“พรรคเพื่อไทย” ประชุม สส.ถกปัญหาวิกฤตพลังงาน สั่ง สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่แก้ปัญหาระยะสั้นเพื่อชงรัฐบาล วางแผนระยะยาวใช้พลังงานทดแทน
วันที่ 19 มี.ค. 2569 ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และบุคลากรทางการเมืองประจำสัปดาห์ โดยมีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรค นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และ สส.เข้าร่วมประชุมด้วย โดยที่ประชุมได้พูดคุยยกประเด็นเรื่องวิกฤตพลังงาน เพราะในฐานะส.ส. และมีความเป็นห่วงเป็นใยต่อพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการหาน้ำมันเติมไม่ได้ และค่าพลังงานเพิ่มสูงขึ้นซึ่งเป็นผลกระทบทางเศรษฐกิจที่รุนแรง
จากนั้น นายยศชนัน แถลงถึงผลการประชุมว่า เป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษดังนั้น ต้องสื่อสารไปถึงประชาชนทุกคนให้ตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น เพราะปัญหาพลังงานหากมีการเจรจาพูดคุยกับประเทศที่ขัดแย้งอาจจะจบได้ ซึ่งอาจจะจบภายใน 1 เดือน 3 เดือน หรือหากลากยาวไปถึง 6 เดือน หรือ 1 ปีจะเกิดอะไรขึ้นกับประชาชนบ้าง
โดยเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตนเองได้พูดคุยกับผู้สมัครและให้ลงพื้นที่เพื่อที่จะดูถึงผลที่จะเกิดขึ้นและความเป็นไปได้ ทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการผู้ผลิต ผู้รับเหมา หรือผู้ที่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของประชาชนมีอยู่ 3 เรื่องคือเรื่องที่อยู่อาศัย การคมนาคมขนส่ง ที่เห็นได้ชัดคือเรื่องของราคาน้ำมันและการกระจายน้ำมันที่ไม่เพียงพอและ เรื่องของราคาสินค้าพี่กำลังทยอยขึ้น ซึ่งมาจากการผลิต การขนส่ง
นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยกับ สส. แบบบัญชีรายชื่อ ให้ลงพื้นที่ไปในเขตที่ไม่มี สส. ของพรรคเพื่อไทยเพื่อเร่งแนวทางในการแก้ไขในระยะสั้น และให้เห็นหน้างาน ซึ่งเราก็จะนำตรงนี้มาประมวลผลและส่งให้กับทางรัฐบาล ถึงแนวทางการแก้ปัญหาเบื้องต้น ซึ่งรัฐบาลจะสามารถใช้กลไกภาคและดูแลตรงนี้ให้ชัดเจน
ส่วนปริมาณน้ำมันดิบที่ผ่านการกลั่นออกมา ต้องมีแผนระยะกลางและระยะยาว เพื่อเข้าสู่พลังงานสีเขียว ลดการใช้น้ำมัน และเพิ่มการใช้พลังงานทดแทน ซึ่งจะต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างของการปฏิบัติการ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการผลิต ภายใน 1 - 2 ปี แต่ไม่เกิน 4 ปี ซึ่งต้องใช้กลไกของต่างประเทศมาประเมินควบคู่กันกับกลไกทางเศรษฐกิจ ในการดูแลแหล่งพลังงาน
นายยศชนัน ย้ำว่า เรื่องนี้ต้องสื่อสารให้ประชาชนได้ทราบล่วงหน้า เพื่อให้เกิดการเตรียมความพร้อม โดยพรรคเพื่อไทยจะทำเต็มความสามารถที่จะช่วยประชาชน และสะท้อนในส่วนนี้ ให้รัฐบาลใช้กลไกภาครัฐในการดูแลประชาชน เพื่อให้สามารถผ่านวิกฤตตรงนี้ไปด้วยกัน





