วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม 2569

Login
Login

'พริษฐ์' คุ้ยธุรกิจน้ำมัน 'พิพัฒน์' ชี้ส่อผลประโยชน์ทับซ้อน

'พริษฐ์' คุ้ยธุรกิจน้ำมัน 'พิพัฒน์' ชี้ส่อผลประโยชน์ทับซ้อน

'พริษฐ์' คุ้ยข้อมูลธุรกิจน้ำมัน 'พิพัฒน์' หัวหน้า ศบก. 'ครอบครัว-เครือญาติ' ยังถือหุ้นครอบคลุมแทบทุกขั้นตอนอื่นในห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน บี้นายกฯถอดจากตำแหน่ง

เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ในฐานะหัวหน้าศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ให้สัมภาษณ์ในรายการ "กรรมกรข่าว คุยนอกจอ" ว่า ยังยืนยันความเห็นที่ได้อภิปรายในสภาเมื่อวันก่อน ว่า นายกฯควรเปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบหลักเรื่องวิกฤตพลังงานจาก รองนายกฯ พิพัฒน์ เป็นคนอื่น เพื่อเคลียร์ข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน

นายพริษฐ์ ระบุว่า ในช่วงหนึ่ง [นาที 39-40] รองนายกฯ พิพัฒน์ เล่าว่านายกฯเคยหารือกับเขาเกี่ยวกับเรื่องการขึ้นราคาน้ำมัน โดย “เรียกประชุมเป็นกลุ่มเล็กโดยไม่มีผู้ประกอบการ เพราะเรื่องนี้เราไม่สามารถให้ผู้ประกอบการรู้ได้ (ว่าจะขึ้นราคาน้ำมันเท่าไหร่) เพราะเราก็กลัวว่าผู้ประกอบการรู้ เขาอาจจะปิดสถานีบริการก่อนหรือกักตุน…” แต่ “ช้างในห้อง” คือตัวท่านรองนายกฯ พิพัฒน์ เองก็เป็นส่วนหนึ่งของผู้ประกอบการเช่นกัน

1. รองนายกฯ พิพัฒน์ ยังถือหุ้นอยู่ 5% ใน บริษัท “รัชกิจ โฮลดิ้ง จำกัด” ที่เป็นผู้ถือหุ้นหลัก (25%) ในบริษัท PTG Energy โดยมีน้องชายเป็นกรรมการและผู้บริหาร

'พริษฐ์' คุ้ยธุรกิจน้ำมัน 'พิพัฒน์' ชี้ส่อผลประโยชน์ทับซ้อน

2. แม้รองนายกฯ พิพัฒน์ จะพยายามปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับการบริหารธุรกิจ แต่มีหลายครั้งตลอดการสัมภาษณ์ที่รองนายกฯ พิพัฒน์ มักใช้คำว่า “เรา” หรือ “พวกเรา” เวลาพูดถึงการดำเนินการของบริษัท PTG Energy เช่น นาที 70-72

3. แม้ PTG Energy ไม่ได้มีโรงกลั่นของตนเอง แต่ รัชกิจ โฮลดิ้ง หรือ PTG Energy ถือหุ้นในหลายบริษัทที่ครอบคลุมแทบทุกขั้นตอนอื่นในห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน จากข้อมูลล่าสุด มีการถือหุ้นในผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่หรือคลังน้้ำมัน (ม.7) อย่างน้อย 2 บริษัท

บริษัท 1 PTG ถือหุ้น 70.50%
บริษัท 2 PTG ถือหุ้น 40%

มีการถือหุ้นในผู้ค้าน้ำมันรายย่อยหรือจ็อบเบอร์ (ม.10) = อย่างน้อย 6 บริษัท

บริษัท 1 PTG ถือหุ้น 100%
บริษัท 2 PTG ถือหุ้น 99.98%
บริษัท 3 PTG ถือหุ้น 99.98%
บริษัท 4 PTG ถือหุ้น 99.98%
บริษัท 5 PTG ถือหุ้น 99.97%
บริษัท 6 PTG ถือหุ้น 99.97%

มีการถือหุ้นในผู้ขนส่งน้ำมัน (ม.12 = อย่างน้อย 4 บริษัท

บริษัท 1 PTG ถือหุ้น 100%
บริษัท 2 รัชกิจ โฮลดิ้ง ถือหุ้น 25%
บริษัท 3 รัชกิจ โฮลดิ้ง ถือหุ้น (ทางอ้อม) 25%
บริษัท 4 รัชกิจ โฮลดิ้ง ถือหุ้น (ทางอ้อม) 19%

4. หนึ่งในบริษัทผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ (ม.7) ที่ PTG ถือหุ้น เป็นธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันไบโอดีเซล ที่ย่อมได้ประโยชน์จากนโยบายของรัฐบาลที่เสนอให้เพิ่มอัตราส่วนผสมน้ำมันไบโอดีเซล (เช่น B10 หรือ B20)

'พริษฐ์' คุ้ยธุรกิจน้ำมัน 'พิพัฒน์' ชี้ส่อผลประโยชน์ทับซ้อน

"ผมย้ำว่าผมไม่ได้กล่าวหาว่าบริษัทเหล่านี้ทำอะไรที่ผิดไปแล้ว แต่ผมอยากชี้ให้เห็นว่า หากสมมติผมเป็นบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่มีเครือข่ายบริษัทน้ำมันอย่างกว้างขวางในแทบจะทุกขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน และหากผมรู้มาก่อนว่านโยบายของรัฐบาลในแต่ละวันถูกกำหนดมาอย่างไร สถานการณ์แบบนี้จะเปิดช่องมหาศาลให้ผมสามารถเก็งกำไรได้บนความเดือดร้อนของประชาชน" นายพริษฐ์ ระบุ

โฆษกพรรค ปชน.ระบุอีกว่า ท่านรองนายกฯ พิพัฒน์ ก็ทราบดีถึงข้อกังขานี้ เพราะท่านพูดในลักษณะตัดพ้อหลายครั้งในรายการว่าท่าน “พูดอะไรไป ก็ไม่มีใครเชื่อ” ดังนั้น ไม่ว่าที่ผ่านมาจะมีหรือไม่มีการใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ของเครือข่ายธุรกิจตนเอง แต่ตราบใดที่รัฐบาลยังคงออกแบบโครงสร้างการบริหารจัดการวิกฤตพลังงานครั้งนี้ โดยให้ผู้กำหนดนโยบายหลักกับผู้ที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายธุรกิจน้ำมัน เป็นคนๆเดียวกัน ก็ยากที่ประชาชนจะเชื่อมั่นในความตรงไปตรงมาหรือความโปร่งใสในการดำเนินการของรัฐบาล

"ผมจึงเห็นว่า หากรัฐบาลต้องการเคลียร์ข้อครหาตนเองเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ท่านนายกฯ ควรเปลี่ยน ผอ. ศบก. หรือผู้รับผิดชอบหลักเรื่องวิกฤตพลังงานจาก รองนายกฯ พิพัฒน์ เป็นคนอื่น หรือหากท่านนายกฯไม่กล้าตัดสินใจ ท่านรองนายกฯ พิพัฒน์ จะพิจารณาถอนตนเองก็ได้ครับ" โฆษกพรรค ปชน.ระบุ

ที่มา พริษฐ์ วัชรสินธุ - ไอติม - Parit Wacharasindhu