ความชัดเจนเกี่ยวกับรายชื่อ “ครม.อนุทิน2” ที่เวลานี้เสร็จสิ้น99.99% และอยู่ในขั้นตอนการส่งประวัติเพื่อเข้ารับการตรวจสอบใน 18 หน่วยงาน โดยมีรายชื่อกว่า 40 รายชื่อรวมกับชื่อสำรอง หากมีบุคคลใดขาดคุณสมบัติ
หากส่องลึกเฉพาะในส่วนของ “พรรคภูมิใจไทย” ในฐานะพรรคแกนนำ เห็นได้ชัดว่า โผครม.อนุทิน2รอบนี้ ภายใต้ “ฝุ่นควันสีน้ำเงิน” ที่ตลบอบอวลจากการช่วงชิงโควตาระหว่าง “2ก๊ก” คือ “ก๊กบ้านใหญ่” และ “ก๊กลูกเทพ” จนร้อนถึง “ผู้มากบารมีตัวจริง” ต้องรีบชิงตับจบสยบป่วน
ไล่เช็กสัดส่วนแต่ละโควตาดูแล้ว เห็นได้ชัดถึงการจัดวางบทบาทของ “8ลูกเทพ” ที่มี “ลูกนก” ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคนำ และเป็น“ทายาทการเมือง” ของครูใหญ่สีน้ำเงิน เป็นแกนนำ
โดยนอกเหนือจาก “นก” ไชยชนก ว่าที่รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ไม่ได้เหนือความคาดหมายอะไร เพราะนอกจากจะเป็นทายาทครูใหญ่ ยังพ่วงด้วยตำแหน่งเลขาธิการพรรค ที่จะต้องได้โควตารัฐมนตรีอยู่แล้ว
ถัดมายังมี “แนน บุณย์ธิดา สมชัย” สส.อุบลราชธานี เขต 8 และโฆษกพรรคภูมิใจไทย เป็นว่าที่รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
“สส.แนน” เป็นลูกสาวพ่อใหญ่ “อิสสระ สมชัย” อดีตสส.อุบลราชธานี อดีตรัฐมนตรี และเป็นบ้านใหญ่ “เมืองดอกบัว” ถือเป็นคนที่สนิทชิดเชื้อกับ “เลขานก” เป็นอย่างดี และเป็นสส.มาหลายสมัย จึงไม่แปลกที่จะได้ตั๋วขึ้นแท่นเสนาบดีได้เป็นครั้งแรกในวันที่ภูมิใจไทยเรืองอำนาจ
เช่นเดียวกับ “เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์” สส.อุทัยธานี เขต 1 ว่าที่รมช.มหาดไทย เป็นลูกชายของ “มาดามแหม่ม” มนัญญา ไทยเศรษฐ์ และเป็นหลานชายของ “ชาดา ไทยเศรษฐ์” สส.และนักการเมืองผู้มาบารมีเมืองอุทัยฯ
มีคำถามว่า อุทัยธานีมีสส.แค่2คน หากยึดตามสูตรสีน้ำเงิน “สส.ยกจั้งหวัด” แจก1รัฐมนตรี เหตุใดตระกูลไทยเศรษฐ์ จึงได้เก้าอี้รัฐมนตรี “2โควตา” คือ “เจเศรษฐ์” และ “รมต.ดีดา” ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ว่าที่รมว.วัฒนธรรม สมัยสองและเป็นลูกสาว “หลาดา”
นั่นเป็นเพราะ ในส่วนของ “รมต.ดีดา” ซาบีดา มาในโควตาบ้านใหญ่อุทัยฯ ซึ่ง“ชาดา” เป็นแม่ทัพคุมภาคกลางตอนล่าง และกวาด สส.มาได้ถึง 15 คน ขณะที่ “เจเศรษฐ์” ซึ่งมีความสนิทสนมกับ “ไชยชนก” เป็นที่รู้กันว่าได้รับการผลักดันเข้ามาในโควตาลูกเทพ
