วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม 2569

Login
Login

'กองทัพไทย' เผย คืบหน้ารั้วชายแดนไทย–กัมพูชา โป่งน้ำร้อน จันทบุรี

'กองทัพไทย' เผย คืบหน้ารั้วชายแดนไทย–กัมพูชา โป่งน้ำร้อน จันทบุรี

กองทัพไทย เผย คืบหน้ารั้วความมั่นคงชายแดนไทย–กัมพูชา นำร่องจุดแรก อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี เสริมแกร่งอธิปไตย มุ่งเน้นสันติภาพและความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569 พลตรี วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาลในการยกระดับความมั่นคงตามแนวชายแดน และการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ กองทัพไทย โดย พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เร่งผลักดันโครงการก่อสร้างรั้วกั้นพรมแดนถาวร เพื่อจัดระเบียบพื้นที่ชายแดน และป้องกันการกระทำผิดกฎหมายในทุกรูปแบบ
ปัจจุบันโครงการมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีรายละเอียดการดำเนินงานดังนี้

• พื้นที่นำร่อง : บริเวณจุดผ่านแดนหลักเขตที่ 52–54 อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี

• ระยะทางดำเนินการ : รวมประมาณ 1,310 เมตร

• สถานะปัจจุบัน : ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ได้เข้าดำเนินการสำรวจและเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพื่อความปลอดภัยในพื้นที่เสร็จสิ้นแล้ว

• หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา โดย พลเอก ศรายุทธ จันทร์พุ่ม ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้สั่งการให้กำลังพลเข้าปรับสภาพพื้นที่และก่อสร้างถนนเลียบแนวรั้วเสร็จสมบูรณ์ พร้อมสำหรับการก่อสร้างอาคารและรั้วถาวร

• กำหนดการ : คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างรั้วกำแพงถาวรได้ในช่วงต้นเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 โดยวางเป้าหมายการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 45 วัน

โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ยังเน้นย้ำว่า พื้นที่ดังกล่าวได้ผ่านการประสานงานและตกลงร่วมกันกับฝ่ายกัมพูชาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยฝั่งกัมพูชาก็มีถนนเลียบแนวรั้วที่สอดรับกับฝั่งไทย ซึ่งในอนาคตกองทัพมีแผนที่จะขยายการก่อสร้างเพิ่มเติม ทั้งในรูปแบบรั้วกำแพงถาวร และรั้วอิเล็กทรอนิกส์ ที่ติดตั้งระบบเซนเซอร์และกล้องวงจรปิด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าตรวจตลอด 24 ชั่วโมง

“การสร้างรั้วชายแดนในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการสร้างกำแพงทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความอุ่นใจให้กับพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน โดยกองทัพไทยยืนยันที่จะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างเต็มขีดความสามารถและพร้อมทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อให้ประเทศชาติและประชาชนมีความสงบสุขและปลอดภัยอย่างยั่งยืน”