วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม 2569

Login
Login

มท.ถกหน่วยมั่นคงภายใน ติดตามปมตะวันออกกลาง-โอนภารกิจชายแดนใต้

มท.ถกหน่วยมั่นคงภายใน ติดตามปมตะวันออกกลาง-โอนภารกิจชายแดนใต้

รองปลัด มท.ถกหน่วยงานความมั่นคงภายใน ตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง ปัญหาสัญชาติ พร้อมโอนภารกิจชายแดนใต้ปี 70 ยกระดับความปลอดภัยประชาชน

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2569 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมดำรงธรรมชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงภายใน กระทรวงมหาดไทย ครั้งที่ 2/2569 โดยมี ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคง นายเจนกิจ เชฏฐวาณิชย์ รองอธิบดีกรมที่ดิน นายเอกพงษ์ ศิริพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน นางบุณฑริก หิรัญบูรณะ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักนโยบายและแผน สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยผู้แทนกรม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม

นายภาสกร กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้ เป็นการติดตามความคืบหน้าสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล กับอิหร่าน ตลอดจนแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคล ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2563 การเตรียมความพร้อมรองรับการถ่ายโอนภารกิจด้านการรักษาความปลอดภัยจากทหารใน ปี 2570 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ความคืบหน้าการดำเนินการเกี่ยวกับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา (ผภร.) และแนวทางการดำเนินงานในระยะต่อไป แนวทางการจัดตั้งศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดนกระทรวงมหาดไทย (ศบค.ชด.) และแนวทางการแก้ไขปัญหาการเข้ามาตั้งถิ่นฐานและครอบงำธุรกิจของชาวต่างชาติในประเทศไทย

"การประชุมคณะกรรมการบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงภายใน กระทรวงมหาดไทย ครั้งที่ 2/2569 ในวันนี้ ถือเป็นกลไกสำคัญในการประสานงานและผลักดันงานด้านความมั่นคงให้เป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกมิติ โดยสถานการณ์ปัจจุบันมีสถานการณ์ด้านความมั่นคงมีความสำคัญและกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน อาทิ ความมั่นคงชายแดน สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผล กระทบต่อสถานการณ์ด้านพลังงาน ตลอดจนแนวทางการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคล เป็นต้น เพื่อให้การขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงภายในของกระทรวงมหาดไทยเป็นไปอย่างบูรณาการ มีเอกภาพ และสามารถติดตามประเมินสถานการณ์ได้อย่างใกล้ชิดและทันต่อสถานการณ์" รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว