วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม 2569

Login
Login

 เปิดเกมเร็ว 'โหวตนายกฯ' ภท. เร่งเข้าสู่อำนาจ พิสูจน์ฝีมือรัฐบาล

 เปิดเกมเร็ว 'โหวตนายกฯ' ภท. เร่งเข้าสู่อำนาจ พิสูจน์ฝีมือรัฐบาล

ประธานสภาฯ คนใหม่ โสภณ ซารัมย์ จากภูมิใจไทย ย้ำถึงความเร่งด่วน ที่ประเทศควรมีผู้นำรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มโดยเร็ว ก่อนที่จะจรดปากกาลงนามออกหนังสือเชิญ “สส.” ทั้ง 498 คน ร่วมประชุมเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในวันพฤหัสฯ 19 มี.ค.นี้

พร้อมกำหนดปฏิทินการเมืองแบบรวบรัดว่า “อยากให้มีรัฐบาลที่ได้อำนาจเต็มก่อนสงกรานต์ เนื่องจากตอนนี้มีวิกฤติต่างๆ รุมเร้า หากมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ดังนั้นไทม์ไลน์หลังจากโหวตนายกรัฐมนตรีแล้วเสร็จ จะต้องเข้าสู่กระบวนการจัดตั้ง “คณะรัฐมนตรี” ชุดใหม่ และแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาไม่เกิน 10 เม.ย.นี้

 เปิดเกมเร็ว 'โหวตนายกฯ' ภท. เร่งเข้าสู่อำนาจ พิสูจน์ฝีมือรัฐบาล

 เมื่อย้อนมาดูกระบวนการของสภาฯ ที่ต้องดำเนินการในขั้นตอนโหวตเลือกนายกฯ ซึ่งขณะนี้ชัดเจนแล้วว่า พรรคภูมิใจไทยพรรคอันดับ 1 แกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะเสนอชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ ให้เป็นผู้นำรัฐบาลต่อเนื่อง 

ขณะที่ “พรรคประชาชน” พรรคอันดับ 2 แม้จะตกอยู่ในสถานะแกนนำฝ่ายค้าน แต่พร้อมใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ เสนอชื่อ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ เข้าแข่งขัน

สำหรับขั้นตอนของสภาฯ ตามที่รัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมกำหนด คือ 

1.บุคคลที่ถูกเสนอชื่อให้โหวตเลือกเป็นนายกฯ ต้องมาจากพรรคการเมืองที่มี สส. 25 คนขึ้นไป 

2.มี สส.รับรองชื่อที่เสนออย่างน้อย 50 คน

3.การลงมติเลือกนายกฯ ให้ลงคะแนนโดยเปิดเผย ด้วยการขานชื่อ สส.ตามลำดับอักษร 

 เปิดเกมเร็ว 'โหวตนายกฯ' ภท. เร่งเข้าสู่อำนาจ พิสูจน์ฝีมือรัฐบาล

 

ผู้ที่ได้รับเลือกต้องได้คะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน สส.ปัจจุบัน ซึ่งเวลานี้มี สส.ปฏิบัติหน้าที่ได้ 498 คน (ยังเหลือ ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย ที่รอ กกต.รับรองผล และอีกเสียง สส.บัญชีรายชื่อ จากพรรครวมไทยสร้างชาติ รอเลื่อนลำดับของ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ขึ้นมาแทน พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่สละสิทธิ์) ดังนั้น ผู้ที่จะได้รับเลือกเป็นนายกฯ ต้องได้ 250 เสียงขึ้นไป

กับจำนวน 250 เสียงที่เป็นภาคบังคับตามรัฐธรรมนูญ เพื่อส่ง “อนุทิน” ไปต่อในเก้าอี้ผู้นำรัฐบาลไม่ใช่ปัญหา เนื่องจากมีพรรคการเมือง ที่แสดงเจตจำนงร่วมสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำรัฐบาล รวมกัน 291 เสียง จาก 15 พรรคการเมือง

หากพิจารณาการโหวตประธานสภาฯ เมื่อวันที่ 15 มี.ค. มี สส.มาประชุมทั้งหมด 497 คน จาก สส.ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 498 คน (ไชยชนก ชิดชอบ สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ลาประชุม) มีตัวเลขการโหวตที่น่าสนใจ คือ “โสภณ ซารัมย์” จากพรรคภูมิใจไทย ได้เสียงสนับสนุน 289 เสียง 

หากเทียบกับจำนวน สส.ที่ประกาศตัวสนับสนุนรัฐบาลภูมิใจไทย 291 เสียง แม้จะพบว่าคะแนนหายไป 2 เสียง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา ที่จะส่งต่อไปถึงการโหวตนายกฯ เพราะแต้มที่หายไป เป็นเพียงปัญหาทางเทคนิคเท่านั้น 

