วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม 2569

Login
Login

'ศุภจี' เผย 'นายกฯ'สั่ง พาณิชย์ดูต้นทุนน้ำมัน เผย เรือขนปุ๋ยติดค้าง5ลำ

'ศุภจี'  เผย 'นายกฯ'สั่ง พาณิชย์ดูต้นทุนน้ำมัน เผย เรือขนปุ๋ยติดค้าง5ลำ

"ศุภจี" รับเรือขนปุ๋ย ติดค้างช่องแคบฮอร์มุซ 5 ลำ เร่งปรับสูตรใช้ปุ๋ยในประเทศแทน เผย "นายกฯ"สั่งด่วนพาณิชย์ ดูโครงสร้างต้นทุนน้ำมัน ค่ากลั่น ค่าประกัน บริหาร พร้อมเร่งคิกออฟไทยช่วยไทย 1 เม.ย.

28 มี.ค.ทีทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่ากระทรวงพาณิชย์ได้วางแนวทางรับมือผลกระทบวิกฤติพลังงานตะวันออกกลางใน 3 มาตรการหลัก เพื่อพยุงค่าครองชีพประชาชนและป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าในช่วงวิกฤติโดยมาตรการที่ 1 การเข้มงวดสินค้าควบคุม ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เร่งทบทวนบัญชีสินค้าควบคุมภายใต้ พ.ร.บ.กำหนดราคาสินค้าและบริการ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 59 รายการ โดยเพิ่มสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นเข้าสู่หมวดควบคุมเพิ่มเติมเป็น 66 รายการ พร้อมกำหนดให้สินค้าสำคัญอีก 6 รายการต้องขออนุญาตก่อนปรับราคา และต้องแจ้งทั้งปริมาณและคุณภาพเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดตามอย่างใกล้ชิด

ด้านการบังคับใช้ กรมการค้าภายในร่วมกับพาณิชย์จังหวัดและ กจร. ลงตรวจสอบสถานประกอบการแล้วกว่า 4,000 แห่ง มีเรื่องร้องเรียนจากประชาชนกว่า 400 เรื่อง ซึ่งจัดการไปแล้วมากกว่าครึ่ง

นางศุภจี กล่าวว่า มาตรการที่ 2 การตรวจสอบโครงสร้างต้นทุนน้ำมัน ตามคำสั่งนายกฯ เพราะแม้การกำหนดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงจะอยู่ภายใต้อำนาจของกระทรวงพลังงาน แต่ตามคำสั่งการของนายกรัฐมนตรี กระทรวงพาณิชย์จะเชิญผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมาร่วมตรวจสอบโครงสร้างต้นทุนในกระบวนการผลิตน้ำมันตั้งแต่ต้นทางจนถึงผู้บริโภค เพื่อพิจารณาว่าค่าการกลั่น ค่าประกอบการ และเบี้ยประกันต่าง ๆ มีความเหมาะสมเพียงใด แต่การกำหนดราคาขั้นสุดท้ายยังคงอยู่ในกรอบกฎหมายของกระทรวงพลังงานเหมือนเดิม

ส่วนมาตรการที่ 3 การทำโครงการไทยช่วยไทย กระทรวงพาณิชย์เตรียมเปิดตัวโครงการ ไทยช่วยไทย อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 เมษายนนี้ โดยรวบรวมสินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 1,000 รายการ จากผู้ผลิตและผู้ประกอบการที่ให้ความร่วมมือ ลดราคาเฉลี่ย 25–50% จากราคาปกติ กระจายไปยังร้านค้าปลีกค้าส่งครบทุกจังหวัดทั่วประเทศ พร้อมกับแผนต่อไป จะเปิดช่องทางออนไลน์สำหรับสินค้าชุมชนควบคู่กันไป นอกจากนี้ จะขยายโครงการธงฟ้าลงพื้นที่กว่า 500 ชุมชนในเดือนเมษายนและพฤษภาคม พร้อมจัดธงฟ้าเคลื่อนที่เข้าถึงพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาประหยัด

นางศุภจี ยังกล่าวถึง สถานการณ์ราคาปุ๋ยว่า  ผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะปุ๋ยเคมี ปิโตรเคมี และผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งปัจจุบันมีเรือบรรทุกสินค้าติดค้างอยู่ในบริเวณดังกล่าวรวม 5 ลำ และยังไม่สามารถเดินทางเข้ามาได้ โดย เดิมทีสมาคมปุ๋ยได้ประเมินว่าปริมาณสำรองปุ๋ยในประเทศจะเพียงพอสำหรับการใช้งานได้จนถึงเดือนสิงหาคม อย่างไรก็ตาม การปิดกั้นช่องแคบที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดการณ์ล่วงหน้า ส่งผลให้ทั้งสินค้าที่อยู่ระหว่างขนส่งและสินค้าที่รอบรรทุกใหม่ต้องหยุดชะงักลงพร้อมกัน

กระทรวงพาณิชย์จึงได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงการต่างประเทศเพื่อติดตามสถานการณ์เรือบรรทุกสินค้าที่ติดค้างอยู่ และร่วมบริหารจัดการสินค้าวัตถุดิบตั้งต้นที่จำเป็นให้กับภาคการผลิตภายในประเทศ เพราะในการรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่ปกตินี้ กระทรวงพาณิชย์ได้หารืออย่างใกล้ชิดกับเกษตรกร สมาคมเกษตรทั่วประเทศ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพิจารณาปรับสูตรปุ๋ยให้ลดสัดส่วนการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า รวมถึงส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เป็นทางเลือกทดแทน เพื่อป้องกันไม่ให้ปุ๋ยขาดตลาดในช่วงฤดูกาลเพาะปลูก

ขณะเดียวกัน ในฐานะที่ปุ๋ยเป็นสินค้าควบคุม กระทรวงพาณิชย์ย้ำว่าการปรับราคาปุ๋ยทุกกรณีจะต้องผ่านกระบวนการขออนุญาตตามกฎหมาย และจะตรวจสอบให้มั่นใจว่าต้นทุนที่นำมาคำนวณราคานั้นมีความถูกต้องและเป็นธรรม โดยจะดำเนินการร่วมกับหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้องอย่างบูรณาการ

ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ยังเร่งเจรจาหาตลาดส่งออกทดแทน โดยเฉพาะในแถบแอฟริกาและลาตินอเมริกา เพื่อรองรับสินค้าส่งออก เช่น ข้าว ที่ไม่สามารถส่งไปยังตะวันออกกลางได้ตามปกติในช่วงนี้