รมว.คลัง นัดประชุมเคาะแจกเงินบัตรคนจน 30 มี.ค.บรรเทาผลกระทบกลุ่มเปราะบาง ย้ำรัฐบาลใช้งบอุ้มน้ำมันได้แบบจำกัด
28 มี.ค.ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมากว่า 1 เดือน ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อระบบพลังงานโลก โดยเฉพาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งราว 1 ใน 5 ของอุปทานน้ำมันโลกต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ปัจจุบันยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจนว่าวิกฤตดังกล่าวจะสิ้นสุดลงเมื่อใด
ทั้งนี้ ที่ผ่านมารัฐบาลในตำแหน่งรักษาการ ได้ใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นกลไกหลักในการรักษาเสถียรภาพราคา ต่างจากหลายประเทศในอาเซียนที่ปล่อยให้ราคาลอยตัวตามกลไกตลาด โดยปัจจุบันไทยยังคงอุดหนุนราคาน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 19 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาน้ำมันของไทยต่ำกว่ามาเลเซียเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่สามารถอุดหนุนได้อย่างไม่มีขีดจำกัด เพราะหากกองทุนน้ำมันขาดทุนสะสมจนเกินตัว อาจนำไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจซ้อนวิกฤติพลังงาน เทียบได้กับบทเรียนจากวิกฤติค่าเงินบาทปี 2540 จึงจำเป็นต้องทยอยลดการอุดหนุนตามลำดับ
ภายใต้ข้อจำกัดของรัฐบาลรักษาการที่อยู่ระหว่างการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ การใช้งบประมาณต้องเป็นไปด้วยความระมัดระวัง โดยทุกบาทที่ใช้ล้วนมาจากภาษีของประชาชน พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานงดเดินทางดูงานต่างประเทศ และส่งเสริมการทำงานจากที่บ้าน เพื่อลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
ดังนั้นรัฐบาล จำเป็นที่จะมุ่งเป้าใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดดูแลประชาชนกลุ่มอื่นที่ไม่ได้ใช้รถใช้น้ำมันโดยตรงด้วย โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ซึ่งวันจันทร์ที่ 30 มี.ค.นี้ ตนจะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อพิจารณาเพิ่มวงเงินช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 100 บาท เพื่อบรรเทาผลกระทบแก่กลุ่มเปราะบาง ขณะที่กระทรวงพาณิชย์จะเข้มงวดควบคุมไม่ให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าในช่วงวิกฤต และกระทรวงคมนาคมจะดูแลไม่ให้ต้นทุนค่าขนส่งปรับตัวสูงจนเกินไป
รัฐบาลย้ำว่า วิกฤติครั้งนี้เป็นวิกฤติระดับโลกที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมแรงร่วมใจกัน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อฟันฝ่าสถานการณ์ไปด้วยกัน





