ทร.คุมเข้มน่านน้ำไทย ลาดตระเวนตามเส้นแสดงสิทธิ จับตา “เรือประมงกัมพูชา” ติดอาวุธเข้าป่วนไทย หลังพบแล่นเข้า-ออก กว่า 20-30 ลำ พร้อมสกัดจับลักลอบส่งออกสินค้าทะเลไทย เข้ากัมพูชา
เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2569 น.ท.ณัฐกิจ แสวงผล ฝ่ายเสนาธิการประจำกองเรือปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ 1 กล่าวถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้มี เรือประมงกัมพูชา ได้รุกล้ำน่านน้ำไทย จำนวน 20-30 ลำ และมีพฤติกรรมที่รุกล้ำบ่อยขึ้นว่า ทุกวันนี้กองทัพเรือ ได้ตระเวนตามเส้นแบริ่ง 211 หรือ แนวเขตชายแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา ทางทิศใต้ของเกาะกูด โดยส่วนใหญ่ เรือกัมพูชาที่ข้ามมามีการข้ามเลยมาประมาณ 1 ไมล์ หรือ 500 หลา ซื้อหากกองทัพเรือ ตรวจจับเรดาร์ได้ ก็จะเข้าจับกุมทั้งหมด แต่ส่วนใหญ่เมื่อเรือประมงของกัมพูชา ตรวจจับเรดาร์เรือของกองทัพเรือได้ เรือกัมพูชาก็จะวิ่งกลับไป แต่ก็มีบางลำที่ล้ำเข้ามา เราก็วิ่งเข้าจับกลุ่ม
ส่วนมีการตั้งข้อสังเกตว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่ทางฝั่งกัมพูชาจะมีการ ตั้งเป็นกองเรือประมง ติดอาวุธเพราะทางกัมพูชาไม่มีกองทัพเรือ น.ท.ณัฐกิจ กล่าวว่า เราก็ระวังในเรื่องนี้ และได้มีการวิเคราะห์จากพฤติกรรมที่ผ่านมา เพราะว่า ตั้งแต่มีสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ก็มีเรือประมงกัมพูชาเข้ามายังน่านน้ำไทยจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันกำลังรวบรวมข้อมูลตรงนี้อยู่ ซึ่งหากมีการยั่วยุก่อกวน กองทัพเรือก็มีกฎการใช้กำลังตามหลักสากล
โดยทางผู้เข้าบัญชาได้มอบนโยบายชัดเจนแล้วว่า ให้ออกลาดตระเวน แสดงสิทธิ์ว่า เป็นพื้นที่ของฝั่งประเทศไทยอย่างเต็มที่ เช่น เรือประมงเวียดนาม ที่ได้ล้ำน่านน้ำไทยเข้ามา และได้ชนเรือหลวงเทพาจนได้รับความเสียหาย เมื่อปี 2568 เราก็ต้องมีการใช้อาวุธ ถ้าหากจำเป็น เราสามารถปฏิบัติได้ทันที โดยการปฎิบัติการเริ่มตั้งแต่การยิงเตือน แต่หากไม่ฟังก็จะดำเนินการตามขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก
นอกจากนี้ยังพบว่า เรือสัญชาติกัมพูชา ยังลักลอบเข้ามาในเขตไทย เพื่อรับปลาแซลมอน และสินค้าทะเลจากประเทศไทย กลับไปยังกัมพูชา โดยทางกองทัพเรือ ก็ได้ทำการจับกุม และยึดสินค้าไว้ทั้งหมด





