“กระทรวง... รู้ไว้ก็ดี ว่าจะต้องเจออะไร” คำประกาศกร้าวของ "เอกนัฏ พร้อมพันธุ์" ว่าที่รมว.พลังงาน ใน ครม.อนุทิน 2
“เอกนัฏ” ตอบคำถามสื่อมวลชน หลังจากอภิปรายญัตติร้อนในสภาฯ เรื่อง “วิกฤติพลังงาน” ที่เกิดจากเหตุสู้รบในตะวันออกกลาง ส่งผลให้คนไทยได้รับความเดือดร้อนในวงกว้าง เนื่องจาก “น้ำมัน” ขาดปั๊ม ต่อด้วย “ราคาน้ำมัน” พุ่งพรวด กระชากอารมณ์ กระชากความเชื่อมั่นที่มีต่อ“รัฐบาลภูมิใจไทย”
ต้องยอมรับว่า การประกาศตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน ของนายกฯอนุทิน ในช่วงต้นเดือน มี.ค. เปิดช่องให้ “นักค้ากำไร” ผู้หยั่งรู้ว่าราคาน้ำมันอยู่ในช่วงขาขึ้นจากภาวะสงคราม โดยรัฐบาลไม่สามารถตรึงราคาต่อไปได้ สบช่องเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์
อย่างไรก็ตาม ปัญหาราคาพลังงาน ทั้งน้ำมัน-ไฟฟ้า จะเป็นบทพิสูจน์การทำงานของ “เจ้ากระทรวงคนใหม่” ซึ่งชื่อของ รัฐมนตรีขิง “เอกนัฏ” อยู่ในโผ โดยไม่มีใครมาแทรกกลาง
“เอกนัฏ” ยืนยันว่า การแก้ไขปัญหาราคาพลังงานต้องใช้ความกล้าเข้าสู้ อย่าเชื่อข้อมูลที่ถูกรายงานมาจากเจ้าหน้าที่ มากกว่าข้อมูลที่ได้รับจากประชาชน
“ผมเคยมีประสบการณ์ตั้งแต่สมัยเป็น รมว.อุตสาหกรรม ที่ทำงานจับเหล็กเถื่อนและทุนเทา ตอนนั้นผมได้รับข้อมูลจากชาวบ้าน เพราะหากไปถามเจ้าหน้าที่ ก็จะได้รับรายงานว่า ทุกอย่างเรียบร้อยดีหมด วันนี้กระทรวง ต้องถึงเวลาออกไปตรวจสอบจริงจัง ไม่ใช่เกรงใจใคร และให้ทางกระทรวงรู้ไว้ด้วยก็ดี ว่าจะต้องเจออะไร”
โดยภารกิจเร่งด่วนของกระทรวงพลังงานในยุคใหม่ ต้องกล้าตัดสินใจแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า ไปจนถึงความไม่โปร่งใสในระบบ จุดเริ่มต้นสำคัญคือ การรื้อโครงสร้างราคาน้ำมันทั้งระบบ โดยเฉพาะกลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์ จากเครื่องมือชั่วคราวเพื่อบรรเทาผลกระทบ กลายเป็นกลไกถาวรที่บิดเบือนราคา
สำหรับบทบาทของ “กองทุนน้ำมัน” ต้องเรียกผู้ประกอบการโรงกลั่นเข้าหารือ เพื่อทบทวนโครงสร้างรายได้ โดยเฉพาะค่าการกลั่น และกำไรจากสต็อกน้ำมันที่เพิ่มสูงในช่วงวิกฤติ ซึ่งต้องมีความโปร่งใส และสะท้อนต้นทุนจริง ไม่ใช่สร้างภาระให้ประชาชนในช่วงราคาพลังงานผันผวน
“อีกหนึ่งข้อเสนอเชิงโครงสร้าง คือ การจัดตั้งคลังสำรองน้ำมันของรัฐ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการวิกฤติพลังงาน โดยไม่ต้องพึ่งพาการสำรองของเอกชนเพียงอย่างเดียว”
ว่าที่ รมว.พลังงาน ยืนยันว่า “แนวทางการทำงาน จะยึดหลักไม่เกรงใจอำนาจใด และพร้อมเผชิญแรงต้านจากทุกฝ่าย หากเป็นการรักษาผลประโยชน์ของประชาชน ปัญหาพลังงานไทยแก้ได้ ถ้ามีความกล้า และตั้งใจจริง”
