วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

10 ปี ทริปดูงานต่างประเทศ 2,500 ล้าน ACT ชง 4 ข้อ แก้ปัญหาต้นตอ

10 ปี ทริปดูงานต่างประเทศ 2,500 ล้าน ACT ชง 4 ข้อ แก้ปัญหาต้นตอ

ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา กำลังเป็นประเด็นถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก สำหรับองค์กรอิสระหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลามมาถึงสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ แม้แต่ศาลยุติธรรมก็ตาม ที่มีหน่วยงานใต้สังกัด หรือหลักสูตรภายใน จัดทริป “บินดูงานต่างประเทศ

ช่วงสัปดาห์ก่อน แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ลงนามในหนังสือถึง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ขอความอนุเคราะห์ในการประสานงาน ในการศึกษาดูงานของหลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 16 (พตส.16) โดยหนังสือดังกล่าวระบุว่า ด้วย สำนักงาน กกต. จัดการศึกษาอบรมหลักสูตร พตส.16 มีผู้เข้าอบรม 148 คน และกำหนดให้มีการเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศ 4 เส้นทาง แบ่งเป็น เครือรัฐออสเตรเลีย 18-25 เม.ย. 2569 เยอรมนี 19-26 เม.ย. 2569 โปแลนด์ 19-26 เม.ย. 2569 ญี่ปุ่น (โอซากา) 19-25 เม.ย. 2569

ในการนี้เพื่อให้การศึกษาดูงานหลักสูตร พตส.16 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สำนักงาน กกต. จึงประสานไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทยใน 4 ประเทศ เพื่อประสานกำหนดการในการศึกษาดูงานดังกล่าว โดยมี กกต. และผู้บริหารระดับสูงของสำนักงาน กกต. เป็นหัวหน้าคณะทั้ง 4 เส้นทางด้วย

พลันที่ปรากฏเป็นข่าว ร้อนถึง แสวง บุญมี รวมถึงสำนักงาน กกต.ชี้แจงโดยพลันว่า ประธาน กกต. รวมถึง กกต. และเลขาธิการ กกต.ไม่ได้เดินทางไปด้วย ต่อมาเมื่อ 18 มี.ค.ได้ชี้แจงทางการอีกครั้ง ยืนยันว่า กกต.ได้พิจารณาตามมติ ครม. ขอให้งดเว้นการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ ตามที่เลขาธิการ กกต.รายงาน ในการประชุมเมื่อวันที่ 16 มี.ค. มีมติเห็นชอบในหลักการให้สำนักงาน กกต.งดเว้นการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ ตามแนวทางมติ ครม.ดังกล่าว

10 ปี ทริปดูงานต่างประเทศ 2,500 ล้าน ACT ชง 4 ข้อ แก้ปัญหาต้นตอ

ถัดมาไม่นาน มีกรณีมีการเผยแพร่โปรแกรมดูงานยุโรป 10 วันเต็ม ประกอบด้วย ฝรั่งเศส โมนาโก อิตาลี ของผู้พิพากษาศาลฎีกา 26 คน ตามหลักสูตรผู้พิพากษา คณะที่ 2 ระหว่างวันที่ 22- 31 มี.ค. 2569 โดยกำหนดการมีทั้งการศึกษาสภาพภูมิอากาศ เศรษฐกิจ สังคม และศิลปวัฒนธรรมของเมืองต่าง ๆ และรับฟังบรรยาย และ/หรือศึกษาดูงานศาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม หรือมหาวิทยาลัย หรือหน่วยงานอื่นที่เป็นประโยชน์

ต่อมา สื่อศาล ช่องทางสื่อสารทางการของศาลยุติธรรม ชี้แจงว่า เมื่อวันที่ 20 มี.ค. กระทรวงการคลังมีหนังสือด่วนที่สุด แจ้งการอนุมัติให้หน่วยงานราชการสามารถเบิกค่าใช้จ่ายกรณีเลื่อนหรือยกเลิกการเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศฯ ได้ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมจึงยกเลิกการเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศของหลักสูตรผู้พิพากษาศาลฎีกา

มาถึงปมร้อนล่าสุด “ภัณฑิล น่วมเจริญ” สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) แถลงเรียกร้องสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเปิดเผยข้อมูลการศึกษาดูงานสาธารณรัฐอียิปต์ ระหว่างวันที่ 24 เม.ย. - 2 พ.ค. 2569 โดยโครงการดังกล่าว ประกาศผู้ชนะเสนอราคา 2,954,000 บาท ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่รัฐบาลประกาศให้หน่วยงานรัฐ ระงับการเดินทางไปดูงานหรืออบรมที่ต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีการบินต่อเครื่องที่ดูไบ ซึ่งอยู่ในสมรภูมิการรบตะวันออกกลางด้วย จึงมีประเด็นเรื่องความปลอดภัยด้วย เบื้องต้นยังไม่มีคำชี้แจงจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเรื่องนี้

