'ภัทรพงษ์' สส.เชียงใหม่ ปชน. ออกโรงซัด ขึ้นราคาน้ำมันคืนเดียว 6 บาท ชี้เป็นอีกครั้งที่ 'รัฐบาลอนุทิน' จัดการวิกฤติ โดยไร้ประชาชนในสมการ
เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2569 นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน (ปชน.)โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ว่า วิกฤตขึ้นราคาน้ำมันวันนี้ เหมือนรัฐบาลปล่อยน้ำจากเขื่อนให้ไปท่วมบ้านประชาชน โดยไม่มีการช่วยเหลือใดๆไปให้เลย อีกประเด็นที่สำคัญมากของการ ขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 6 บาท ในครั้งนี้ คือ มาตรการการช่วยเหลือ 5 กลุ่ม ที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯแถลง มันอยู่ที่ไหน ทำไมถึงไม่มีมาตรการช่วยเหลือออกมาก่อนหรือพร้อมกันกับการขึ้นราคาน้ำมันแบบก้าวกระโดดแบบนี้ 5 กลุ่มที่คุณเอกนิติแถลงไว้คือ
1.) กลุ่มเปราะบาง รัฐบาลบอกว่า จะเติมเงินจากงบกลางเข้าไปในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ "หลังจากได้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ทันที" วิกฤตขนาดนี้ ยังไม่กล้าอนุมัติเงินทั้งที่มันเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วน ไม่ต่างอะไรเลย กับผู้นำที่มีอำนาจพร้อมงบประมาณในกระเป๋าแต่กลับบอกว่า "ผมจะปล่อยน้ำจากเขื่อนมาท่วมบ้านพวกคุณนะ แต่ทุกคนต้องช่วยเหลือตัวเองก่อน"
2.) กลุ่มขนส่ง รัฐบาลบอกว่าจะให้กระทรวงคมนาคมรวบรวมข้อมูล คำถามคล้ายกับกลุ่ม 1 คือ จะต้องรอให้ดีเซลพุ่งทะลุ 50 บาทไหม ถึงจะรวบรวมเสร็จ?
3.) กลุ่มเกษตรกร ไม่ได้ช่วยเรื่องน้ำมันตรงๆ แต่รัฐบาลบอกว่าจะให้กระทรวงพาณิชย์ช่วยเรื่องราคาปุ๋ย เรื่องนี้ขนาดก่อนประกาศขึ้นราคา 6 บาท ปุ๋ยก็ขึ้นราคากันหนักมากแล้ว เช่น ปุ๋ยสูตร 40-0-0 ยี่ห้อหนึ่งขึ้นราคาจาก 1,065 เป็น 1,140 บาทเมื่อวาน นี่ขนาดก่อนประกาศ 6 บาท วิกฤตเดิมยังไม่แก้แต่ปล่อยของใหม่มาซ้ำเติมโดยไม่มีมาตรการรองรับช่วยเหลือเกษตรกรเลย ยังไม่รวมกับราคาพืชผล ที่กระทรวงพาณิชย์จัดการผิดพลาดมาตลอดด้วย
4.) กลุ่มประมง รัฐบาลบอกว่าจะมีการใช้ B20 แทนน้ำมันเขียว โดยราคาจะถูกกว่าดีเซลหน้าปั๊มบนบก 5 บาท ก็ต้องตั้งคำถามว่า วันนี้มีเรือประมงได้รับความช่วยเหลือนี้หรือยัง? ซึ่งผมมั่นใจว่าไม่มี
5.) กลุ่มผู้รับเหมาภาครัฐ กลุ่มภาคอุตสาหกรรม ภาคบริกการ - รัฐบาลก็บอกเพียงแค่เตรียมปรับค่า K ช่วยผู้รับเหมา เตรียมซอฟต์โลนให้ผู้ประกอบการ แต่ก็ยังไร้ซึ่งรายละเอียดและแนวทาง
จากการตัดสินใจขึ้นราคาน้ำมันอย่างก้าวกระโดด ที่นอกจากจะเลือกประกาศหลังปิดสภาแล้ว หนีการตรวจสอบแล้ว ยังเป็นการตัดสินใจในภาวะวิกฤตที่ไม่มีอะไรรองรับหรือลดผลกระทบกับประชาชนเลย
"เป็นอีกครั้งที่ รัฐบาลอนุทิน จัดการวิกฤตโดยที่ไม่มีประชาชนอยู่ในสมการ ผู้นำที่ดีเมื่อเกิดวิกฤต จะต้องประเมินผลกระทบที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แล้วหาวิธีลดความรุนแรงที่จะกระทบกับประชาชนให้ได้มากที่สุด ไม่ปล่อยให้ประชาชน เผชิญปัญหาอย่างหนักโดยลำพัง ทั้งที่ตนมีทั้งอำนาจและเงินอยู่ในมือ" นายภัทรพงษ์ ระบุ





