"อภิสิทธิ์" ชี้เป็นความล้มเหลว "รัฐบาล" ปล่อยวิกฤติน้ำมันลาม พร้อมมองปล่อยลอยตัวราคาน้ำมัน เท่ากับปล่อยผีไอ้โม่ง ตรวจสอบคนกักตุนน้ำมันไม่ได้แล้ว
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการกรรมกรข่าว คุยนอกจอ ถึงกรณีที่ปรับขึ้นราคาน้ำมัน ราคา 6 บาทต่อลิตร ว่า ตนทราบข่าวการขึ้นราคาน้ำมัน หลังจากประชุมสภาฯ สิ้นสุด ดังนั้นขอตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการจงใจส่งข่าวหลังสภาปิดเพื่อเลี่ยงการเผชิญหน้าและการตรวจสอบจาก สส. หรือไม่ ทั้งที่ตามหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตย รัฐมนตรีควรเข้ามาแถลงและชี้แจงเหตุผลต่อสภาเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบแนวทางที่ชัดเจน อย่างไรก็ดีวิกฤติพลังงานที่เกิดขึ้น ถือเป็นความล้มเหลวของรัฐบาลในการรับมือวิกฤตน้ำมันครั้งนี้ไว้ 3 ประเด็นหลัก คือ
1.) ขาดความชัดเจนเชิงยุทธศาสตร์ รัฐบาลไม่มีการตั้งเป้าหมายหรือหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนว่าจะพยุงราคาน้ำมันไปจนถึงระดับราคาตลาดโลกที่เท่าใด ทำให้ภาคเอกชนและประชาชนไม่สามารถวางแผนล่วงหน้าได้
2.) ประชาชนแบกรับภาระเพียงฝ่ายเดียว ทั้งที่รัฐบาลสามารถขอความร่วมมือจากโรงกลั่นน้ำมันในการส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเพิ่มเติมจากค่าการกลั่นที่สูงขึ้น หรือพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตเพื่อช่วยพยุงราคา แทนที่จะปล่อยให้ราคาดีเซลพุ่งสูงขึ้นทันที
และ 3.) มาตรการช่วยเหลือล่าช้า แม้รัฐบาลจะระบุว่ามีมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเฉพาะเป้าหมาย 5 กลุ่ม แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้จริงในขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงไปแล้ว
"การที่รัฐบาลประกาศขึ้นราคาน้ำมันพรวดเดียว 6 บาท เมื่อคืนที่ผ่านมา เป็นการ ปล่อยผีไอ้โม่งเพราะเมื่อราคาขยับขึ้นไปสูงตามที่ต้องการแล้ว น้ำมันที่เคยถูกกักตุนไว้ก็จะถูกปล่อยออกมาขายทันที ทำให้ไม่มีใครไปตามจับไอ้โม่งแล้ว" นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงการอภิปรายของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่ระบุว่ารัฐบาลมีข้อมูลย้อนแย้งกันระหว่างภาครัฐที่ยืนยันว่าน้ำมันสำรองมีเพียงพอ แต่หน้าปั๊มกลับไม่มีน้ำมันขายหรือมีการลดโควตานั้น ตนมองว่าเป็นสิ่งสะท้อนว่ามีกระบวนการกักตุนน้ำมันเกิดขึ้นจริง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า หน้าที่สำคัญของรัฐบาลในระบบประชาธิปไตยคือต้องมีความรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎร นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องควรเข้ามาแถลงมติสำคัญในสภา โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นราคาน้ำมัน เพื่อรับฟังความคิดเห็นจาก สส. และชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจผ่านระบบสภาโดยตรง