10 ปี ทริปดูงานต่างประเทศ 2,500 ล้าน ACT ชง 4 ข้อ แก้ปัญหาต้นตอ

ทว่า “มานะ นิมิตรมงคลประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT เขียนบทความเรียกร้องให้หยุดทริปศึกษาดูงานต่างประเทศของหน่วยงานรัฐ ที่อาจแฝงการท่องเที่ยว โดยเปิดเผยฐานข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ที่ค้นผ่าน ACT Ai โดยพิมพ์คำว่า “ศึกษาดูงานต่างประเทศ” 

พบว่า ระหว่างปี 2559-2568 หรือ 10 ปีงบประมาณ มีหน่วยงานรัฐทุกประเภท องค์กรอิสระ ศาล ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดทริปดูงานต่างประเทศมากถึง 928 โครงการ หมดเงินไม่น้อยกว่า 2,500 ล้านบาท เฉลี่ยปีละ 250 ล้านบาท

ดร.มานะ ชี้ว่า นับเป็นงบประมาณที่สูงมาก โดยหากเทียบเคียงกับงบฯอาหารกลางวันเด็กระดับอนุบาลถึงประถม 6 ในสังกัด สพฐ. ที่ได้รับสิทธิงบเฉลี่ย 22-27 บาท/คน/มื้อ แล้ว งบฯดูงาน 250 ลบ./ปีจะสามารถจัดอาหารได้ประมาณ 10 ล้านมื้อ ดูแลนักเรียนได้ประมาณ 5 หมื่นคน ตลอด 1 ปีการศึกษา หรือประมาณกว่า 100 ล้านมื้อในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

10 ปี ทริปดูงานต่างประเทศ 2,500 ล้าน ACT ชง 4 ข้อ แก้ปัญหาต้นตอ

ดร.มานะ ยังได้ตั้งข้อสังเกตที่สำคัญ 4 ข้อว่า

1.ประเด็นสำคัญที่ประชาชนคัดค้านไม่ได้อยู่ที่ “การเดินทางในช่วงนี้” แต่เป็นเรื่องความไม่เหมาะของ “เนื้อหาในการไปดูงานแบบนี้” ดังนั้นในการศึกษาดูงานต่างประเทศของหน่วยงานใดก็ตาม หากตลอดการเดินทางมีการไปดูงานแบบมีเนื้อหาสาระที่จะเป็นประโยชน์จริง ๆ เป็นหลักก่อน แล้ววันหยุดจะไปท่องเที่ยวบ้าง เช่นนี้ก็คงยอมรับกันได้

2.เสียงทักท้วงเรื่องการจัดทริปดูงานต่างประเทศ “มีมาหลายปีแล้ว” ทำอย่างไรว่าจะมั่นใจได้ว่า เหตุการณ์เยี่ยงนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกในปีต่อ ๆ ไป ใครคือผู้รับผิดชอบ

3.การเรียนรู้ประสบการณ์จากต่างประเทศคือเรื่องจำเป็น แต่การศึกษาดูงานที่แฝงการท่องเที่ยว คือ “คอร์รัปชัน” จากการใช้เงินและเวลาของหลวงไปเพื่อประโยชน์ส่วนตน เอาเปรียบคนส่วนใหญ่ที่เขาไม่ทำเช่นนั้น ทั้งเป็นการละเมิดมาตรฐานจริยธรรมที่ว่า “ต้องถือประโยชน์ของบ้านเมืองเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน” การจัดทริปอย่างต่อเนื่องของทุกหน่วยงาน กำลังสะท้อนสำนึกเก่าที่มองว่าเป็น “สวัสดิการ” หรือ “รางวัล” อย่างเห็นแก่ตัว รังแต่จะถูกต่อต้านจากสังคม

4.มีวิธีที่ใช้งบประมาณได้อย่างคุ้มค่าได้ด้วยทางเลือกอื่น เช่น เชิญผู้เชี่ยวชาญให้เดินทางมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ จัดประชุมออนไลน์ หรือสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรในระยะยาว ส่งผู้เกี่ยวข้องโดยตรงจำนวนหนึ่งเดินทางไปศึกษางานแล้วกลับมาถ่ายทอดอย่างครบถ้วน เป็นต้น

ทั้งหมดคือข้อมูลเกี่ยวกับการจัดทริปดูงานล่าสุดของหน่วยงานรัฐ ที่ถูกสังคมถล่มจนกลายเป็นตำบลกระสุนตกอยู่เวลานี้

ส่วนรัฐบาล หรือหน่วยงานของรัฐ จะมีกลไกอะไรแก้ไขปัญหาซ้ำซาก จนเป็นเรื่องที่ต้องแฉกันทุกปีแบบนี้หรือไม่ ต้องติดตาม