"ยศชนัน" พร้อมทำหน้าที่ รองนายกฯ-รมว.อว. ให้ดีที่สุด เล็งใช้นวัตกรรม แก้วิกฤติพลังงาน-ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ลดเดือดร้อนประชาชน ตั้งแต่เดือนแรก
ที่รัฐสภา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ว่า ดีใจที่คนไว้วางใจ และจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทั้งนี้ตำแหน่งในการทำงานต่างๆ มาพร้อมกับหน้าที่ความรับผิดชอบ ที่จะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด รวมถึงต้องควบคู่กับการแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน เช่น วิกฤติพลังงาน การหาพลังงานทดแทน รวมถึงปัญหาฝุ่น พีเอ็ม 2.5 ที่พื้นที่ภาคเหนือเดือดร้อนพอสมควร
เมื่อถามว่าขณะนี้ไม่มีเวลาฮันนีมูนจะมีการวางกรอบ ทำงานอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะกระทรวงเกี่ยวกับด้านสังคมพรรคเพื่อไทยดูแล นายยศชนัน กล่าวว่า เราดูแลตั้งแต่เรื่องคน ที่อาจจะเป็นกลุ่มเปราะบาง เด็ก จนถึงเรื่องการศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มคนผู้สูงอายุ ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยได้วางแผนล่วงหน้าไว้พอสมควร และพร้อมทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
"ใน1 เดือนแรกมีเรื่องจำเป็นที่ต้องทำเร่งด่วน และมีแนวทางที่จะวางแผนให้กับประชาชนได้รับทราบว่าอะไรจะเป็นแนวทางที่ทำในระยะประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี ซึ่งจะเป็นสิ่งที่เป็นความหวัง ที่จะทำในระยะเวลา 2 ปี 4 ปี อย่างไรก็ตามต้องมีการสื่อสารให้ชัดเจน นอกจากนี้ยังมีเรื่องการรับมือสิ่งที่ไม่คาดฝัน" นายยศชนัน กล่าว
เมื่อถามว่า นโยบายเร่งด่วนที่จะบรรจุในกระทรวงอุดมศึกษาฯ และจะมีการแถลงต่อสภาจะมีเรื่องใดบ้าง นายยศชนัน กล่าวว่า มี 2 เรื่อง 1.คือเรื่องความเหลื่อมล้ำ การปรับโครงสร้างต่างๆ ให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก หลายประเทศมองประเทศไทยเป็นหมุดหมายที่อยากจะมา เรามีทักษะของคน ทักษะแรงงานต่างๆ พร้อมที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกหรือไม่ และ 2.การวางโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาว
"ทุกคนมองว่าประเทศไทยต้องเปลี่ยนแปลง ดังนั้นจำเป็นต้องลงทุนเรื่องวางโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าได้ ซึ่งเราไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ในกระทรวงเท่านั้น ต้องดูเรื่องเกี่ยวกับนโยบายงบประมาณของกระทรวงการคลัง โดยในส่วนนี้ต้องมีการทำงานร่วมกันในทุกรูปแบบทุกมิติ เราสามารถดูเรื่องมิติเศรษฐกิจ หรือมิติปากท้อง ที่เป็นมิติเรื่องที่เกี่ยวกับการศึกษา การพัฒนาและทุนมนุษย์" นายยศชนัน กล่าว





