"รังสิมันต์" ชี้ 3 ข้อกังขา "อนุทิน" ขาดคุณสมบัติเป็นนายกฯ ตามมาตรา 160(4) ซื่อสัตย์ สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ซัดเป็นตัวการทำเลือกตั้งไม่สุจริต ด้าน "ภท." ประท้วงวุ่น
ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาฯ วาระเรื่องด่วน พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีบุคคลที่ถูกเสนอชื่อ 2 คน คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกฯจากพรรคภูมิใจไทย และ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกฯจากพรรคประชาชน
ทั้งนี้ก่อนการโหวตตัดสิน ได้เปิดให้ สส. ทั้งฝ่ายที่สนับสนุนนายอนุทิน และ ฝ่ายที่เห็นเป็นอย่างอื่น อภิปรายฝ่ายละ 70 นาที ในประเด็นคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่เสนอชื่อเป็นนายกฯ
โดยนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่าตนมีข้อกังวลและกังขาต่อคุณสมบัติของนายอนุทิน ที่จะดำรงตำแหน่งนายกฯ เนื่องจากในพฤติกรรมของนายอนุทินไม่น่าไว้วางใจว่าจะมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 เนื่องจากมีหลายประเด็นที่ส่อว่าไม่สุจริต ทั้ง การบริหารจัดการและแก้ไขสถานการณ์น้ำมันที่ขาดแคลน ซึ่งรัฐบาลรักษาการแถลงมาตลอดว่ามีน้ำมันเพียงพอ แต่เหตุการณ์จริงน้ำมันหายได้อย่างไร หากไม่เป็นเพราะการทำนโยบายที่ทุจริตของรัฐบาลรักษาการ นอกจากนั้นแล้วนายอนุทิน ฐานะนายกฯและรมว.มหาดไทยได้สร้างมาตรรฐานการเมืองไทยที่ไม่อาจยอมรับได้ในกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง เนื่องจากก่อนการเลือกตั้งได้ใช้อำนาจโยกย้ายนายอำเภอจำนวนมาก ซึ่งตนมองว่าไม่ใช่มาตรรฐานที่ดี และมองได้ว่านายอนุทินคือตัวการสำคัญที่ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต
“ผมไม่ได้บอกว่ามีพรรคการเมืองไหนได้ผลดีจากการรเลือกตั้งที่มีปัญหาที่สุด แต่ประเด็นนของผมคือ การโยกย้ายตำแหน่งมโหฬารนั้นยอมรับได้หรือไม่ เป็นมโนธรรมสำนึก สิ่งที่นายอนุทิน ฐานะนายกฯและรมว.มหาดไทยทำก่อนการเลือกตั้งไม่ยอมรับให้เป็นมาตรฐานการเมืองไทย และส่อทุจริต โกงการเลือกตั้ง ซึ่งผมหวังว่าจะไม่ทำ” นายรังสิมันต์ อภิปราย
นายรังสิมันต์ อภิปรายต่อว่านายอนุทิน ยังมีข้อกล่าวในคดีฮั้ว สว. และตนมองว่าฐานะที่เป็นประมุขของฝ่ายบริหาร ไม่ต้องมีหน้าที่รักษากฎหมาย หรือทำกฎหมายหรือไม่ ทั้งนี้ใน 3 ประเด็น มาเป็นนายกฯได้ จะทำให้กฎหมายของบ้านเมืองเป็นอย่างไร ซึ่งเป็นตัวอย่างที่นายอนุทิน เป็นผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามรัฐธรรมนูญ เพราะปราศจากความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่นายรังสิมันต์ อภิปรายนั้นพบว่ามี สส.พรรคภูมิใจไทย ลุกประท้วงอยู่เป็นระยะ นอกจากนั้นแล้วนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ฐานะประธานในที่ประชุมได้ทักท้วงหลายครั้งว่าอย่าให้เป็นการอภิปรายที่เข้าข่ายเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจและขอให้อยู่ในสาระของคุณสมบัติของบุคคลที่ถูกเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี
อย่างไรก็ดีนายรังสิมันต์ กล่าวตอบโต้ช่วงหนึ่งด้วยว่าการอภิปรายของตนเพื่อแสดงให้เห็นถึงข้อกังขาในความซื่อสัตย์สุจริต ของนายอนุทิน ดังนั้นการพิจารณาคุณสมบัติผู้ที่ซื่อสัตย์สุจริตต้องคำนึงถึงเรื่องในอดีต และการทำหน้าที่รัฐบาลรักษาการ ทั้งนี้หากเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะจัดหนักกว่านี้