ขณะที่ “โกแพ” วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ สส.สตูล เขต 2 ว่าที่รมช.มหาดไทย “โกแพ” ทายาทบ้านใหญ่อันดามัน “โกเกียรติ” สมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ โดยตระกูล “เลียงประสิทธิ์” จัดเป็นบ้านใหญ่สตูล คนในพื้นที่ จ.สตูล จะรู้จักกันดี เป็นตระกูลนักการเมืองท้องถิ่น และทำธุรกิจมากมาย
ขณะเดียวกัน “โกแพ” ยังเป็นหลานอาของ “โกเตี๋ยน” สัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ อดีตนายก อบจ.สตูล 3 สมัย อีกด้วย
“เต้ย” พลพีร์ สุวรรณฉวี สส.นครราชสีมา เขต 8 เป็น ว่าที่รมช.มหาดไทย โดยเป็นลูกชาย ไพโรจน์ สุวรรณฉวี และ ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค แต่ “สส.เต้ย” เข้าถึงบ้านใหญ่บุรีรัมย์ได้ทั้งพ่อและลูก
“โต้ง” สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ เขต 1 เป็น รมช.คมนาคม เป็นลูกชาย “ฉัฐมงคล อังคสกุลเกียรติ” นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ และเป็นหัวแถวของแก๊งลูกเทพ ได้รับการตบรางวัลหลังสางแค้น“ธเนศ เครือรัตน์” จากพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นคู่แข่งกันมาหลายยุคหลายสมัย จนตีตั๋วเข้าสภาได้สำเร็จ
“ลูกแบด” ภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นลูกชาย“เฮียตือ” สมศักดิ์ ปริศนานันทกุลอดีตสส.และรัฐมนตรี หลายสมัย
อันที่จริงหากยังจำกันได้ ในช่วงก่อนเลือกตั้งปี2562 “ลูกแบด” ซึ่งเวลานั้นยังอยู่ “ค่ายมังกรสุพรรณ” เคยร่วมกับ“โต้ง สิริพงศ์”ปั้นกลุ่มคนรุ่นใหม่สีชมพู ลักษณะคล้ายๆกับกลุ่มลูกเทพในเวลานี้ ถึงขั้นมีกระแสข่าวว่ามีการวางตัว“เสี่ยโต้ง” เป็นเลขาธิการพรรค
ทว่าภายใต้การเมืองภายใน ถึงที่สุดกลุ่มดังกล่าวกลับไปไม่ถึงฝัน เป็นที่มาของการที่ “ลูกแบด” และ “ลูกโต้ง” ตัดสินใจย้ายชายคาจากค่ายมังกรฯ ร่วมงานพรรคสีน้ำเงินในที่สุด
ถัดมา “กำนันนอร์ท” ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร เขต 1ว่าที่รมช.คมนาคม อดีตกำนัน ต.หัวดง อ.เมืองพิจิตร หลานชายเจ้าสัวตลาดไท “ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์” และหลานเขยครูใหญ่เนวิน
นอกเหนือจาก “8รัฐมนตรีลูกเทพ” ในครม.อนุทิน2 แล้วกลุ่มลูกเทพ ยังมีสมาชิกที่รอจ่อคิวตีตั๋วเป็นเสนาบดี ในรอบถัดไป ทั้ง “ธาม” ชลัฐ รัชกิจประการ สส.บัญชีรายชื่อ และเป็นลูกชาย“โกเกี๊ย” พิพัฒน์ รัชกิจประการรองนายกฯและรมว.คมนาคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค
“อ๋อง” ธนยศ ทิมสุวรรณ เป็นลูกชายของ ธนาวุฒิ ทิมสุวรรณ หรือ“นายกอาร์ต” อดีตนายก อบจ.เลย 5 สมัย บ้านใหญ่เมืองเลย
