วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม 2569

Login
Login

2 แผน ปชน. สู้ต่อปม ‘บาร์โค้ด’ ฟ้องม.157-แก้ รธน.ถอดองค์กรอิสระ

2 แผน ปชน. สู้ต่อปม ‘บาร์โค้ด’ ฟ้องม.157-แก้ รธน.ถอดองค์กรอิสระ

ประเด็น “บาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้ง ที่สร้างความฉงนให้กับสังคมมานานนับเดือน ใกล้ถึงบทสรุปเข้าไปทุกทีแล้ว หลังจากภาคประชาชนหลายฝ่ายยื่นคำร้องถึงผู้ตรวจการแผ่นดินให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าว ต่อมาเมื่อ 13 มี.ค. 2569 ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย โดยมีการคาดหมายกันว่าในวันที่ 18 มี.ค.นี้ ศาลรัฐธรรมนูญ อาจหยิบยกเรื่องนี้มาพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับคำร้องด้วย

โดยมติของผู้ตรวจการแผ่นดิน สรุปได้ว่า ประเด็นดังกล่าวมีน้ำหนักและเหตุผลเพียงพอที่จะวินิจฉัยว่า การที่ กกต. รวมถึง เลขาธิการ กกต. และสำนักงาน กกต. ดำเนินการจัดการเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR Code)

น่าเชื่อได้ว่า สามารถเชื่อมโยงหรือสืบค้นย้อนกลับถึงตัวผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่เป็นความลับ ขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 83 และมาตรา 85 อันมีลักษณะเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของ ผู้ร้องเรียน และประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองและคุ้มครองไว้ จึงเห็นชอบ วินิจฉัยให้ยื่นคำร้องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 213 เพื่อพิจารณาวินิจฉัยตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

2 แผน ปชน. สู้ต่อปม ‘บาร์โค้ด’ ฟ้องม.157-แก้ รธน.ถอดองค์กรอิสระ

ทั้งนี้ในส่วนของพรรคการเมือง ที่ต่อสู้ประเด็นดังกล่าวมาโดยตลอด กระทั่งมี สส.ในพรรคถูก กกต.ฟ้องกลับ หนีไม่พ้นพรรคประชาชน (ปชน.) นั่นคือ “พริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรค ปชน. ตกเป็น 1 ใน 6 ผู้ถูกกล่าวหา ในจำนวนนี้มี “ช่างภาพสื่อ” ที่โดน กกต.ดำเนินคดีโดยกล่าวหาว่า มีการกระทำอันเป็นขบวนการเพื่อถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง และพยายามถอดรหัสบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด มีความผิดฐาน “อั้งยี่” และความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งมีโทษสูงมากรวมอยู่ด้วย

ล่าสุดวานนี้ (16 มี.ค.) “ไอติม พริษฐ์” แถลงข่าวตอนหนึ่งถึงการตรวจสอบบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง โดยกาง 2 แผนที่ ปชน.จะต่อสู้ในเรื่องนี้ได้แก่

1.ฝ่ายกฎหมายพรรค ปชน.ยื่นฟ้องกับ กกต.ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง กล่าวหาว่า กกต.กับพวก กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ในการมี “บาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้ง ส่อให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ่ตามรัฐธรรมนูญไปแล้ว

2.เมื่อเปิดประชุมสภาฯ ปชน.เตรียมผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ รายมาตรา เพื่อเปิดทางให้มีการยื่นถอดถอนบุคคลในองค์กรอิสระ ซึ่งหลายคนมองว่า โฟกัสเป้าไปที่ กกต.ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในคู่ขัดแย้งสำคัญในการเลือกตั้ง 69 ที่ผ่านมา โดยในร่างกฎหมาย 9 ชุดที่ ปชน.เปิดเผยผ่านสาธารณะว่าเตรียมจะผลักดัน มีหมวด “ปฏิรูปการเมือง” โดยระบุ 3 ร่างกฎหมายหลัก ได้แก่

2 แผน ปชน. สู้ต่อปม ‘บาร์โค้ด’ ฟ้องม.157-แก้ รธน.ถอดองค์กรอิสระ

1.ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ รายมาตรา องค์กรอิสระ ไม่เป็นอิสระจากประชาชน 2.ร่างแก้ไข พ.ร.ป. เลือกตั้ง สส. จัดการเลือกตั้งโปร่งใส ตรวจสอบได้ 3.จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประชาชน โดยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จัดทำ รธน. ฉบับใหม่ ต้องรอดูว่า ครม. จะยืนยันร่างรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชนที่ผ่านวาระ 1 ไปในสภาฯชุดที่แล้วหรือไม่

