วันพุธ ที่ 1 เมษายน 2569

Login
Login

'ณัฐพงษ์' รับวิถี ปชน.พาเป็นฝ่ายค้าน วอนเพื่อนในพรรคเชื่อมั่น

'ณัฐพงษ์' รับวิถี ปชน.พาเป็นฝ่ายค้าน วอนเพื่อนในพรรคเชื่อมั่น

'ณัฐพงษ์' อภิปรายชัด ไม่เคยคิดตั้งรัฐบาลแข่ง เหตุรู้หน้าตารัฐบาลตั้งแต่ 8 ก.พ. ยอมรับวิถี ปชน.เป็นแบบนี้ เลยเป็นฝ่ายค้าน วอนเพื่อนในพรรคเชื่อมั่นตัวเอง

เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาการให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมีบุคคลได้รับการเสนอชื่อ 2 คน ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกฯจากพรรคภูมิใจไทย และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกฯจากพรรคประชาชน (ปชน.)

โดยนายณัฐพงษ์ อภิปรายว่า พวกเราไม่ได้ต้องการที่จะจัดตั้งรัฐบาลแข่งแต่อย่างใด เพราะประชาชนทั่วทั้งประเทศต่างรู้ดีว่าการจัดตั้งรัฐบาลที่แท้จริงไม่ได้เกิดขึ้นในสภาแห่งนี้วันนี้ แต่เกิดขึ้นตั้งแต่คืนวันที่ 8 ก.พ. จนถึงวันก่อนโหวตนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนก็ยืนยันว่าที่ผ่านมา ช่วงเวลาดังกล่าว พรรคประชาชนไม่เคยดำเนินการหรือมีความพยายามใดๆ ที่จะดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคที่ชนะการเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่ง อยากให้ทุกคนยึดถือหลักการนี้ไว้ร่วมกัน เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่พวกเราควรจะต้องทำในระบบการเมืองรัฐสภา ที่ไม่ว่าการเลือกตั้งกี่ครั้งพรรคใดจะชนะการเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่ง ควรจะต้องได้รับสิทธิ์ในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน 

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เวทีนี้จึงเวทีที่ไม่ใช่การแสดงวิสัยทัศน์ แต่มาแสดงความห่วงใยต่อประเทศชาติของเรา  ข้อห่วงใยนี้ จะสำเร็จได้ต้องมีรัฐบาลที่มีความชอบธรรม ประกอบไปด้วยคณะรัฐมนตรีที่มีหน้าตาที่เหมาะสม ในการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ ประเด็นแรกระยะใกล้ตัวที่สุดคือเรื่องความชอบธรรมของรัฐบาล พร้อมย้ำถึงการโยกย้ายข้าราชการในกระทรวงมหาดไทยที่มีส่วนในการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมา

พรรคภูมิใจไทย ก็อาจจะบอกว่าไม่เกี่ยวกับท่านโดยตรง เป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. หรือแม้แต่การวินิจฉัยแล้วว่าบาร์โค้ดวันเลือกตั้งจะถูกหรือผิดนั้นเป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญก็ตาม แต่พรรคภูมิไทยจะสามารถกอบกู้ความเชื่อมั่นของประชาชนกลับมาได้บางส่วน คือการกำกับดูแลการจัดการกับคนในของท่านเอง สิ่งที่ตนเห็น ไม่ได้เป็นการกล่าวหา อย่างกรณีที่สุพรรณบุรี เขตสอง กกต. เอง ก็มีการสอบภายในแล้วว่าการนับคะแนนใหม่นั้น มีเหตุผิดปกติอย่างยิ่ง ทำให้ประชาชนซักถามเป็นจำนวนมาก

“สิ่งหนึ่งที่ว่าที่นายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยดำเนินการได้ คือตรวจสอบคนของท่านเองอย่างเข้มงวด และถ้ามีส่วนผูกพันเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ผมคิดว่าสิ่งที่สังคมคาดหวังคือการดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ในการจัดการคนของตัวเอง พอที่จะกอบกู้ศรัทธาความเชื่อมั่นในบางส่วน ถ้าท่านดำเนินการแบบนี้” นายณัฐพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ประการต่อไป คือเรื่องวิกฤติที่แวดล้อมประเทศไทยในปัจจุบัน เรามีทั้งภัยจากภายนอกและภัยจากภายใน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นคงเศรษฐกิจคุณภาพชีวิต และสุดท้ายคือเรื่องธรรมาภิบาลของภาครัฐ ซึ่งส่งผลกระทบต่อปากท้องประชาชน 

