วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม 2569

Login
Login

จี้ 'อนุทิน' ปลด 'พิพัฒน์' คุมค้าน้ำมัน พ่วงกลุ่มทุนพลังงาน ศบก.

จี้ 'อนุทิน' ปลด 'พิพัฒน์' คุมค้าน้ำมัน พ่วงกลุ่มทุนพลังงาน ศบก.

'ศรีสุวรรณ' ทำหนังสือเปิดผนึกถึง 'นายกฯอนุทิน' ค้านตั้ง 'พิพัฒน์' นั่งหัวโต๊ะคุมผู้ค้าน้ำมัน ขอให้ปลดตัวแทนกลุ่มทุนพลังงานจาก ศบก.ด้วย ชี้ส่อขัดกันแห่งผลประโยชน์

เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2569 นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เปิดเผยว่า องค์กรฯได้ทำหนังสือด่วนเดินทางไปยื่นถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อคัดค้านการตั้งนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ให้มาคุมผู้ค้าน้ำมัน ป้องกันภาวะการขาดน้ำมันฯ และขอให้ปลดตัวแทนกลุ่มทุนพลังงานรวม 3 คนออกจาก ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เป็นการเร่งด่วน เพราะเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2560 และกฎหมาย ป.ป.ช.2561
 
นายศรีสุวรรณ ระบุว่า ทั้งนี้สืบเนื่องจาก นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 53/2569 จัดตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) และคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 3/2569 กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พ.ศ.2569 โดยมอบหมายให้นายพิพัฒน์ เป็นผู้อำนวยการฯ แก้ไขปัญหาและติดตามผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง และติดตามตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ค้าน้ำมันให้เป็นไปตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดโดยให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 (ผู้ค้ารายใหญ่) และผู้ค้าตามมาตรา 10 (ผู้ค้ารายย่อย) ติดประกาศราคาจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงไว้อย่างชัดเจน รวมทั้งมาตราการอื่น ๆ อีกมากมาย

นายศรีสุวรรณ ระบุอีกว่า แต่เนื่องจากนายพิพัฒน์นั้น เคยเป็นเจ้าของและผู้บริหารธุรกิจน้ำมัน มีปั๊มน้ำมันมากมายทั้งประเทศและมีธุรกิจขนส่งน้ำมัน(Jobber) มาก่อน แม้จะผ่องถ่ายให้น้องชายหรือเครือญาติดูแล ย่อมเข้าข่ายเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามมาตรา 184, 185 และ 186 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบ พรป.ป.ป.ช.2561 โดยชัดเจน การให้มาทำหน้าที่ ผอ.ศบก. และตรวจสอบน้ำมันป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น ตลอดระยะเวลากว่า 20 วันที่ผ่านสะท้อนให้เห็นผลลัพธ์และความล้มเหลว สถานีบริการน้ำมันไม่มีน้ำมันบริการประชาชนอย่างเพียงพอ แค่ 214 ปั๊มในจังหวัดสงขลาจังหวัดเดียวก็เอาไม่รอดแล้ว

นายศรีสุวรรณ ระบุด้วยว่า นอกจากนั้นกรรมการ ศบก.อย่างน้อยอีก 2 คน คือ รมว.พลังงาน ซึ่งเคยเป็น CEO ของ ปตท.มาก่อน และยังเอาประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. เข้ามานั่งในบอร์ด ศบก.อีก จะทำให้สังคมเชื่อมั่นได้อย่างไรว่า ศบก. จะออกมาตรการใดๆมาไม่เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทน้ำมันดังกล่าว ที่เป็นเจ้าของสถานีบริการน้ำมันมากที่สุด รวมทั้งเป็นเจ้าของและมีหุ้นในโรงกลั่นน้ำมันเกือบทั้งหมดในประเทศไทย ผลที่ปรากฎคือ ศบก.ไม่กล้าที่จะสั่งให้ลดค่าการกลั่นที่ทะยานจาก 2.14 บาทไปกว่า 6.04 บาทแล้วในขณะนี้ เพราะลูบหน้าปะจมูกกันอยู่หรือไม่

“ด้วยเหตุดังกล่าว หากนายกรัฐมนตรีจะทำให้คนไทยทั้งประเทศรวย ๆ ๆ จนไม่รู้จะเก็บเงินไว้ที่ไหน จนต้องอุทานออกมาว่าพอแล้ว ๆ ๆ ตามที่หาเสียงไว้นั้น ต้องกล้าตัดสินใจปลดนายทุนพลังงานทั้ง 3 คนดังกล่าวออกจาก ศบก.และหรือกรรมการอื่นเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำมันขาดแคลนโดยเร็ว จึงจะชอบ หากไม่ดำเนินการ คงต้องถึงมือ ป.ป.ช.ต่อไป” นายศรีสุวรรณ ระบุ