ปชน.คึกคักยื่นญัตติ-กฎหมาย 9 ชุดแรก เล็งรื้อสารพัดระบบถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งการเมือง-องค์กรอิสระ ลุยปฏิรูประบบราชการ ปราบทุจริต เน้นเศรษฐกิจเป็นธรรม
เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วยสส.ของพรรค แถลงยื่นชุดญัตติและชุดกฎหมายชุดแรก เพื่อเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร
โดยนายพริษฐ์ กล่าวว่า พรรคประชาชนยื่นชุดญัตติ 9 ชุด และชุดกฎหมาย 9 ชุดแรก โดยญัตติที่ยื่นมีทั้งแบบญัตติเร่งด่วนและทั่วไป อาทิ ขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจัดทำข้อเสนอแนะและติดตามผลกระทบวิกฤตพลังงาน ขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญราคาพืชผลทางการเกษตร ขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชดเชยเยียวยาพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ
ขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่และมีปัญหาต่อประชาชน ขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามความคืบหน้าปฏิรูปกฎหมายและยกเลิกกฎระเบียบล่าสมัย ขอตั้งคณะกรรมาธิการปฏิรูประบบราชการ และพันธกิจของส่วนราชการ เป็นต้น
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า สำหรับชุดกฎหมายที่พรรคจะผลักเข้าสภามี 9 ชุดกฎหมาย เช่น ชุดสร้างเศรษฐกิจให้ความเป็นธรรม โดยจะเสนอผ่านร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกันสังคม เพื่อประกันสังคมโปร่งใส ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน เพื่อปรับสูตรคำนวณค่าแรงขั้นต่ำให้เป็นธรรม ชุดการปราบโกง โดยจะเสนอผ่านร่างพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ เพื่อเปิดเผยข้อมูลรัฐให้โปร่งใส ชุดกฎหมายด้านการกระจายอำนาจ พรรคจะเสนอร่างพ.ร.บ. กรุงเทพมหานคร เพื่อปรับโครงสร้าง กทม. ให้มีประสิทธิภาพและมีความใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังจะเสนอร่างพ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงาน เพื่อเปิดเสรีตลาดซื้อขายไฟฟ้า ลดค่าไฟอย่างยั่งยืน ร่างพ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อรับมือและปรับตัวกับภาวะโลกรวน รวมถึงชุดกฎหมายคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ซึ่งพรรคประชาชนจะเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เพื่อต่อต้านการฟ้องปิดปาก (Anti-SLAPP)
และเสนอร่างประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และพ.ร.บ.พระธรรมนูญศาลทหาร เพื่อยุติการลอยนวลพ้นผิด ในส่วนชุดปฏิรูปการเมือง พรรคจะเสนอเพิ่มกลไกถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทั้งสส. สว. รัฐมนตรี และผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระ ป้องกันการฮั้วกันระหว่างรัฐบาลกับป.ป.ช. โดยเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา เป็นต้น
เมื่อถามว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านได้มีการนัดพูดคุยกันเป็นทางการ เพื่อวางกรอบการทำงานอย่างไรบ้างแล้วหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการประสานอย่างไม่เป็นทางการอยู่บ้าง ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ที่ผ่านมา น่าจะมีความชัดเจนในการโหวตนายกรัฐมนตรี ว่าพรรคใดบ้างที่ไม่สนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วมีความประสงค์ที่จะทำงานในฐานะฝ่ายค้าน ซึ่งเมื่อมีความชัดเจนแล้วจะพยายามใช้กลไกที่เป็นทางการให้ได้มากที่สุด และพรรคประชาชนมีความตั้งใจว่าจะนัดตัวแทนแต่ละพรรคการเมืองในซีกฝ่ายค้านมาพูดคุยกันในช่วงสัปดาห์หน้า
เมื่อถามว่า แนวทางการเดินหน้าเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญภายหลังมีประชามติแล้วจะเป็นอย่างไร นายพริษฐ์ กล่าวว่า เรื่องรัฐธรรมนูญเป็นหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาทุกคน ทุกพรรค รวมถึง สว. เราจะเดินหน้าตามมติที่ประชาชนได้แสดงออก แต่หากดูตามขั้นตอนจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขั้นตอนถัดไปก็จะต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 15/1 แต่ปัจจุบันต้องการความชัดเจนจากคณะรัฐมนตรีว่าจะมีการยืนยันหรือมีมติให้ยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมทั้งสองฉบับ คือ ฉบับของพรรคประชาชน และฉบับของพรรคภูมิใจไทย ที่ผ่านการพิจารณาในวาระหนึ่งไปแล้ว
นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า หากมีการยืนยันก็จะต้องเดินหน้าต่อ แต่หากไม่ยืนยันก็จะต้องมีการเสนอร่างเข้ามาในวาระหนึ่งอีกครั้ง การที่ไม่ว่าคณะรัฐมนตรีจะตัดสินใจเช่นไร แต่หลักการที่พรรคประชาชนยืนยันคือการให้ประชาชนมีส่วนร่วมเท่าที่จะเป็นไปได้โดยไม่ขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และทำให้กลไกการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ถูกผูกขาดโดยกลุ่มทางการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง





