วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม 2569

Login
Login

ส่องเส้นทาง 'ปกรณ์ นิลประพันธ์' เลขาฯกฤษฎีกา ผงาดรองนายกฯ มือกฎหมายรัฐบาล

ส่องเส้นทาง 'ปกรณ์ นิลประพันธ์' เลขาฯกฤษฎีกา ผงาดรองนายกฯ มือกฎหมายรัฐบาล

ส่องเส้นทาง 'ปกรณ์ นิลประพันธ์' เลขาธิการกฤษฎีกา ผงาดมือกฎหมายรัฐบาล นั่งรองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย ครม.อนุทิน 2

ความเคลื่อนไหวในการส่งโผ ครม.อนุทิน 2 มีความน่าสนใจ เมื่อพรรคแกนนำรัฐบาล ทาบทามผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย เพื่อเป็นที่ปรึกษาให้ ครม.และรัฐบาล โดยล่าสุด มีรายชื่อ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นแคนดิเดตรองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย 
หลังจากนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ตัดสินใจไม่รับตำแหน่งต่อใน ครม.ชุดนี้  

โดยวันนี้ (23 มี.ค.)นายปกรณ์ ได้ส่งเอกสารในขั้นตอนตรวจคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี พร้อมกับแคนดิเดตรัฐมนตรีรายอื่นๆ ก่อนนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ภายในสัปดาห์นี้

ปัจจุบันนายปกรณ์ อายุ 58 ปี ประวัติการศึกษา จบนิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโท Master of Laws (Trade Practices Law), the University of Sydney, Australia 

เคยดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักกฎหมายต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมการร่างกฎหมายประจำ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ปฏิบัติหน้าที่รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่รอง ผอ.สำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (PMDU) ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.)  เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ปัจจุบันเป็นเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาและกรรมการกฤษฎีกา

เส้นทางการทำงานยังครอบคลุมหลายองค์กรสำคัญ ทั้ง ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงาน ก.ล.ต. และบริษัทขนาดใหญ่อย่าง PTT Global Chemical และ Airports of Thailand สะท้อนประสบการณ์ทั้งภาครัฐและเอกชนที่หลากหลาย

เคยทำงานใกล้ชิดนักกฎหมายสำคัญของประเทศ คือ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 และนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย ที่ทำงานกับหลายรัฐบาลมาอย่างยาวนาน และนายปกรณ์ได้ดำรงตำแหน่งเลขาฯกฤษฎีกา ในช่วงที่นายวิษณุ เป็นรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 

ที่สำคัญ นายปกรณ์มีประสบการณ์ในห้องประชุม ครม. 6 ปี ในการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายต่อรัฐบาล หลายกรณีสำคัญ โดยเฉพาะกรณีที่เป็นประเด็นเห็นต่างในช่วงรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ที่ผลักดันนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท

เมื่อคณะกรรมกฤษฎีกาส่งความเห็นให้รัฐบาลในเวลานั้น นายปกรณ์ได้อธิบายตอนหนึ่งว่า “การออกพระราชบัญญัติกู้เงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ตามนโยบายของรัฐบาลควรออกเป็น พ.ร.บ. หรือ พ.ร.ก.นั้น หากรัฐบาลไม่ทำตามเงื่อนไข ของมาตรา 53, 57 รวมถึงมาตรา 6, 7, 9, 49 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง และทำให้เห็นเป็นเชิงประจักษ์ การกู้เงินโดยกระทรวงการคลัง ไม่สามารถกระทำได้”

กรณีติดเบรกรัฐบาลดังกล่าว ส่งผลให้ฝ่ายการเมืองไม่ปลื้ม จนนายปกรณ์ เกือบไม่ได้ต่ออายุราชการ ตามสิทธิ์หลังอยู่ครบวาระเลขาฯกฤษฎีกา 4 ปี และสามารถต่ออายุได้คราวละ 1 ปี 2 ครั้ง แต่ในที่สุดก็ผ่านมาได้จนครบวาระตามสิทธิ์

ทั้งนี้ตามระเบียบในปีนี้ 2569 ต้องย้ายไปสังกัดกระทรวงอื่น ดังนั้นการตอบรับเข้าร่วมครม.อนุทิน 2 ครั้งนี้ เพื่อเป็นกุนซือด้านกฎหมายของฝ่ายการเมือง จึงเป็นจุดเปลี่ยนที่น่าติดตามอย่างยิ่ง