จับตาการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ของรัฐบาลภูมิใจไทย หลังโปรดเกล้าฯ ครม.รอเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน คาดว่าภายในสัปดาห์หน้า 7-9 เม.ย. ระหว่างนี้ นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ได้เตรียมเสนอนโยบายหลักของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ที่เน้นมาตรการเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เพราะเป็นพรรคแกนนำหลัก
ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลเบอร์รองอย่างเพื่อไทย ได้คุม 5 กระทรวง ได้แก่ ดร.เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ควบ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ จุลพันธ์ อมรวิวัฒต์ รมว.แรงงาน ประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ นิกร โสมกลาง รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อไทยขาลงอย่างหนัก กระแสตกทั้งประเทศ ยอด สส.ต่ำร้อย จึงไม่สามารถต่อรองขอกระทรวงเกรดเอ เพื่อผลักดันนโยบายหลักของพรรคได้
เมื่อพลาดกระทรวงเศรษฐกิจ ที่สามารถผลักดันนโยบายโดดเด่นในอดีต เป็นจุดแข็งมาตั้งแต่สมัยไทยรักไทย จนสร้างผลงานจับต้องได้ จึงต้องยอมรับสภาพ ในการกำกับดูแลกระทรวงด้านสังคมเป็นหลัก
ดังนั้น เพื่อไทยจึงต้องปรับนโยบาย“เรือธงใหม่” เน้นความสำคัญงานด้านสังคม เพื่อสร้างผลงานทดแทน
คีย์แมนของพรรค ได้วางบทบาท 3 สส.บัญชีรายชื่อ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์-จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์-ประเสริฐ จันทรรวงทอง” เป็น 3 หัวหอกหลัก ผลักดันนโยบายเฉพาะหน้า โดยกำหนดยุทธศาสตร์ และแผนงาน ก่อนเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ
เพื่อเชื่อมกันแบบไร้ร้อยต่อ ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ-กระทรวงการอุดมศึกษาฯ - กระทรวงแรงงาน - กระทรวงพัฒนาสังคมฯ - กระทรวงเกษตร
โดย“ยศชนัน” รองนายกฯ และรมว.การอุดมศึกษาฯ เตรียมเสนอร่างกฎหมาย 47 ฉบับ เพื่อเป็นหัวใจและรากฐานของการยกระดับประเทศ โดยมุ่งเน้นการลงทุนกับ"มนุษย์" หรือ "ทุนมนุษย์"
โดยพรรคเพื่อไทยจะชูนโยบายเรือธง พลิกโฉมการศึกษา ผ่านร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เพื่อเน้นการลงทุนของมนุษย์
1.ยกระดับการผลิต และพัฒนาครู ดึงดูดคนเก่งจากทุกสาขาวิชามาเป็นครู ลดภาระงานครู สร้างสภาพแวดล้อมให้ครูสอนดี มีเวลาให้นักเรียน วางระบบการประเมินศักยภาพครูอย่างเข้มข้น ตรงจุด แต่ไม่เพิ่มภาระให้ครู
2.นักเรียนเป็นศูนย์กลางยกระดับหลักสูตร ยืดหยุ่น สร้างสมรรถนะ ตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้เรียน โรงเรียนต้องปลอดภัย จบปัญหาละเมิดสิทธิ ส่งเสริมสวัสดิภาพนักเรียน
3.เรียนฟรีต้องฟรีจริง ปรับวิธีการจัดสรรงบให้เป็นธรรม ลดภาระผู้ปกครอง ป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบ 4.กำหนดทิศทางพัฒนาทุนมนุษย์ เชื่อมโยงตลาดแรงงาน มีธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ ( National Credit Bank ) เพื่อปรับทักษะแรงงาน
นโยบายหลักข้างต้น เป็นการนำเสนอเบื้องต้น ผ่านชุดกฎหมายนำร่อง 10 ฉบับ เพื่อแก้ปัญหาปากท้องให้กับประชาชนและดูแลด้านความปลอดภัย
