กลายเป็นงานยากสำหรับรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล มากขึ้นไปทุกที กับการรับมือวิกฤติพลังงานน้ำมัน แม้ปัจจัยสำคัญจะมาจากสงครามในตะวันออกกลาง สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน ตั้งแต่ 28 ก.พ. ถึงตอนนี้เกือบ 1 เดือนเข้าไปแล้ว
การบริหารสถานการณ์ของรัฐบาล ติดหล่มกับการแก้ปัญหาภาวะน้ำมันหมดปั๊ม ประชาชนต่อคิวยาวเหยียด ภาพซ้ำๆ เหล่านี้ถูกนำเสนอเพื่อสะท้อนปัญหาจากหลายพื้นที่ จนประชาชนไม่เชื่อมั่นว่าจะเอาอยู่
การตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง(ศบก.) ในช่วงแรก เน้นนำเสนอความคืบหน้าการช่วยเหลืออพยพคนไทยในตะวันออกกลาง ตอนนั้นรัฐบาลคงประเมินการสู้รบไม่น่ายืดเยื้อ สหรัฐคงปิดจ็อบได้ในเร็ววัน แต่อิหร่านทำให้เห็นแล้วว่าไม่ใช่ การปิดช่องแคบฮอร์มุซ พาทั้งโลกแพนิค
เกมไล่จับไอ้โม่งกักตุนน้ำมันจึงเริ่มขึ้น ทั้งที่อนุทินประกาศอย่างมั่นใจว่าไม่มี ปริมาณน้ำมันเพียงพอแน่นอน ประชาชนตื่นตระหนกไปเองโดยใช่เหตุ รวมถึงคนในรัฐบาลพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ปัญหาอยู่ที่รอบการขนส่ง จนนำมาซึ่งการผ่อนปรนให้รถบรรทุกน้ำมันวิ่งได้ 24 ชั่วโมง
นอกจากนั้น อนุทิน ออกคำสั่งนายกฯ เรื่องกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไข และป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้ผู้ค้าน้ำมันสามารถนำน้ำมันสำรองออกมาให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว โดยมีการตั้งชุดบุกตรวจสอบการกักตุนน้ำมัน พบบ้างไม่พบก็ว่ากันไป
เส้นเลือดใหญ่อย่างน้ำมันที่ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจตั้งแต่ฐานราก จากเกษตรกร ประชาชนทั่วไป ภาคขนส่ง และอุตสาหกรรม ต่างได้รับผลกระทบตามกันเป็นลูกโซ่ กับการขาดแคลน หรือมีให้เติมก็แพงจนจ่ายไม่ไหว
ความท้าทายในการบริหารราชการแผ่นดินสไตล์อนุทิน เน้นมอบหมายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เป็นแม่งานหลัก ตั้งแต่วางตัวให้เป็น ผอ.ศบก. คนเป็นนายกฯ ไม่นั่งคุมแก้ปัญหาเอง รับบทแค่ที่ปรึกษา แต่วันดีคืนดีก็เข้าไปนั่งเป็นประธาน เช่น หลังเสร็จโหวตนายกฯ
นอกจากนั้น ยังเป็นความท้าทายของทีมเศรษฐกิจรัฐบาล โควตาคนนอก ที่โหมโปรโมทช่วงหาเสียงเลือกตั้งอย่างดิบดี
โดยเฉพาะเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง และศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ซึ่งตามพิมพ์เขียวของพรรคน้ำเงิน วางตัวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เรียกความเชื่อมั่น ไม่ได้คาดคิดว่าจะเจอปัญหาหนักเฉพาะหน้าแบบนี้
สถานการณ์สู้รบที่ยังไม่มีทีท่ายุติเร็ววัน และปัญหาน้ำมันขาดปั๊มยังเรื้อรัง หรือถ้าแก้จุดนี้ได้ ปัญหาต่อมาคือ ราคาจะพุ่งสูงแค่ไหน กองทุนน้ำมันต้องชดเชยอีกเท่าไหร่ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค อั้นไม่ไหวต้องขึ้นราคาหรือไม่
เรื่องนี้จึงเป็นภาระหนักของรัฐบาล โดยเฉพาะบรรดาแถวหน้าที่ถูกจัดอยู่ในคนตำบลกระสุนตก อนุทิน รวมถึงพิพัฒน์ ที่บางฝ่ายตั้งข้อครหา เพราะธุรกิจครอบครัวก็อยู่ในแวดวงค้าน้ำมัน
บรรดามืออาชีพด้านเศรษฐกิจทั้งหลาย ที่ภูมิใจไทยดึงมาเป็นรัฐมนตรี และกำลังหัวหมุนกับการแก้ปัญหาความเดือดร้อนประชาชนเรื่องน้ำมัน ไหนยังต้องตอบโจทย์อนุทิน ที่ประกาศตอนหาเสียง จะทำให้คนไทยรวยจนต้องร้องขอชีวิต ว่าไม่ไหวแล้ว ไม่มีที่เก็บเงินแล้ว ได้อย่างไร
ในจังหวะที่รัฐมนตรีเศรษฐกิจคนนอก ต้องฝ่าแรงเสียดทานจากสังคม คงไม่แปลกหากใครบางคนคิดว่ากำลังเอาชื่อเสียงมาทิ้ง และกำลังเปลืองตัวสุดๆ ขณะที่บิ๊กเนมบ้านใหญ่ หรือรัฐมนตรีคนอื่นๆ ดูจะนิ่งเงียบ เพราะคงรู้ดีว่าปัญหาในพื้นที่เป็นอย่างไร
กลยุทธ์ในการฟื้นวิกฤติศรัทธาของค่ายน้ำเงิน น่าสนใจว่า จะมีลูกเล่นอะไร หรือเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนจากเรื่องน้ำมันอย่างไร หรือสุดท้ายจะต้องอัดแคมเปญประชานิยมซื้อใจแบบเลี่ยงไม่ได้ หรือไม่