อีกด้านหนึ่ง อดีต รมว.พลังงาน "พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค" อดีตรมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์รายการคมชัดลึก เนชั่นทีวี 22 ถึงสถานการณ์ช็อกประชาชน เมื่อราคาน้ำมันปรับขึ้นทีเดียว 6 บาทต่อลิตร โดยระบุว่า ต้องอธิบายเหตุผล ถ้ามีเหตุผล 10 บาทก็ต้องจ่าย แต่ต้องอธิบายที่มาที่ไปได้ แต่ กบน.(คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง) ประชุมตอน 21.00 น. ของวันที่ 25 มี.ค. แล้วประกาศขึ้นตอน 22.30 น. คำถาม ทำไมวันอื่นไม่ประชุม
“ผมขอเตือนผ่านไปถึง กบน.ว่า ทุกอย่างที่ท่านทำ ท่านมีความรับผิดชอบทางกฎหมาย ต้องอธิบายได้ว่าทำไม 6 บาท มีข่าวออกมาว่า มีการตกลงกันก่อนว่า จะให้ขึ้น 6 บาท ตอบให้ได้นะ ถ้าตอบไม่ได้ ระวัง ผมได้ยินอย่างนั้น”
พีระพันธุ์ ยืนยันว่ามี “ไอ้โม่ง” ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันในทุกขั้นตอน เพราะหากรัฐบาลจริงใจ ต้องกางตัวเลขแท้จริงออกมาเปิดเผยกับประชาชน
“แต่ตัวเลขหรือประเด็นข้อเท็จจริงตรงนี้ รัฐบาลไม่เคยชี้แจงว่าจริงหรือเท็จ พูดแค่ว่าไม่ขาด ทำไมไม่ตรวจสอบ และอธิบายว่า น้ำมันกลั่นวันละ 157 ล้านลิตร ถ้ากลั่นเหมือนกรณีปกติ เขาก็ต้องมีการจ่ายน้ำมันให้ผู้ค้า รวมถึงจ็อบเบอร์ด้วย 157 ล้านลิตรต้องมีตัวเลขว่ากระจายที่ใคร จะมีกี่พันราย เมื่อรวมกันแล้ว 157 ล้านลิตร”
"ตรงนี้เหมือนพ่อค้าคนกลาง เขาก็ส่งต่อไปเป็นทอด สุดท้ายไปถึงรถขนส่งที่ต้องไปปั๊ม แต่ต้อง 157 ล้านลิตรทุกรายการ เพราะฉะนั้นคุณก็ตอบได้แล้วว่า รถบรรทุกพูดไม่จริง เพราะสุดท้ายอยู่คลังน้ำมันต้องจ่ายสุดท้าย รวมกัน 157 ล้านลิตร รัฐบาลไม่เคยพูด ไปพูดแค่ว่ามีปัญหาเรื่องขนส่ง ทั้งที่ขนส่งบอกไม่มีปัญหา"
“อีกอย่างพูดแล้วตลกมาก ที่บอกว่าอุตสาหกรรมมาแย่งใช้ เป็นไปได้อย่างไร โรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงผลิตสินค้า เขาไม่ได้มีถังน้ำมันแค่ 300-400 ลิตรแบบรถยนต์ ถังเขาเป็นพันเป็นหมื่นลิตร จะแย่งกับปั๊มน้ำมันได้อย่างไร ตรรกะมันก็ผิดหมดอยู่แล้ว” อดีตรมว.พลังงาน ระบุ
“พีระพันธุ์” ยังชี้แจงกรณีพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล แต่มาวิพากษ์วิจารณ์การแก้ปัญหาราคาพลังงาน ว่า "ถ้าถูกต้อง เราก็ต้องบอก ไม่ถูกต้อง ก็ต้องบอก ไม่ใช่เออออ เป็นขี้ข้าพลอยพยักตลอด อยู่ฝั่งนี้ดีไปหมด ถ้าไม่ดี ก็ต้องบอกว่ามันผิด”
ทั้งหมดคือ มุมมองและแนวทางแก้ปัญหาของ “เอกนัฏ”ว่าที่ รมว.พลังงานคนใหม่ และ“พีระพันธุ์” อดีตรมว.พลังงาน ซึ่งทั้ง“เอกนัฏ-พีระพันธุ์” ย่อมรู้ดีว่า ราคาพลังงานมี “ไอ้โม่ง” ที่ได้รับผลประโยชน์หรือไม่
หลังจากนี้ จะเป็นบทพิสูจน์ฝีมือ ครม.อนุทิน 2 จะแก้ปัญหาระยะสั้น วางโครงสร้างราคาพลังงานในระยะยาว ได้มากน้อยเพียงใด





