชายเจ้าสัวตลาดไท“ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์” และหลานเขยครูใหญ่เนวิน เป็นหนึ่งในสส. “แก๊งลูกเทพ”
“สรรเพชญ บุญญามณี” รมช.คมนาคม สส.สงขลา ลูกชาย "นิพนธ์ บุญญามณี" อดีตสส.สงขลา และอดีตรมช.มหาดไทย ได้รับรางวัลต่างตอบแทน หลังย้ายจากประชาธิปัตย์ เข้าค่ายสีน้ำเงิน และคว้าชัย เลือกตั้งสส.ครั้งนี้
แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สส.อุบลราชธานี และโฆษกพรรคภูมิใจไทย ลูกสาวพ่อใหญ่ “อิสสระ สมชัย” อดีต สส.อุบลราชธานี อดีตรัฐมนตรี และเป็นบ้านใหญ่ “เมืองดอกบัว” ถือเป็นหนึ่งใน สส.แก๊งลูกเทพ ที่สนิทชิดเชื้อกับ “เลขานก”
พลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย สส.นครราชสีมา ลูกชายไพโรจน์ และระนองรักษ์ สุวรรณฉวี เป็นหนึ่งในสมาชิกแก๊งลูกเทพ ที่เข้าถึงบ้านใหญ่บุรีรัมย์ ตั้งแต่ยุคพ่อ มาถึงลูก
เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ รมช.มหาดไทย สส.อุทัยธานี แก๊งลูกเทพ ลูกชาย มนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีตรมช.เกษตรฯ และเป็นหลานชาย ชาดา ไทยเศรษฐ์ อดีต รมต.และสส.ผู้มากบารมี แห่งเมืองอุทัยฯ
วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย สส.สตูล อยู่ในแก๊งลูกเทพ ลูกชาย “โกเกียรติ” สมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ โดยตระกูล “เลียงประสิทธิ์” เป็นบ้านใหญ่สตูล และยังเป็นหลานอาของ “โกเตี๋ยน” สัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ อดีตนายก อบจ.สตูล 3 สมัย
ขณะที่ “โควตาพรรคเพื่อไทย”รอบนี้ มีรัฐมนตรีป้ายแดง “ดร.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โปรไฟล์ วิศวกรรมชีวการแพทย์ และอดีตอธิการบดีฝ่ายวิจัย ของมหาวิทยาลัยมหิดล
“ดร.เชน” แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย เป็นลูกชายของ “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” อดีตนายกฯ และ เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ อดีตสส.เชียงใหม่ และเป็นหลานชาย “ทักษิณ ชินวัตร” ถูกวางตัวเป็นทายาทการเมืองตระกูลชินวัตร
นิกร โสมกลาง รมว. พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สส.นครราชสีมา "สส.ป๊อบ" เป็นบุคคลใกล้ชิด “สุดาวรรณ หวังศุภกกิจโกศล” อดีตรมว.วัฒนธรรม และอยู่ในซุ้ม “บ้านใหญ่โคราช” ของ “กำนันป้อ” วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล เข้ามาแทน “สุดาวรรณ” ที่ติดปัญหาคุณสมบัติ
วัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ สส.อุดรธานี ทายาท “วิเชียร-เทียบจุฑา ขาวขำ” บ้านใหญ่แดงอุดรฯ
ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ สส.เชียงราย 2 สมัย ก่อนหน้านี้เป็นสส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ สส.โฮม ปิยะรัฐชย์ เป็นลูกสาว “ยงยุทธ ติยะไพรัช” บ้านใหญ่เชียงราย อดีตประธานสภา และอดีตรัฐมนตรีหลายสมัย
และ “อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์” รมช.ศึกษาธิการ สส.กาญจนบุรี 2 สมัย เคยเป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือ ร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม เป็นต้น
“ครม.อนุทิน 2” จะเริ่มปฏิบัติหน้าที่เต็มรูปแบบ หลังแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาในวันที่ 7-9 เม.ย.นี้ ย่อมถูกคาดหวังสูง ท่ามกลางวิกฤติพลังงานที่ลุกลามไปยังส่วนอื่นๆ ในเวลานี้
ยิ่งในยามที่รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยมีอำนาจ“เบ็ดเสร็จเด็ดขาด” ทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติด้วยแล้ว KPI จากประชาชน ที่จะประเมินผลงานรัฐบาลย่อมสูงตามไปด้วย
โดยเฉพาะกลุ่ม“รัฐมนตรี” ที่ถูกขนานนามว่า“ลูกเทพ” ทั้งฝั่งน้ำเงินและฝั่งแดง ที่ต้องฝ่าด่าน พิสูจน์ความสามารถเพื่อลบครหา ได้เก้าอี้มาเพราะความเป็นลูกรักอีกด้วย





