อภิสิทธิ์ เรียกร้อง "รัฐบาล" ถกมาตรการลดภาระกองทุนน้ำมัน ขอแรง "เอกชน" เติมเงินเข้ากองทุนเพิ่มเติม หวังลดภาระประชาชนช่วงวิกฤติพลังงาน
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายหลังการประชุมส.ส.พรรคถึงการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำมัน จากสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า เมื่อรัฐบาลตั้งเป้าลดภาระให้กับประชาชน ผ่านการตรึงราคาน้ำมันดีเซล พรรคประชาธิปัตย์มองว่าจำเป็นต้องมีแนวทางที่ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องคือทั้งประชาชน ผู้ค้า อุตสาหกรรม มีแนวทางที่จะสามารถปฏิบัติตนได้ ไม่ให้เกิดสถานการณ์กักตุน หรือ แย่งซื้อน้ำมัน โดย รัฐบาลควรพิจารณามาตรการในอดีตต่อกรณียกเวนภาษีสรรพสามิตเพื่อลดต้นทุนเรื่องราคาน้ำมัน เพื่อไม่ให้ภาระการดูแลราคาน้ำมันไม่ตกอยู่กับกองทุนน้ำมันเพียงอย่างเดียว แต่รัฐบาลจะเข้ามาแบ่งเบาภาระด้วย
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่าขณะที่ภาคเอกชน ที่ได้ค่าการกลั่นได้เพิ่มขึ้นจาก 2 บาท มาเป็นประมาณ 6 บาท ควรพิจารณามาตรการของต่างประเทศ ที่ให้ภาคเอกชน ส่งเงินเข้ามาเพื่อแบ่งเบาภาระของประชาชน โดยพรรคประชาธิปัตยืมองว่าควรให้โรงกลั่นส่งเงิน 3 บาทต่อลิตรจากค่าการกลั่น เข้ามาเพื่อสมทบกองทุนน้ำมัน เพื่อให้แบ่งเบาภาระ และช่วยกันทำให้ฐานะกองทุนน้ำมันมีเงินเพียงพอ ที่จะบริหารจัดการได้
"มั่นใจว่าอย่างน้อยที่สุดการทำเช่นนี้สถานการณ์น่าจะดูแลกันไปได้จนถึงหลังช่วงสงกรานต์ ทั้งนี้พรรคเรียกร้องว่า รัฐบาลควรเตรียมงานล่วงหน้าสำหรับเรื่องราคาสินค้า เช่น เม็ดพลาสติก และปุ๋ย ที่อาจกระทบกระเทือนกับภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรมต่อไป ทั้งนี้หลังการประชุมสภาฯ วันที่ 19 มี.ค. หากมีการเรียกประชุมสภาฯตามปกติ พรรคจะใช้กลไกสภาฯ เสนอต่อรัฐบาล" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่าการให้ธุรกิจโรงกลั่นช่วยจ่ายเข้ากองทุนน้ำมันจะมีความยากง่ายอย่างไร เพราะบางแห่งมีนักการเมืองถือหุ้นอยู่ด้วย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า โดยหลักที่ตนพูดมีลักษณะของภาษีลาภลอย กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจยุ่งยากในขั้นตอนต่างๆ หากจำได้เมื่อประมาณ 2-3 ปีที่แล้วเคยเกิดสถานการณ์เช่นนี้ ทำให้รัฐบาลเรียกผู้ประกอบการพูดคุยและตกลงว่าจะแบ่งเบาภาระด้วยการส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเพิ่มเติม ซึ่งทำในระยะเวลาสั้นๆ