 เปิดเกมเร็ว 'โหวตนายกฯ' ภท. เร่งเข้าสู่อำนาจ พิสูจน์ฝีมือรัฐบาล

เมื่อเทียบกับคู่แข่งตำแหน่งประธานสภาฯ จากพรรคประชาชน “พริษฐ์ วัชรสินธุ” ที่ได้ 123 เสียง ในทางทฤษฎี มี “พรรคอื่น” ช่วยหนุนเพิ่มอีก 3 เสียง จึงไม่ใช่เรื่องที่ “ภูมิใจไทย” จะวิตกกังวลเช่นกัน เพราะอย่างไรเสียง ยังกุมเสียงข้างมากในสภาฯ ไว้ได้

ทว่า “ตัวแปร” ที่ต้องจับตา คือ “การงดออกเสียง” ในการโหวตประธานสภาฯ มีจำนวนถึง 80 เสียง คือเสียงของพรรคกล้าธรรม 58 เสียง และพรรคประชาธิปัตย์ 21 เสียง และสส.พรรคเล็ก 1 เสียง ตัวเลขกลุ่มนี้ จะมีจุดยืนในการโหวต “นายกรัฐมนตรี” อย่างไร 

ในเมื่อ พรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ ยังสงวนท่าทีในการสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคภูมิใจไทย

 เปิดเกมเร็ว 'โหวตนายกฯ' ภท. เร่งเข้าสู่อำนาจ พิสูจน์ฝีมือรัฐบาล

ก่อนหน้านี้ “อนุทิน” แสดงท่าทีทอดไมตรี ด้วยคำพูด “เป็นเพื่อนกัน ไม่มีวันหมดอายุ” หลังถูกถามถึงการเจอหน้ากับ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” แกนนำพรรคกล้าธรรมที่สภาฯ 

ขณะที่ “ธรรมนัส” เอง ได้ตอบกลับประเด็นนี้เช่นกันว่า “การใช้ชีวิตของผม มีเพื่อนพี่น้องเยอะ เพราะผมไม่ฆ่านาย ไม่ขายเพื่อน และสำคัญที่สุดคือ เพื่อนไม่มีวันตาย ถ้าคุณอนุทินหมายถึงผม ผมก็หมายถึงท่าน” แม้ภายหลังจะออกตัวว่า ไม่เกี่ยวกับการเมือง เมื่อถูกถามถึงการสนับสนุน “อนุทิน” ให้เป็นนายกฯ หรือไม่ก็ตาม

ส่วนกลุ่มบัตรเสียในการโหวตประธานสภาฯ 5 ใบ แกะรอยได้ว่า ส่วนหนึ่งมาจาก “พรรคเล็ก” ที่ไม่ถูกเลือกเข้าร่วมรัฐบาล ที่มีความหวัง “รอร่วมรัฐบาล” อย่างน้อย 5 เสียง ดังนั้น อาจได้เห็นคะแนนทอดไมตรี ที่พร้อมเทเสียงให้นายกฯ เพิ่มขึ้น

เมื่อมาดูความคิดเห็นประชาชน ล่าสุด “นิด้าโพล” ได้เผยแพร่ผลสำรวจความเห็นต่อเสถียรภาพรัฐบาลสีน้ำเงิน ส่วนใหญ่เชื่อว่า “อนุทิน” จะได้รับเสียงโหวตให้ไปต่อมากกว่า 291 เสียงด้วยซ้ำ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า ในบรรดา 7 พรรคการเมืองที่ไม่ได้รับเชิญเข้าร่วมรัฐบาลรอบแรกนี้ มีบางพรรคที่ยังรอโอกาสในรอบต่อไป

ดังนั้น หากมีการแสดงตัวอย่างเปิดเผย สนับสนุน “อนุทิน” โดยไร้เงื่อนไข ผ่านการโหวตนายกฯในวันที่ 19 มี.ค.ย่อมเป็นสัญญาณบวกของรัฐบาลภูมิใจไทย ในการเข้าสู่อำนาจบริหารอย่างไร้รอยต่อ และไร้ปัญหาเรื่องเสถียรภาพ

 เปิดเกมเร็ว 'โหวตนายกฯ' ภท. เร่งเข้าสู่อำนาจ พิสูจน์ฝีมือรัฐบาล

เวลานี้ รัฐบาลภูมิใจไทยภาคต่อ จำเป็นอย่างยิ่ง ต้องได้อำนาจเต็มในการบริหารสถานการณ์วิกฤตินอกประเทศ จากผลกระทบสงครามตะวันออกกลางเพื่อสกัดวิกฤติในประเทศ จะเป็นบทพิสูจน์ฝีมือ และผลงานในฐานะรัฐบาลตัวจริง