วันพุธ ที่ 1 เมษายน 2569

Login
Login

ปชน.ถล่ม 'โสภณ' ไร้สัจจะ ตัดตอนญัตติน้ำมัน จับตา ศบก.หาคนผิด

ปชน.ถล่ม 'โสภณ' ไร้สัจจะ ตัดตอนญัตติน้ำมัน จับตา ศบก.หาคนผิด

ปชน.ถล่ม 'โสภณ' ประธานสภาฯ ไม่รักษาสัจจะตั้งแต่วันแรก พูดแล้วไม่ทำ ตัดตอนญัตติด่วนวิกฤติน้ำมัน ชวน ปชช.จับตา ศบก.หาคนผิดกักตุน ถ้าทำไม่ได้ ทำลายความเชื่อมั่น

เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงภายหลังวาระการโหวตนายกฯ ที่ประธานสภาฯ ปิดการประชุมก่อนที่จะมีการเสนอญัตติด่วนการหารือปัญหาพลังงานเรื่องน้ำมันแพง ว่า การประชุมที่ผ่านมาเป็นที่น่าเสียดายตั้งแต่เมื่อเช้า ได้มีการหารือกันทั้งกลไกหลังบ้านและในที่ประชุมสภาฯ ก็พบว่าหลายภาคส่วนได้มีการตอบรับที่จะมีการเสนอญัตติในเรื่องของการหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำมัน

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องบอกว่าเมื่อสักครู่ประธานสภาฯ ก่อนที่จะปิดการประชุมมีเพื่อนสมาชิกนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รวมถึงนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นหารือในที่ประชุมซึ่งประธานสภาฯ รับปากว่าอยากให้จบวาระในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีก่อน และหลังจากนั้นได้เปิดโอกาส ให้สมาชิกมีการหารือกันในเรื่องนี้ แต่เมื่อประกาศผลรายชื่อนายกฯ เสร็จประธานได้ปิดการประชุมทันที ซึ่งตนคิดว่าไม่ควรเกิดขึ้น วันนี้นอกเหนือจากการโหวตนายกฯ ปัญหาของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องน้ำมันควรใช้เวลาสภาฯ ให้เกิดประโยชน์มากกว่านี้ได้ และไม่มีเหตุผลอะไรที่ฝั่งรัฐบาลจะปิดประชุมนี้หรือหนีการตรวจสอบหรือไม่ เพราะวิกฤติพลังงานตอนนี้มีส่วนพัวพันกับเรื่องทุจริตคอรัปชั่น

ขณะที่นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า ตนถูกเลือกมาเป็นสส. สมัยแรก วันนี้เข้าสภาเป็นวันที่ 2  แต่ตนแปลกใจมาก และมองว่าเป็นเรื่องดีที่ได้โหวตนายกฯ ได้เสร็จสิ้น ซึ่งในช่วงบ่ายพรรคฝ่ายค้าน ได้มีการหารือ อีกทั้งพรรคร่วมรัฐบาลก็เห็นด้วยที่จะมีการเสนอญัตติด่วนเรื่องการแก้ไขปัญหาวิกฤตน้ำมันของประชาชน เพื่อขอหารือและส่งผ่านไปยังรัฐบาล แต่แปลกใจมากที่เกิดการปิดสภาหนีไป ทั้งที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ได้กล่าวเอาไว้ว่าจะหารือกัน แต่กลับปิดสภาเลยจึงทำให้ไม่ได้พูดถึงญัตติต่อ

การกระทำดังกล่าวเป็นการสะท้อนว่าไม่ได้อยู่เคียงข้างประชาชน ทุกวันนี้ประชาชนจำนวนมากชาวนาและเกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อยกำลังเดือดร้อนอยู่ ดังนั้น จึงต้องการหารือเพื่อส่งต่อไปยังรัฐบาลให้เกิดการแก้ไขในฐานะผู้แทนราษฎร แต่น่าผิดหวังและแปลกใจกับการทำงานวันแรกของการมีนายกรัฐมนตรีในสภาชุดนี้  พร้อมเสนอมาตรการในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ปลดล็อคให้รถบรรทุกเข้ามาในพื้นที่เพื่อให้เกิดการกระจายน้ำมันอย่างทั่วถึง 

