วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม 2569

Login
Login

โสภณ มั่นใจโหวตนายกฯ ไม่วุ่นวาย ย้ำทำงานเที่ยงธรรม ยึดข้อบังคับ

โสภณ มั่นใจโหวตนายกฯ ไม่วุ่นวาย ย้ำทำงานเที่ยงธรรม ยึดข้อบังคับ

"ประธานสภาฯ" มั่นใจ วันโหวตนายกฯ ไม่วุ่นวาย ยึดข้อบังคับ-ทำงานเที่ยงธรรม พร้อมเตรียมพิจารณาปรับสวัสดิการ สส. ตามข้อเท็จจริง-ยุคข้าวยากหมากแพง

ที่รัฐสภา  นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการนัดประชุมสภาฯ เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 19 มี.ค. ว่า ในวันดังกล่าวเชื่อว่าจะไม่วุ่นวาย ทั้งนี้ภาพที่เกิดขึ้นในสภาฯ จะสะท้อนการทำงานของสส. ซึ่งบางทีไม่รู้ตัวว่าชาวบ้านด่า แต่สาวกสะใจ ดังนั้นตนมองว่าถ้าอยากเห็นประชาธิปไตยเดินได้สง่างาม สภาฯ ต้องเป็นตัวอย่าง ซึ่งสัปปายะสถานคือที่อยู่ของคนที่มีคุณธรรม อย่างไรก็ดีการทำงานฐานะประธานสภาฯ ไม่มีอะไรที่หนักใจ หรือกังวลเพราะต้องทำหน้าที่ตามข้อบังคับและปฏิบัติหน้าที่อย่างเที่ยงธรรรมนั้นจะเดินไปได้ ทั้งนี้ตนอยากให้ทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข

นายโสภณ ยังกล่าวถึงข้อเสนอของ สส. ให้ปรับลดสวัสดิการ สส. เช่น อาหารรับรอง ว่า ต้องพิจารณาในรายละเอียดรรวมถึงต้องชั่งน้ำหนักกับการทำงาน และการรับฟังความคิดเห็น อย่างไรก็ดีหากมีคนมองว่าสส.ที่อาสาเข้ามาทำงานไม่ควรมีสวัสดิการต้องพิจารณา

“เรื่องอาหารไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่การแก้ไขต้องพิจารณาด้วยเหตุและผล และความเหมาะสม ส่วนที่มีการนำเสนอคำพูดของผมที่มองว่าการปรับลดอาหารเลี้ยง สส. เป็นเรื่องตลกนั้น ข้อเท็จจริงผมไม่ได้กล่าวถึงการปรับเรื่องอาหาร แต่ตลกเพราะการเสนอไม่ถูกกาลเทศะ ใช้เวลาไม่เหมาะสม ทั้งนี้การทำงานของผมต้องเอาผลไม่ใช่ภาพ” นายโสภณ กล่าว

เมื่อถามว่าการพิจารณาเรื่องปรับสวัสดิการสส.จะเริ่มต้นพิจารณาอย่างไร นายโสภณ กล่าวว่า ต้องพิจารณาว่าเป็นอำนาจใคร ซึ่งคงไม่ถึงขั้นต้องตั้งกรรมาธิการ เมื่อพิจารณาว่าเป็นอำนาจบุคคลใด บุคคลนั้นต้องพิจารณา ซึ่งกรณีของอาหารรับรองเป็นเรื่องของสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ที่พิจารณาจัดสรรงบประมาณหากสส.ไม่เห็นด้วยสามารถตัดได้ แต่หากเป็นอำนาจตัดสินใจของตน ตนจะตัดสินใจและรัรบผิดชอบ ทั้งนี้การทำงานร่วมกันต้องรับฟังความเห็นของผู้ร่วมงาน ผู้ปฏิบัติหน้าที่ และอยู่บนนความสมเหตุสมผล

“เหมือนกับจะใช้ทหารไปรบ ทหารบอกขาดอาวุธ แต่แม่ทัพบอกพอแล้วๆ ดังนั้นจะรบชนะอย่างไร  เรื่องนี้ต้องพิจารณา โดยเป็นเรื่องสวัสดิการ ที่ยุคนี้เป็นยุคข้าวยากหมากแพง สวัสดิการไหนควรลดหรือคงอยู่ หรือ เดือดร้อน เป็นอุปสรรคของการทำงานต้องแก้ไข ต้องรอพิจารณาไม่ใช่วิจารณ์โดยไม่รู้ข้อเท็จจริง ไม่รู้ความตั้งใจของคนทำงาน” ประธานสภาฯ กล่าว

ประธานสภาฯ กล่าวด้วยว่านอกจากนั้นมีเรื่องที่พบว่ามีการวิจารณ์นักการเมืองที่ทำให้บางคนเบื่อการเมือง ทำให้คนตั้งใจทำการเมืองหมดกำลังใจ ซึ่งตนมองว่านิ้วไหนไม่ดีต้องตัดทิ้งแค่นั้น ไม่ใช่เผาบ้านตัวเอง ซึ่งตนอยากเห็นสังคมมีเหตุมีผล ใช้ข้อมูลในการวิจารณ์ ไม่ใช่เอาความรู้สึกมาพูดเพื่อให้ได้คะแนนนิยม แต่ไม่สามารถปฏิบัติได้