กกต.ประชุมถอดบทเรียนเลือกตั้ง-ประชามติ 'แสวง' ยันบัตรเลือกตั้งมี 'บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด' ยึดตาม รธน. การใช้สิทธิยังเป็นความลับ เตรียมเปิดเผยให้ ปชช.มีส่วนร่วม
เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2569 ที่ จ.เชียงราย มีรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประชุมถอดบทเรียนการเลือกตั้ง และการทำประชามติที่ผ่านมา โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-26 มี.ค. 2569 โดยนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.กล่าวตอนหนึ่งถึงการจัดให้มีการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. โดยขณะนี้อยู่ในชั้นการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ให้ที่ประชุมผู้บริหารฟัง
นายแสวง อธิบายว่า การจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. กรณีบัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ดหรือบาร์โค้ด เป็นการเลือกตั้งโดยตรงและลับ เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญโดยแท้ เพราะเป็นการลงคะแนนไม่มีผู้ใดรู้ และไม่อาจตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็นศาล หรือ กกต. หรือประชาชนโดยทั่วไป แต่ก็ไม่ได้กระทบต่อการทำหน้าที่ของศาลหรือ กกต. ที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมแต่ประการใด เพราะการตรวจสอบให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม เป็นคนละประเด็นกับการตรวจสอบย้อนหลัง ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด
นายแสวง ระบุอีกว่า การตรวจสอบความไม่สุจริตในการเลือกตั้งเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้ เช่น ให้อำนาจแก่ศาล หรือ กกต. แล้วแต่กรณี แต่การตรวจสอบว่าใครลงคะแนนให้ใคร เป็นเรื่องที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองใว้ และเป็นไปตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนในการเลือกตั้ง ไม่มีองค์กรใด หรือใครจะไปตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็นศาล หรือ กกต.
นายแสวง ยังยกตัวอย่างของการทำหน้าที่ของ ศาล หรือ กกต. ในการตรวจสอบการกระทำที่ไม่สุจริตเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง ที่กฎหมายให้อำนาจไว้ 2 กรณี
กรณีที่ 1 การสั่งให้นับคะแนนใหม่ ถ้าศาลหรือ กกต. มีมติสั่งให้นับคะแนนใหม่แล้วแต่กรณี ก็เพียงแต่เปิดหีบและนำบัตรของหน่วยเลือกตั้งนั้นมานับคะแนนใหม่เท่านั้น ซึ่งในการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 ก.พ. กกต. ได้มีมติให้นับคะแนนใหม่ในหลายหน่วยเลือกตั้ง ในวันที่ 22 ก.พ. การนับคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งดังกล่าว ก็ยังเป็นการลงคะแนนโดยตรงและลับตลอดเวลาจนกว่าบัตรจะถูกทำลายตามเวลาที่กฎหมายกำหนด
กรณีที่ 2 การตรวจสอบบัตรปลอม หรือการตรวจสอบการใช้บัตรข้ามเขต กกต. ก็เพียงมีมติสั่งให้เปิดหีบบัตรและนำบัตรในหน่วยเลือกตั้งมาสแกนบาร์โค้ดหรือ คิวอาร์โค้ด ก็จะทราบทันทีว่าเป็นบัตรปลอมหรือเป็นบัตรข้ามเขตเลือกตั้งหรือไม่ ไม่ได้กระทบถึงหรือทำให้ทราบว่าใครลงคะแนนให้ใคร มันจึงยังเป็นความลับอยู่ตลอดไปจนกว่าบัตรจะถูกทำลายตามเวลาที่กฎหมายกำหนด
มีรายงานแจ้งอีกว่า ผลจากการถอดบทเรียนในครั้งนี้สำนักงาน กกต. จะได้เผยแพร่ให้ประชาชนรับทราบ เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมและตรวจสอบการเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นของประชาชน โดยประชาชน และเป็นที่ยอมรับ ให้การเลือกตั้งเป็นกระบวนการทางการเมืองที่ประชาชนทุกคนได้ทำหน้าที่พลเมืองดีในการรับผิดชอบประเทศชาติร่วมกัน





