วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

ผบ.ทร. เผย กัมพูชา ป่วนทมอดา แฝงนัย ชี้วางคอนเทนเนอร์ เฉพาะจุดจำเป็น

ผบ.ทร. เผย กัมพูชา ป่วนทมอดา แฝงนัย ชี้วางคอนเทนเนอร์ เฉพาะจุดจำเป็น

ผบ.ทร. เผย กัมพูชา ป่วนทมอดา มีวัตถุประสงค์บางอย่าง ย้ำ ฝ่ายไทยไม่มีขยับรุกออกนอกแนว ชี้ วางตู้คอนเทนเนอร์ เฉพาะจุดเป็นอันตรายต่อกำลังพล ลดเผชิญหน้า

30 มี.ค. พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์พื้นที่ชายแดนจังหวัดตราด โดยเฉพาะบริเวณทมอดา ขณะนี้ยังไม่มีสถานการณ์ใหม่เพิ่มเติม ทุกอย่างยังอยู่ในกรอบเดิม แม้จะมีความเคลื่อนไหวของฝ่ายกัมพูชาที่ปรากฏเป็นข่าวอย่างต่อเนื่อง

ผบ.ทร. กล่าวยอมรับว่า การเข้ามาเคลื่อนไหวของฝ่ายกัมพูชานั้น อาจมีวัตถุประสงค์บางอย่าง แต่ฝ่ายไทยยังไม่สามารถประเมินได้ชัดเจนว่าเป็นเรื่องใด โดยย้ำว่าแนวทางของไทยคือ การใช้ความอดทน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้สถานการณ์บานปลาย และกองทัพเรือยังคงยึดแนวปฏิบัติตามกฎหมายและข้อตกลงร่วมระหว่างไทย-กัมพูชา (Joint Statement) ที่ลงนามเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการยึดแนวเส้น TDL (Thai-Cambodian Maritime Boundary Line) หรือ Troop Deployment Line ซึ่งเป็นเส้นกำหนดการวางกำลังของทั้งสองฝ่าย โดยยืนยันว่า ฝ่ายไทยไม่มีการขยับกำลังหรือรุกล้ำออกนอกแนวดังกล่าวแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีที่มีลักษณะคล้ายการก่อกวนหรือยั่วยุจากฝ่ายตรงข้าม ผบ.ทร. ระบุว่า ได้กำชับกำลังพลให้ยึดหลักความอดทน และไม่ตอบโต้ โดยเปรียบเทียบว่า หากอีกฝ่ายพยายามยั่วยุแล้วไทยไม่ตอบสนอง ก็จะไม่เกิดความตึงเครียดเพิ่มเติม และช่วยลดโอกาสเกิดความขัดแย้ง

ในส่วนของมาตรการป้องกัน ผบ.ทร. ย้ำว่า กองทัพเรือจะดำเนินการเฉพาะสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น โดยพิจารณาจากความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของกำลังพลเป็นหลัก ไม่ต้องการเพิ่มความตึงเครียดในพื้นที่โดยไม่จำเป็น

สำหรับกรณีที่ “กัน จอมพลัง” เสนอจะนำตู้คอนเทนเนอร์ไปเสริมในพื้นที่นั้น ผบ.ทร. ระบุว่า กองทัพเรือไม่มีแผนเสริมกำลังหรือเพิ่มสิ่งก่อสร้างเกินความจำเป็น เว้นแต่ในจุดที่ประเมินแล้วว่าอาจเกิดอันตรายต่อเจ้าหน้าที่

โดยก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุฝ่ายตรงข้ามรื้อถอนลวดหนามและล้ำเข้ามาใกล้กำลังพลไทย ซึ่งสร้างความกังวลด้านความปลอดภัย เนื่องจากมีโอกาสเกิดเหตุไม่คาดคิด หากเจ้าหน้าที่ไม่ระมัดระวังเพียงพอ

จึงได้กำชับกำลังพลให้เพิ่มความรอบคอบในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งหรือบานปลาย โดยยืนยันว่า แนวทางหลักของกองทัพเรือคือการรักษาสถานการณ์ให้อยู่ในความสงบ ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยของกำลังพลเป็นสำคัญ