ทั้งนี้ “พริษฐ์” ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้การตรวจสอบเรื่องดังกล่าวดำเนินการไปหลายช่องทาง มีทั้งภาคประชาชนยื่นไปที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดินก็กำลังจะยื่นต่อไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ในส่วนของพรรคประชาชนได้ยื่นดำเนินคดีอาญามาตรา 157 ไปแล้ว

จุดร่วมที่เรามีตรงกันในเรื่องนี้ คือจะทำอย่างไรให้ไม่มีบาร์โค้ดที่สามารถระบุรหัสบัตรอยู่ในบัตรเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งครั้งถัดไป เพราะเห็นชัดเจนแล้วว่าการมีบาร์โค้ดที่ระบุรหัสบัตรได้ ทำให้สามารถตรวจสอบได้ ว่า ใครกาให้กับใคร ทำให้การออกเสียงไม่เป็นไปโดยลับ จึงไม่ต้องการให้มีบาร์โค้ดอยู่ในบัตรเลือกตั้งอีกต่อไป

ส่วนที่คนวิจารณ์ว่าพรรคประชาชน พอได้รายงานตัวเป็น สส.ก็ไม่ตรวจสอบแล้ว พริษฐ์ ยืนยันว่า เราเดินหน้าสองขาคู่ขนานกัน เพราะเห็นปัญหาของการการเลือกตั้ง ก็พยายามใช้ช่องทางต่าง ๆ ในการตรวจสอบ เจตนาไม่ได้ต้องการให้เปลี่ยนผลการเลือกตั้ง แต่เพื่อต้องให้เกิดการรับผิดรับผิดชอบทางกฎหมาย หากมีการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฏหมายและมีข้อบกพร่องเกิดขึ้น

นอกจากนี้ เมื่อสภาเปิดสมัยประชุมแล้ว ก็เป็นพื้นที่ในการผลักดัน โดยใช้กลไกในสภาตรวจสอบการทำหน้าที่ของ กกต. ด้วย และเตรียมยืนร่างกฎหมาย 20 - 30 ฉบับ หนึ่งในนั้นคือการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา เพื่อเปิดช่องให้ประชาชนกลับมามีสิทธิ์เข้าชื่อริเริ่มกระบวนการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ และผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นคือการทำให้องค์กรอิสระ ไม่เป็นอิสระจากประชาชน หากประชาชนเห็นว่าสิ่งที่ กกต. ดำเนินการเป็นอำนาจโดยมิชอบก็สามารถเข้าชื่อถอดถอนได้

2 แผน ปชน. สู้ต่อปม ‘บาร์โค้ด’ ฟ้องม.157-แก้ รธน.ถอดองค์กรอิสระ

ขณะเดียวกันยังอยากให้ประชาชนจับตาการตรวจสอบ การเลือกตั้งที่จังหวัดสุพรรณบุรี เขต 2 เพราะปัจจุบันที่ผลการเลือกตั้งจากการนับใหม่มีคะแนนต่างกันแบบเท่าตัว ซึ่งเราตรวจสอบเรื่องนี้ 2 ทาง คือ 1.ให้ กกต. นับคะแนนใหม่ทั้งเขตเลือกตั้ง แม้ผลการเลือกตั้งไม่ได้เปลี่ยน แต่จะทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น และทำให้เห็นความผิดพลาดที่สะท้อนถึงกระบวนการในภาพกว้าง ที่มีการทุจริตในระดับหน่วยเลือกตั้ง 2.ได้ดำเนินคดีกับ กปน. ที่นับคะแนนโดยมิชอบ

ทั้งหมดคือแผนของ ปชน.ที่เตรียมไว้ต่อสู้ประเด็น “บาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้งต่อ

โดยเฉพาะการพุ่งเป้าไปยัง “กกต.” ซึ่งเป็นองค์กรหลักในการจัดเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ซึ่งถูกภาคประชาชนครหาครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

ส่วนบทสรุปสุดท้ายจะออกมาหน้าไหน ต้องรอลุ้นกัน