"วุฒิสภา" ถกญัตติด่วนผลกระทบตะวันออกกลาง "ปฏิมา" ปูด สหพัฒ เตรียมขึ้นราคามาม่า จี้ "พณ." คุมเข้มตรวจสอบต้นทุนให้ดีก่อนขึ้น พร้อมแนะให้ ปชช. ปลูกผัก-เลี้ยงไก่ เอาตัวรอด
ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภาเป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาญัตติด่วนขอให้ปรึกษาหารือเป็นเรื่องด่วน เรื่องผลกระทบต่อประเทศไทย กรณีสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเสนอโดย น.ส.รัชนนีกร ทองทิพย์ สว.
ทั้งนี้ น.ส.รัชนีกร อภิปรายตอนหนึ่งว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นปัจจุบันเป็นความเสี่ยงต่อการขาดแคลนพลังงานในประเทศ รวมถึงหลายภาคส่วน เช่น แรงงาน ตนขอเรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดแนวทางดูแลช่วยเหลือเพื่อสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยให้แก่แรงงานไทยในพื้นที่ดังกล่าว นอกจากนั้นขอให้ควบคุมและดูแลค่าครองชีพและราคาสินค้า เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับประชาชน ขณะที่ด้านเศรษฐกิจ คาดว่าจีดีพีของไทยจะปรับตัวลดลงอย่างน้อย 1% โดยเฉพาะภาคการส่งออกไปยังตะวันออกกลาง ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายแล้วกว่า 60,000 ล้านบาท ดังนั้นรัฐบาลต้องเร่งหาแนวทางเพิ่มจีพีดีในส่วนอื่นเพื่อชดเชยความสูญเสียที่เกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในญัตติดังกล่าวมีสว. ที่ร่วมอภิปรายจำนวน 31 คน โดยแสดงความกังวลต่อผลกระทบต่อประชาชนในแง่ของการใช้น้ำมันในด้านการขนส่ง จราจร นอกจากนั้นแล้วกังวลต่อผลกระทบต่อเกษตรกรที่มีผลกระทบหลายด้าน เช่น น้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องใช้ในอุปกรณ์ทำการเกษตร ราคาปุ๋ย ราคาอาหารสัตว์ นอกจากนั้นยังมีผลกระทบกับประชาชนในฐานะผู้บริโภคที่ต้องเผชิญกับราคาสินค้าอุปโภค บริโภคที่ปรับราคาสูงขึ้น
โดย นายปฏิมา จิระแพทย์ สว. อภิปรายตอนหนึ่งว่า ปัจจุบันจากผลกระทบด้านพลังงานส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าทุกประเภท เช่น ราคาไข่ไก่ ที่พบว่าราคาสูงขึ้น 20 สตางค์ต่อฟอง ดังนั้นตนขอฝากไปยังกระทรวงพาณิชย์ ให้ตรวจสอบการขึ้นราคาสินค้าอุปโภค บริโภคทุกอย่าง
“เมื่อคืนนี้ (22 มี.ค.) ผมได้คุยกับผู้บริหารสหพัฒนพิบูล และได้รับแจ้งว่า มาม่ากำลังขึ้นราคา ซึ่งมาม่าเป็นดัชนีชี้วัดความอยู่รอดประชาชน เพราะเป็นสินค้าราคาถูกทานแล้วอิ่ม ดังนั้นต้องฝากไปยังกระทรวงพาณิชย์ ให้ควบคุมราคาสินค้า สินค้าบางประเภท ฉวยโอกาสขึ้นราคา แต่บางรายการขึ้นเพราะต้นทุนสูงขึ้น แต่การขึ้นราคาต้องมีคำอธิบายว่าราคาที่จะขึ้นประกอบด้วยต้นทุนอะไรบ้าง และต้นทุนที่ขึ้นนั้นคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของราคาสินค้า ไม่ใช่ขึ้นจาก 5 บาท เป็น 10 บาท”นายปฏิมา อภิปราย
นายปฏิมา อภิปรายต่อว่า วิกฤติที่เกิดขึ้นไม่เฉพาะเรื่องพลังงาน แต่ ลามไปถึงสินค้าทุกประเภท เช่น ถุงพลาสติก เพราะเม็ดพลาสติกขึ้นราคา ทั้งนี้ตนมองว่า สว. ฐานะที่เป็นสภาพี่เลี้ยงของรัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎร ควรมีคำแนะนำ และหาทางออกให้ประชาชนในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ ที่เกิดจากน้ำมัน สินค้าราคาสูงดังนั้นตนขอฝากไว้ คือ การประชาสัมพันธ์ให้ใช้น้ำมันเขียวในภาคเกษตรกรรมให้มากขึ้น ขณะที่กิจกรรมที่จะทำช่วงต้นเดือน เม.ย. เรื่องปลูกผัก ที่บางคนหัวเราะในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันถือเป็นคำแนะนำให้ประชาชน เรื่อง ปลูกผัก เลี้ยงไก่ 2 ตัวต่อครัวเรือนและเลี้ยงปลา เพื่อเป็นทางออกของการดำรงชีวิตของประชาชนในระยะยาวหากเกิดวิกฤติที่อาจรุนแรง เช่น สงครามยืดเยื้อ เป็นสงครามหาอำนาจ เป็นสงครามโลก





