‘ไอติม พริษฐ์’ เปิด 4 ข้อกังวล กกต.ตัดจบ ‘คดีฮั้ว สว.’ ไปไม่ถึงศาล ชวน ปชช.จับตาใกล้ชิด กังขาไฉนไม่ยึดหลักฐานตามคณะไต่สวนฯชุดที่ 26 ขู่ถ้าทำมิชอบเจอฟ้องแน่
เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการพรรคประชาชน (ปชน.) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน แถลงข่าวชวนประชาชนจับตามติของคณะกรรมการการเลือกตั้งเกี่ยวกับคดีโกง สว. ว่า เชิญชวนประชาชน และสื่อในการจับตาดูการประชุม กกต.ในสัปดาห์นี้ว่า มีความพยายามหรือไม่ว่า เร่งเป่าคดีโกง สว.ให้หมดหนทางไปถึงศาล หวังเคลียร์ข้อครหาทั้งหมด ก่อนวาระการเลือกนายกฯที่จะมาถึง จากข่าวล่าสุดที่น่าจะเห็นแล้ว ปัจจุบันมีมติที่สวนทางกันอยู่ของ 2 คณะที่ทำงานเกี่ยวกับคดีโกง สว. ท้ายที่สุด เป็น กกต.ชุดใหญ่ ชี้ขาด
เรามีคณะสืบสวนฯ ชุดที่ 26 เป็นคณะทำงานร่วมกันระหว่าง กกต.และดีเอสไอ ทำงานตั้งแต่ต้นปี 2568-ก.ค. 2568 คณะนี้มีมติชัดเจนว่า เสนอให้ กกต.ส่งคำร้องไปที่ศาล เพื่อดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา 229 คน แบ่งเป็น 138 สว. และเครือข่ายการเมือง 91 คน
คณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 เป็นคณะที่ กกต.ตั้งขึ้นมาเพื่อจะวินิจฉัยข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสำนวนการสืบสวนหรือไต่สวน ทำงานตั้งแต่ ก.ย. 2568-มี.ค. 2569 คณะอนุฯชุดที่ 36 มีมติสวนทางกับคณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26 คือมีมติให้ กกต.ไม่ส่งคำร้องไปที่ศาล ให้ยุติการดำเนินคดี เนื่องจากเห็นว่าไม่มีมูลความผิดใด ๆ นี่คือสถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญอยู่
ประเด็นสำคัญจากข้อสังเกตทั้งหมดที่ปรากฏต่อสาธารณะ ปชน.เห็นว่า กกต.ไม่ควรมีเหตุผลใด ๆ ไม่ส่งคำร้องไปศาลเพื่อดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ตามข้อเสนอของคณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26 ด้วยเหตุผล 4 ประการ
1.หลักฐานที่คณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26 ใช้ประกอบทำสำนวน มีน้ำหนักหนักแน่นเพียงพอ เชื่อได้ว่าเกิดการฮั้ว สว. และหนักแน่นเพียงพอให้ กกต.ส่งศาลพิจารณาได้ หากแยกแต่ละส่วน หากดูหลักฐานที่ปรากฏต่อสาธารณะ คือบัตรลงคะแนนเลือก สว. เลือกกลุ่มตัวเลขชุดเดียวกัน ติดต่อกันเยอะพอสมควร คำนวณคณิตศาสตร์แล้วเป็นไปได้ยากมากที่พฤติกรรมแบบนี้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ
หากดูหลักฐานคำร้องผู้ร้อง คาดว่าอยู่ในสำนวนคณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26 เราได้รับข้อมูลจาก สว.สำรองว่า ตัวคำร้องมีหลักฐานเกี่ยวกับการนัดรวมตัวกัน เพื่อพักอาศัยเพื่อเดินทางไปสถานที่เลือกด้วยกัน มีหลักฐานการว่าจ้างหลักหมื่นบาท หลักแสนบาท มีหลักฐานการโอนเงิน เส้นทางการเงินเกี่ยวข้องกับนักการเมืองหลายราย ไม่ว่าหลักฐานปรากฏสาธารณะ หรือหลักฐานในตัวคำร้อง น่าจะหนักแน่นเพียงพอระดับหนึ่งแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น หลักฐานคณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26 ใช้มีความหนักแน่นและชัดเจนมากกว่าคดีอื่น โดยคดีนั้น กกต.มีมติส่งคำร้องไปศาล คือคดี 53/2568 หลักฐานถูกใช้ในคดีนี้ เป็นเพียงการส่งไม่กี่ข้อความระหว่างผู้สมัคร สว. 2 คน ที่ จ.