นายวีระยุทธ กล่าวอีกว่า วานนี้ (18 มี.ค.) ทางกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการแล้ว ว่าจึงอยากให้ผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆรับลูก นอกจากนี้ทางศบก. ได้มีการประกาศว่า วันนี้จะมีการจับผิดซัพพลายเชนผู้ประกอบการน้ำมัน ทุกระดับ เพื่อหาให้ได้ว่าใครเป็นตัวก่อปัญหาที่ทำให้น้ำมันไปไม่ถึงประชาชน วันนี้จะเกิดการจับผู้กระทำผิดเจอหรือไม่ ถ้าไม่สามารถติดตามเรื่องนี้ได้ไม่สามารถเอาผิดใครได้ นี่เป็นการส่งสัญญาณทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนตั้งแต่วันแรก ในภาวะวิกฤตแบบนี้ปัจจัยภายนอกมีแต่รุมเร้า ถ้าปัจจัยภายในเราไม่ช่วยกันทำให้แข็งแรงให้ประชาชนเชื่อมั่น ก็น่ากังวลในเวลาที่เหลือเพราะน้ำมันอยู่ในช่วงขาขึ้น การส่งออกการท่องเที่ยวก็ได้รับผลกระทบแล้ว

วันนี้จึงต้องจับตามองว่า ศบก. จับผู้กระทำความผิดได้หรือไม่ พร้อมเรียกร้อง ว่าให้มีการช่วยเหลือไปเฉพาะจุด ซึ่งการมีน้ำมันหน้าปั๊มอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องเจาะจงไปที่ชาวนา ชาวประมง น้ำมันที่ใช้ประกอบการราคาก็ขึ้น ดังนั้น การช่วยเหลือให้ตรงจุดเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะจะกระทบไปถึงราคาสินค้า อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าสัปดาห์หน้าประชาชนจะมีความลำบากมากยิ่งขึ้นจึงอยากให้มีการพูดคุยกันเร็วที่สุด และเสนอให้รัฐบาลจัดทำระบบแดชบอร์ดหรือระบบจัดทำข้อมูลกลาง เพื่อให้ข้อมูลแก่ประชาชนว่าสถานีบริการน้ำมันที่ไหนมีน้ำมันเติมบ้าง และเหลือน้ำมันแต่ละประเภทเท่าไหร่ 

นายณัฐพงษ์ กล่าวเสริมว่า พื้นที่ที่ดีที่สุดคือในสภาฯ เป็นพื้นที่ที่ประชาชนทั้งประเทศสามารถชมการถ่ายทอดได้ ไม่เห็นเหตุผลอะไรที่รัฐบาลบอกว่ามีคณะกรรมการอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นจะต้องประชุมสภาฯ ในญัตติดังกล่าว แต่ก็ไม่ปฏิเสธหากจะมีการเชิญพรรคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการประชุมตรงนั้น 

เมื่อถามว่า ได้มีการหารือกับนายโสภณหรือไม่ถึงเหตุผลที่ได้มีการปิดประชุมไปก่อน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในระหว่างการประชุมนายพริษฐ์ เรื่องนี้ได้มีการหารือถึง การเสนอญัตติด่วนซึ่งนายโสภณ รอบอกว่าให้จบวาระก่อนแล้วค่อยมาหารือกัน แต่ทันทีที่ได้ผลประกาศผลนายกฯ เสร็จ ก็ได้ปิดประชุมทันที จึงเห็นว่าเป็นบรรยากาศที่ไม่เหมาะสม กับคนที่ทำหน้าที่เป็นประธานสภาฯ จึงอยากให้ฝั่งรัฐบาลเปิดพื้นที่ในการพูดคุยมากยิ่งขึ้น 

ขณะที่นายรังสิมันต์ กล่าวเพิ่มเติมหลังจากที่ได้มีการพูดคุยกับนายโสภณ หลังจากที่ปิดประชุมสภา ว่า ตนได้ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงต้องมีการปิดประชุมเร็วขนาดนี้ และมองว่าไม่รักษาสัจจะ พูดแล้วไม่ทำ และถามย้ำว่าตกลงในสภาจะมีการพูดคุยถึงเรื่องดังกล่าวหรือไม่ เราพร้อมเจรจา หากการพูดคุยวันนี้มีอุปสรรค โดยนายโสภณระบุกลับมาว่า วันนี้บรรยากาศไม่ดี ซึ่งตนก็ไม่แน่ใจว่าเมื่อเราได้นายกรัฐมนตรีแล้ว ทำเนียบก็ยกกันมาถึงที่นี่ การที่จะอดทนกันสักหน่อย ให้ผู้แทนที่มาจากหลายจังหวัด ได้พูดคุยสะท้อน ปัญหาจากต่างจังหวัดไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ เป็นประโยชน์กับการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้มาก วันนี้จึงมองว่าเป็นการเริ่มต้นที่ไม่ดี ในเรื่องของการที่พูดแล้วไม่ทำ ถ้าประธานยังไม่รักษาสัจจะ ที่มีการรับปากไม่ใช่แค่กับตน แต่ประชาชนก็ดูอยู่ ตนก็เป็นห่วงจริงๆว่าวิกฤตที่เรากำลังรับมืออยู่ จะน่ากังวลยิ่งขึ้น ถ้ารัฐบาลยังมีเจตจำนงแบบนี้