บรรดาว่าที่รัฐมนตรี โดยเฉพาะในสายของ พรรคเพื่อไทย ที่ได้โควตาไปทั้งหมด 8 เก้าอี้รัฐมนตรี โดย 5 รัฐมนตรีว่าการ แบ่งสรรกันลงตัวไปก่อนหน้านี้
ขณะที่เก้าอี้รัฐมนตรีช่วยว่า 3 เก้าอี้นั้น เป็นไปตามกระแสข่าวก่อนหน้า ซึ่งพรรคเพื่อไทยจัดสรรคให้ตัวแทนแต่ละภาค ประกอบด้วยภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน
ภาคอีสาน 43 สส. ได้ไปมากสุด คือ “เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล” สส.เลย 3 สมัย ได้รับการวางตัวให้เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง
ขณะที่ภาคอีสาน 3 คน “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” เลขาธิการพรรค นั่ง รมว.ศึกษาธิการ “สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” รองหัวหน้าพรรค นั่ง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ส่วนโควตา อีสานคนสุดท้ายเป็นของ “วัชระพล ขาวขำ” สส.อุดรธานี เขต 9 ถูกวางตัวนั่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์
ในช่วงฝุ่นตลบด้วยโผรัฐมนตรีที่ยังไม่สะเด็ดน้ำ นักเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ทั้งจากค่ายบ้านใหญ่ ทั้งจากตัวแทน 2 ส. รวมทั้ง สส.หลายสมัย บางคนไม่ต่ำกว่า 3-4 สมัย ที่ถูกคาดหมายว่าจะได้นั่งรัฐมนตรี แต่สุดท้ายก็ต้องเก็บความชอกช้ำเมื่อหลุดโผรัฐมนตรีในช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนส่งชื่อไปตรวจสอบคุณสมบัติ
ต้องยอมรับว่า พรรคเพื่อไทย กวาด สส.เขต มาได้เพียง 58 เขต แบ่งเป็น อีสาน 43 เขต ภาคเหนือ 9 เขต ภาคกลาง 6 เขต ทำให้โควตารัฐมนตรีรอบนี้ ต้องจัดสรรให้ถูกคนมากที่สุด
บรรดาคีย์แมน แกนนำพรรคเพื่อไทย 2 ส.สายทุน ซึ่งถูกคาดหมายว่า จะได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี ต้องยอมถอยฉาก หลบไปพักใจในศึกครั้งนี้ก่อน เพื่อไม่ให้พรรคค่ายแดงเกิดแรงกระเพื่อมหนัก
คนใกล้ชิดตระกูลชินวัตร และนายน้อย พูดตรงกันว่า การจัดโผ ครม.รอบนี้ สะท้อนว่า “อำนาจชินวัตร” ยังเหนือกว่า 2 ส. เพราะสุดท้ายเจ้าของพรรคตัวจริง และนายทุนตัวจริงก็คือ “ชินวัตร” และ “จันทร์ส่องหล้า”
ขณะที่ สส.ในซุ้ม 2 ส.ก็เริ่มพูดถึงความกังวลว่า อาจ มี สส.เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจจากการจัดโผรัฐมนตรีรอบนี้ เพราะ สส.หลายสมัยไม่ได้รับการตอบแทน
โผรัฐมนตรีช่วยว่า 3 เก้าอี้สุดท้ายของ“เพื่อไทย” ที่ตกเป็นของคนรุ่นใหม่ โดยส่วนใหญ่ผ่านการเป็น สส.เพียง 2 สมัย แต่รอบนี้จำเป็นต้องให้ สส.ในพื้นที่เป็นรัฐมนตรี เพื่อลบภาพรอยร้าวภายในหมู่ สส.ระหว่างเจนใหม่และเจนเก่า
แนวคิดการวางตัว สส.คนรุ่นใหม่ ขึ้นชั้นเป็นเสนาบดีของพรรคเพื่อไทย ว่ากันว่า มาจากผู้นำจิตวิญญาณสูงสุดของพรรครุ่นที่ 2 คือ “มาดามอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และบุตรสาวสายตรง “นายใหญ่” ทักษิณ ชินวัตร เพื่อต้องการลบภาพนักการเมืองเก่า และยังต้องการใช้ภาพความเป็นรุ่นใหม่สู้กับพรรคภูมิใจไทยที่ต้องการปั้นเจนใหม่ขึ้นชั้นรัฐมนตรีเช่นกัน
รมช.เกษตรและสหกรณ์ 2 ตำแหน่ง "วัชระพล ขาวขำ" และ "ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช" รมช.ศึกษาธิการ สส.กอล์ฟ อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ สส.กาญจนบุรี เขต 1 นั้น ทั้งหมดล้วนตรงตามสเปก “แพทองธาร” ด้วยความเป็นนักการเมืองที่อยู่ในเจนวาย เจนเดียวกับ “มาดามอิ๊งค์” จึงทำให้ตอบโจทย์เจนใหม่ “แดงมาดาม” มากสุด