ล่าสุด พรรคเพื่อไทยได้นำเสนอร่างกฎหมาย 10 ฉบับเข้าสู่สภาฯ เพื่อรอบรรจุเข้าสู่วาระ ประกอบด้วย ร่าง พ.ร.บ.การส่งเสริมวิทยาศาสตร์ การวิจัย และนวัตกรรม ร่าง พ.ร.บ.โรงแรมและสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม ร่าง พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ร่าง พ.ร.บ.ภาพยนตร์ ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์
ในสัปดาห์ถัดไป จะเสนออีก 6 ฉบับ เป็นชุดเกี่ยวกับการศึกษา และแรงงาน ประกอบด้วย ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ร่างพ.ร.บ. การเข้าถึงบริการอย่างเท่าเทียม
ดร.เชน ยศชนัน ระบุถึงเหตุจำเป็นว่า “หลาย พ.ร.บ.ที่ปัจจุบันยังไม่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ จำเป็นต้องแก้ไข รวมถึงปัญหาทางสังคมด้วยการเข้ามาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลง ก็มีความจำเป็นที่ต้องดูแลอย่างทั่วถึง กับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย”
ในขณะที่นโยบายหลัก ระหว่างหาเสียงนั้น ที่หัวหน้าพรรค จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ซึ่งเข้ามานั่ง รมว.แรงงาน ได้โปรโมทผ่านเรือธง “ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30%” จะถูกผลักดันผ่านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีรองหัวหน้าพรรค “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” เป็นว่าที่รัฐมนตรี
ส่วนอีกนโยบายเรือธง “คนไทยไร้จน” คนไทยที่มีรายได้ไม่ถึง 3,078 บาทต่อคนต่อเดือน โดยรัฐจะเติมเงินให้ถึงเส้นความยากจน หากรายได้ทั้งปี ต่ำกว่า 36,000 บาท รัฐจะเติมส่วนที่ขาด ให้มีรายได้รวมถึง 36,000 บาททันที ขาดเท่าไหร่ เติมให้เท่านั้น แต่นโยบายนี้จำเป็นต้องยื่นสิทธิผ่านระบบภาษี
ระหว่างหาเสียง “จุลพันธ์” เคยระบุถึงนโยบายดังกล่าวว่า ”เรามีนโยบายคนไทยไร้จน เพราะการทำเรื่อง Minimum Income Guarantee คือการยืนยันว่าคนไทยต้องมีรายได้ต่อเดือน 3,000 บาท เพราะเส้นความยากจนอยู่ที่ 3,074 บาท ใครต่ำกว่านี้ เราจะเติมให้จนเต็ม“
เรือธงนี้ สส.เพื่อไทย จะสนับสนุนผ่านเจ้ากระทรวงพัฒนาสังคมฯ เพื่อผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรม หากสำเร็จก็เป็นประโยชน์ ในการสร้างผลงานไว้ต่อยอดการเมืองในอนาคต
ยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน บรรดานักเลือกตั้งเพื่อไทย ต้องเผชิญตำบลกระสุนตก จากปมสู้รบในสมรภูมิตะวันออกกลางจนลามมาส่งผลถึงสถานการณ์ปัญหาพลังงาน และน้ำมันภายในประเทศ
ที่สำคัญปัญหาดังกล่าวส่งผลต่อปากท้องชีวิตความเป็นอยู่ของคนหาเช้ากินค่ำ ตรงนี้ทำให้มี สส.ในค่ายแดงจับเข่าคุยนอกรอบกับคีย์แมนเพื่อไทยในสภาฯ ให้เน้นบทบาทและผลงานของพรรคเพื่อไทยเวลานี้ แม้จะอยู่ในสถานะพรรคเบอร์รอง แต่ผลกระทบที่พรรคเคยได้รับ ตั้งแต่รัฐบาลเศรษฐา จนมาถึงรัฐบาลแพทองธาร ไปตกอยู่ที่พรรคหลัก คือ พรรคภูมิใจไทย ในชั่วโมงนี้
สอดคล้องกับทิศทางการวางองคาพยพของเพื่อไทย ที่เวลานี้ “มาดามอิ๊งค์” ต้องการปั้นเพื่อไทยให้กลับมาเป็นพรรคที่กระแส สู้ด้วยเรือธงจุดแข็ง “เพื่อไทย ทำได้”
สอดรับกับม็อตโต้ล่าสุด “บทใหม่ เพื่อไทย หัวใจไม่เคยแพ้“ ถือเป็นบทท้าทายใหม่ของพรรคตระกูลชินวัตร ว่าจะกลับมาผงาดเกินร้อยได้หรือไม่