“อ๋อง” ธนยศ เป็นสส.สมัยแรกปี2562 โดยล้ม “ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข” อดีตสส.เลยหลายสมัย ที่ย้ายจากพรรคเพื่อไทย ไปลงไปลงชิงในนามพลังประชารัฐ
รวมถึง “กรวีร์ ปริศนานันทกุล” สส.อ่างทอง ลูกชาย“เฮียตือ” สมศักดิ์ อีกคนที่รอบนี้พลาดตั๋วรัฐมนตรี ได้รับรางวัลปลอบใจที่ประธานวิปรัฐบาล
อย่างที่รู้กันด้วย“ยี่ห้อภูมิใจไทย”ที่แม้จุดแข็งคือ แต้มต่อใน“ขั้วอนุรักษนิยม” เห็นชัดถึงผลการเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่มีคะแนนมาเป็นอันดับหนึ่งทิ้งห่างขั้วอนุรักษนิยมหลายเท่าตัว
ทว่าจุดอ่อนของพรรคสีน้ำเงิน อยู่ตรงที่โหวตเตอร์ในกลุ่มเจน Y ลงไปจนถึงเจน Zที่อาจยังตกเป็นรอง “พรรคส้ม” ในฐานะพรรคการเมือง“ขั้วเสรีนิยม”อยู่พอสมควร
จุดนี้อาจกลายเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้โผครม.อนุทินรอบนี้มีการจัดวางบทบาทของคนกลุ่มนี้เพื่อปูทางการเมืองในอนาคต
เหนือไปกว่านั้นหากจะนิยมคำว่า“กลุ่มลูกเทพ”ในมุมของสมาชิกกลุ่มนี้ มักจะนิยามตัวเองว่า เป็นการรวมกลุ่มของกลุ่มคนรุ่นใหม่
สะท้อนชัดจากคำให้สัมภาษณ์“ธาม”ชลัฐ ที่เคยให้สัมภาษณ์ไว่ก่อนหน้านี้ หลังถูกยิงคำถามประเด็นที่หลายคนอาจจะมองเข้ามาว่า พรรคภูมิใจไทยมีแต่ผู้ใหญ่ เป็นพวกอนุรักษ์นิยม
โดยเขากลับมองว่า พรรคของเขาขาดเวทีในการสื่อสารให้คนรุ่นใหม่เข้าใจ เพียงแต่ไม่มีเวทีสื่อสารที่แมสพอให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้
“เวลาเจน X สื่อสารกับเด็กมันก็ไม่ได้ แต่พอเด็กสื่อสารกับเด็ก เขาก็ไม่ฟังเรา”
ขณะที่ในมุมของ“ผู้มากบารมีพรรค”นิยามว่า คนกลุ่มนี้เป็นนักการเมืองที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง และมักจะสามารถสรรหาเหตุผลมาโต้แย้งในบางประเด็นในหลายครั้ง หรือเรียกติดตลกว่า เป็น“ลูกบังเกิดเกล้า”นั่นเอง
ต้องจับตาโฉมหน้าครม.อนุทิน2 โดยเฉพาะ “8รัฐมนตรีลูกเทพ” จำนวนนี้มีบางคนเป็นเพิ่งรัฐมนตรีรอบแรก และถูกวางบทเป็น“คลื่นลูกใหม่” ในสนามการเมืองที่ต้องฝ่าสารพัดด่านพิสูจน์ฝีมือที่รอเบื้องหน้า
ขณะที่สถานการณ์ภายใน“ค่ายสีน้ำเงิน” ที่เวลานี้มองเผินๆเหมือนคลื่นลมเริ่มสงบ หลัง “ครูใหญ่สีน้ำเงิน”ชิงตัดจบสยบป่วนเกมชิงโควตา ทว่าต้องไม่ลืม ธรรมดาการเมืองในการจัดโผครม.ทุกยุคทุกสมัย เมื่อมีผู้ “สมหวัง” ก็ต้องมีผู้“ผิดหวัง” โดยเฉพาะในห้วงที่พรรคสีน้ำเงินครองเสียงสภามากเป็นอันดับหนึ่ง ไม่ต่างจากสารพัดบ้านใหญ่กว่าร้อยชีวิตที่กำลังรวมตัวกันในเวลานี้
ย่อมต้องจับตาสถานการณ์ภายใต้คลื่นลมที่ดูเหมือนสงบ อาจซุกซ่อนไว้ซึ่ง “คลื่นใต้น้ำ” ที่รอปะทุหลังจากนี้เป็นได้





