'ทนายอั๋น' ยื่นเอกสารเพิ่ม ย้ำเตือนผู้ตรวจฯ ส่งตัวเองเป็นพยานคดีในศาล รธน.ปมกล่าวหา กกต.คดี 'บาร์โค้ด' บัตรเลือกตั้ง ขอให้ส่งเรื่องคุ้มครองฉุกเฉิน เบรกสภาฯด้วย
เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2569 ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ "ทนายอั๋น บุรีรัมย์" ยื่นเอกสารเพิ่มเติมย้ำให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ตนเป็นพยานในกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพ เนื่องจากอาจสามารถเชื่อมโยงให้มีการตรวจสอบย้อนหลังกลับไปถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ว่าเลือกใครหรือลงคะแนนให้กับพรรคการเมืองใด เนื่องจากเห็นว่าการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ ขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และ ให้ศาลมีมาตรการคุ้มครองชั่วคราวกรณีฉุกเฉินให้รัฐสภาหยุดทำการไว้ก่อน
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า วันนี้มาย้ำขอให้ผู้ตรวจฯส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ตนเองเป็นพยานในเรื่องนี้ และให้ศาลรัฐธรรมนูญมีมาตราการสั่งคุ้มครองชั่วคราวกรณีฉุกเฉิน คือให้รัฐสภาหยุดทำการไว้ก่อน เพราะที่ผู้ตรวจฯส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญนั้นส่งแค่ประเด็นเดียวคือ การเลือกตั้งชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 หรือไม่อย่างไร นั่นเป็นเหตุที่ทำให้ตนข้องใจว่าผู้ตรวจฯได้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายครบถ้วนหรือไม่
นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า ไม่ได้บอกว่าผู้ตรวจฯจะต้องไปก้าวล่วงศาลรัฐธรรมนูญ แต่ผู้ตรวจฯไม่ใช่ว่าจะรวบรวมหลักฐานแล้วส่งศาลไปเพียงเรื่องเดียว นั่นทำไม่ได้ เพราะไม่ใช่หน้าที่ของผู้ตรวจฯ แต่จะมีหน้าที่เสนอแนะเอาหลักการเหตุผลส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นวันนี้ยืนยันว่ายังสามารถทำได้ ยกเว้นแต่ว่าผู้ตรวจฯจะไม่ให้ความสำคัญกับการที่ว่าการคุ้มครองฉุกเฉิน การให้สภาหยุดไว้ก่อน
นายภัทรพงศ์ กล่าวด้วยว่า เรื่องนี้ก็ไม่อยากฟุ่งซ่านตีความไปเองว่าการที่ผู้ตรวจฯ ทำเช่นนี้ ต้องการเปิดประตูให้ทางโล่ง เพื่อให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ถูกขานชื่อลงมติจากสภาผู้แทนราษฎรให้มีชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งผู้ตรวจฯจะทำวันนี้ก็ยังสามารถทำได้ทำทัน เว้นแต่ว่าผู้ตรวจฯไม่ได้สนใจในเรื่องนี้ ดังนั้นตนมาเพื่อยืนยันให้ผู้ตรวจการฯส่งให้ตนเป็นพยานในศาลรัฐธรรมในฐานะที่ตนเองเป็นผู้ยื่นเรื่องบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ปี 2569 รวมทั้งให้ศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราวฉุกเฉินให้สภาหยุดไว้ก่อนจนกว่าเรื่องนี้จะยุติลง