ประการต่อมา “ลูกสาวนายใหญ่” ยังต้องการลบภาพนักการเมืองขาประจำที่ครองเก้าอี้ รัฐมนตรีมาโดยตลอด จึงทำให้การจัดสรรรัฐมนตรีรอบนี้ ตัวแทน 2 ส. มีเพียง “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย นั่งในตำแหน่ง รมว.เกษตรและสหกรณ์ ท่ามกลางกระแสข่าวสะพัด กลุ่ม 2 ส.ต้องการผลักดัน สส.ที่เป็นมือทำงานข้างกายเข้าไปอีก 1 เก้าอี้
เมื่อดูประวัติ 3 รัฐมนตรีเจนใหม่ค่ายแดง ทั้งหมดสามารถสื่อสารและทำงานตรงต่อ “แพทองธาร ชินวัตร”ได้
เริ่มที่ “ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช” สส.เชียงราย เขต 2 สส.โฮม บุตรสาวของ “อ้ายยงยุทธ ติยะไพรัช” แกนนำเชียงรายของพรรคเพื่อไทย จากซุ้มเจ๊แดง ดีกรี ปริญญาโท ม.มหิดล (ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (อาชญาวิทยาและงานยุติธรรม) ผ่านการเป็น สส. 3 สมัยโดยสมัยแรกปี 2562 เป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ จากนั้นได้ย้ายมาลง สส.เขต กับพรรคเพื่อไทยในช่วง 2 สมัยหลังสุด
“วัชระพล ขาวขำ” สส.อุดรธานี เขต 9 โปรไฟล์ ปริญญาตรี คณะวิทยาการจัดการ ม.ราชภัฏอุดรธานี ปริญญาโท Master of Business Administration, Pacific States University, สหรัฐอเมริกา ประสบการณ์ เคยเป็นรองนายกเทศมนตรี เทศบาลนครอุดรธานี ส่งเสริมเยาวชนด้านกีฬา
ด้วยเหตุที่บิดา วิเชียร ขาวขำ อดีตนายก อบจ.อุดรธานี ไม่ได้เป็น สส. และ มารดาคือ “เทียบจุฑา ขาวขำ” สส.อุดรธานี เขต 10 ขอให้ลูกชายเป็นรัฐมนตรี จึงทำให้ สส.ก้อได้รับตำแหน่งรัฐมนตรี เก้่าอี้ตอบแทนบ้านใหญ่ “ขาวขำ” และ “เพชรพนมพร” เพราะ จ.อุดรธานี คว้า สส.ได้มากถึง 4 เก้าอี้ในภาคอีสานเหนือ จากทั้งหมด 10 เขต
ขณะที่ สส.กอล์ฟ อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ สส.กาญจนบุรี เขต 1 ดีกรี สส. 2 สมัย มีความใกล้ชิด กับ “มดดำ” คชาภา ตันเจริญ ได้ขึ้นชั้นเป็นว่าที่ รมช.ศึกษาธิการ เพราะในสัดส่วนภาคกลาง เหลือ สส.เพียงไม่กี่คนเท่านั้น
ครั้งหนึ่ง “อัครนันท์” เคยระบุในหนังสือชีวประวัติ “Now or Never” ว่า “ผมจะดีใจมากกว่าถ้าได้ชื่อว่าเป็นวีรบุรุษของคนเมืองกาญจน์ ได้เป็นไอดอลให้คนรุ่นหลัง ให้พวกเขาได้กลับไปพัฒนาท้องถิ่นบ้านเกิดให้เจริญ”
ทำให้หวยมาออกที่ สส.กอล์ฟ ด้วยโปรไฟล์ เด็กบ้านนอก ที่เกิดและเติบโตจาก จ.กาญจนบุรี เรียนโรงเรียนเทศบาล 3 (บ้านบ่อ) มัธยมฯ จบโรงเรียนวิสุทธรังษี ก่อนคว้าทุน Freeman Foundation Scholarship 3 สัปดาห์ที่ฮาวาย สหรัฐอเมริกา และทำงานครั้งแรกด้วยวัยเพียง 17 ปีในร้านอาหารที่แอลเอ สหรัฐฯ ผ่านประสบการณ์เป็นนักธุรกิจสตาร์ทอัพ ด้วยจุดแข็งที่เป็นคนรุ่นใหม่ จึงตอบโจทย์ “แดงมาดาม” ไปในตัว
การจัดสรรรัฐมนตรีครั้งนี้ ด้วยเจนใหม่ 3 รัฐมนตรีช่วยทั้งหมด จะสามารถตอบโจทย์และจัดสรรความต้องการที่มากของ สส.ภายในพรรคได้มากน้อยเพียงใด เป็นสิ่งที่ต้องจับตากันต่อไป
ขณะที่ สส.บางรายดีกรี 4-5 สมัยก็ไม่ได้รับการตอบแทน แต่จะได้รับการจัดสรรเก้าอี้ประธานกรรมาธิการสามัญแทน จะนำไปสู่รอยร้าว หรือคลื่นใต้น้ำในค่ายแดงมากขึ้นหรือไม่
ทั้งหมดทั้งมวลศูนย์กลางอำนาจพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ เด็ดขาดจบลงได้ด้วย “แดงมาดาม” ซึ่งโชว์ดุลอำนาจภายในค่ายเพื่อไทย เหนือทุกซุ้ม จนสยบแรงต่อรอง ไม่ให้ซุ้มใหญ่อย่าง 2 ส. มาแชร์ส่วนแบ่งทางการเมืองภายในพรรคได้





