”จุลพันธ์“ เผยมติพรรคเพื่อไทยเสนอสภาถกญัตติตั้ง กมธ.วิสามัญสถานการณ์ตะวันออกกลาง-พลังงาน แนะรัฐบาลเร่งสื่อสารปมน้ำมันยังมีเพียงพอ
วันที่ 24 มี.ค. 2569 ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยภายหลังการสัมมนา สส.พรรคเพื่อไทยว่า พรรคมีมติที่จะเสนอญัตติร่วมกับหลายพรรคการเมือง โดยผู้ที่จะเสนอญัตติคือ นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จะเป็นตัวแทนพรรค ในการเป็นผู้อภิปรายเปิด และจะมี สส.ที่มีความประสงค์จะร่วมอภิปรายเป็นจำนวนมาก แม้พรรคเพื่อไทยจะร่วมอยู่ในฝั่งรัฐบาลก็ตาม อะไรที่เป็นปัญหาเราพร้อมที่จะนำเสนอแก้ปัญหาให้กับประชาชน รวมถึงการอภิปราย เพื่อเสนอหนทางแก้ไขไปยังผู้มีอำนาจรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนโดยเร่งด่วน
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า สำหรับญัตติเรื่องนี้ได้เตรียมไว้ก่อนล่วงหน้าตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว หากมีการอภิปรายกันในสัปดาห์ที่แล้ว พรรคก็มีความพร้อม แต่วันนี้เป็นอีกครั้งที่ปัญหายังคงค้างอยู่ สมาชิกพรรคจึงได้ใช้เวลาในการประชุมเพื่ออภิปรายอย่างกว้างขวาง เรามีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรม สำหรับให้ผู้มีอำนาจรับผิดชอบนำเสนอต่อรัฐบาลเพื่อดำเนินการ เพราะขณะนี้ปัญหาที่เกิดขึ้น ปัญหาแรกคือเรื่องของการบริหารจัดการ เรื่องของโลจิสติกส์ ซึ่งไม่สามารถส่งน้ำมันไปยังจุดจ่ายต่างๆ ที่ประชาชนเข้าถึงได้อย่างเพียงพอ ปัญหาที่มีข้อสงสัยเรื่องของการกักตุนในจุดใด และที่สำคัญผลกระทบที่จะเกิดขึ้นไม่ได้จบแค่นี้
นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า ปัญหาที่มีการอภิปรายกันในที่ประชุม เช่น ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จะพุ่งสูงขึ้น ราคาพลังงานที่จะเพิ่มมากขึ้นส่งผลกระทบต่อเนื่อง เรื่องของห่วงโซ่อุปทานต่างๆ เรื่องของกลไกในการก่อสร้าง การลงทุน ซึ่งการลงทุนต่างๆ ในขณะนี้ เข้าใจว่ามีผู้รับเหมาจำนวนมากเริ่มส่งจดหมายถึงทางภาครัฐ เนื่องจากพลังงานที่สูงขึ้นและมีการปรับเปลี่ยนที่ไม่แน่นอน หาน้ำมันได้ยาก ทำให้เกิดภาวะที่ผู้รับเหมาหลายคนชะลอการก่อสร้าง ชะลอการลงทุน สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือการจ้างงาน การหมุนเวียนทางเศรษฐกิจที่จะชะลอตัวอย่างรุนแรง ตรงนี้เป็นประเด็นปัญหาที่พรรคเพื่อไทยมองเห็นถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะในเรื่องของการสื่อสาร ซึ่งอยากให้ทางภาครัฐสื่อสารได้รวดเร็วกว่านี้ เพื่อให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์ปัจจุบัน และสร้างความมั่นใจ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ประชาชนมั่นใจว่าประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอ
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ตนมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไขปัญหา อย่างแรก 1.กลไกสภาฯ จะส่งความเห็นต่างๆ และมีการสรุปความเห็นให้กับทางคณะรัฐมนตรี 2.ขณะนี้ยังไม่มีคณะกรรมาธิการสามัญ ทางพรรคเพื่อไทยเสนอว่าจะให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา 1 ชุด เพื่อพิจารณาสถานการณ์ตะวันออกกลางและเรื่องพลังงาน ซึ่งใช้เวลาไม่นาน 10-20 วัน ควรจะต้องจบ เพื่อที่จะได้มีข้อสรุปรายงานกลับมาต่อสภา และส่งให้กับคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการต่อไป ซึ่งเชื่อว่าวันนั้นจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่แล้ว และจะมีการขับเคลื่อนที่เป็นรูปธรรม และสามารถรองรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ดีขึ้น