สิ่งที่พวกตนเชื่อจริง ๆ คือเรื่องการทำงานการเมืองเพื่อประชาชน ที่บอกว่ารัฐบาลต้องมีความชอบธรรมในการแก้ไขปัญหา รัฐบาลที่มีเจตจำนงทางการเมืองที่ตนหมายถึง คือเข้าไปแล้วกล้าที่จะชนกับปัญหาเชิงโครงสร้าง ตรวจสอบคนของตัวเอง ไม่ได้เข้าไปเพื่อที่จะทำธุรกิจการเมือง หรือได้รับผลประโยชน์ตอบแทน มีบุคคลสำคัญที่จะอาจมีส่วนพัวพันกับธุรกิจพลังงานและเกี่ยวข้องกับปัญหาวิกฤติน้ำมันที่เกิดขึ้นหรือไม่ และมีบุคคลในรัฐบาลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจรับเหมางานก่อสร้างภาครัฐหลายส่วนหรือไม่ ปัญหาที่ผ่านมาเป็นปัญหาที่สะสมมาอยู่เรื่อยๆ แล้วกำลังทำลายความหวังของประชาชน

แคนดิเดตนายกฯจาก ปชน. กล่าวว่า วันนี้สิ่งที่พวกเราพร้อมที่จะน้อมรับคือยอมรับเรื่องผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา อยากจะฝากประธานสภาไปยังว่าที่รัฐบาล ไปยังว่าที่นายกรัฐมนตรีคนถัดไป อยากให้ท่านทำหน้าที่ของท่านได้อย่างเต็มที่มากที่สุด สำหรับพวกเราเอง ทราบว่าวิถีทางการทำงานการเมืองของพวกเราอาจจะแตกต่างกัน ท่านอาจจะคิดว่าการเมืองก็เป็นแบบนี้แหละ มันต้องทำแบบนี้แหละ ไม่เช่นนั้นคงเข้าสู่อำนาจไม่ได้

“พวกผมก็เป็นแบบนี้แหละ ทำวิถีทางการเมืองแบบนี้ วันนี้ก็เลยยังเป็นพรรคฝ่ายค้านอยู่ แต่ผมเชื่อว่าวิถีการในการทำงานการเมืองของพวกเราที่ผ่านมาในอดีตจนถึงปัจจุบัน ได้ช่วยพาสังคมไทยไปข้างหน้า และผมก็เชื่อเช่นเดียวกันว่าเพื่อนสมาชิกจากอีกฟากฝั่งหนึ่งก็น่าจะเห็นไม่ต่างกัน ว่าพวกเราไม่ว่าจะอยู่ฝั่งไหนก็ทำประโยชน์ให้กับประเทศได้ สิ่งที่ผมอยากจะฝากไปยังสมาชิกของพรรคประชาชนและประชาชน ขอให้ทุกคนอย่าหมดความหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศ ไม่ว่านักการเมืองในประเทศนี้จะเลือกวิถีทางใด ขออย่างเดียว ถ้าประชาชนร่วมกันสอดส่อง ตรวจสอบ ตัดสินใจในการเข้าคูหาเลือกตั้งอย่างดีที่สุด ในวันนั้นผมเชื่อว่าประเทศเราจะเปลี่ยนได้ สำหรับพวกผมในวันนี้ก็คงจะขอเดินหน้าทำหน้าที่ของพวกเราอย่างเต็มที่ต่อไป” นายณัฐพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า อยากจะฝากฝังไปยังเพื่อนสมาชิกพรรคประชาชน จงเชื่อมั่นในสิ่งที่ทุกท่านทำอยู่ ตนเชื่อว่าสิ่งที่ทุกท่านทำมีความหมาย ปัจจุบันวันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นการอภิปรายครั้งสุดท้ายหรือไม่ จะโดนสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ แต่ตนก็คงเดินหน้าทำหน้าที่แบบนี้ เคียงข้างกับทุกท่านต่อไป จนกว่าอำนาจจะส่งต่อประชาชน