นครราชสีมา เพื่อขอคะแนนผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ กรณีนี้เมื่อ 26 พ.ย. 2568 ศาลฎีกา ได้ตัดสินว่าเป็นความผิด และสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้กระทำผิด 10 ปี หาก กกต.ไม่ส่งศาล ต้องตอบสังคมให้ชัดว่า มีพยานหลักฐานอื่นใดหักล้างพยานหลักฐานคณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26 ได้ ไม่อย่างนั้นเสี่ยงใช้ดุลพินิจตามอำเภอใจ ทำให้เกิดความเสียหายแก่รัฐร้ายแรง เป็นการใช้อำนาจมิชอบ
2.หาก กกต.หยิบเอามติคณะอนุฯ ชุดที่ 36 เป็นหลังพิงว่าไม่ควรส่งศาลวินิจฉัย ปชน.เห็นว่าไม่ควรทำเช่นนั้น เพราะว่า คณะอนุฯ ชุดที่ 36 ถูกตั้งคำถามความชอบธรรม ทั้งเรื่องที่มา และบทบาทในการทำหน้าที่ เชิงข้อกฎหมาย ถกเถียงกันว่า เป็นการตั้งชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะ กกต.มีมติตั้งคณะนี้ในเดือน ก.ย. 2568 เลยกรอบเวลา 1 ปี หลังรับรองผลเลือก สว.เมื่อ ก.ค. 2567 อาจขัดระเบียบ กกต.ว่าด้วยการไต่สวนฯ ข้อที่ 92 ที่ต้องนำเสนอสำนวนต่อ กกต.ไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันประกาศผล มีข้อโต้แย้งทางกฎหมายอยู่ว่า การตั้งอนุฯชุดนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ประเด็นนี้มีผู้สมัคร สว.บางส่วนฟ้อง กกต.ต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯไปแล้ว
นอกเหนือในเชิงข้อกฎหมายแล้ว ในเชิงการเมืองตั้งคำถามได้เช่นกันว่า กกต.มีเจตนาอะไรตั้งอนุฯชุดนี้ขึ้นมา ถ้าพูดเชิงระบบ กกต.ความจริงแล้วมีอนุวินิจฉัยฯ 35 คณะ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ถูกกล่าวหาวิ่งเต้นคดี คำถามคือกรณีนี้ เหตุใด กกต.จึงไม่ใช้วิธีสุ่ม 35 อนุวินิจฉัยฯที่มีอยู่แล้ว ทำไม กกต.จึงตั้งอนุวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 ขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่เฉพาะสำหรับคดีนี้
3.หาก กกต.จะดึงดันที่จะมีมติตัดจบให้เรื่องนี้ไม่ถูกส่งไปศาล ไม่สามารถหักล้างที่ปรากฏในสำนวนคณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26 หรือหลักฐานต่อสาธารณะ สังคมอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า กกต.กำลังใช้อำนาจมิชอบ เนื่องจากมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ เพราะหากดูรายละเอียด เห็นว่า กกต.ที่จะชี้ขาดว่าส่งศาลหรือไม่ มี 4 คนถูกรับรองโดย สว.ที่กำลังถูกกล่าวหาในสำนวน ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน หาก กกต.พิจารณาสวนหลักฐานข้อเท็จจริง กกต. 4 คนที่ถูกรับรองด้วย สว.ที่ถูกกล่าวหา ถูกรับรองมาบนเงื่อนไขว่า จะช่วยทำให้เรื่องนี้ไม่ไปถึงศาลใช่หรือไม่
4.หาก กกต.มีการเร่งรีบที่จะมีมติตั้งแต่สัปดาห์นี้เลยเพื่อตัดจบเรื่องนี้ไปไม่ถึงศาล สังคมอดตั้งคำถามไม่ได้เช่นกันว่า กกต.นั้นกำลังใช้อำนาจมิชอบ โดยมีใบสั่งเคลียร์ข้อครหาให้หมด ก่อนเลือกนายกฯในสภาหรือไม่ รับรู้อยู่แล้วว่า ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ และ รัฐมนตรีหลายคน รวมอยู่ในผู้ถูกกล่าวหา 229 คนด้วย หากใครในสังคมนี้เชื่อว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวมีอิทธิพลเหนือ กกต. สิ่งที่พวกเขาทำได้คือขอให้ กกต.เร่งมีมติสรุปไม่ส่งเรื่องศาล ตัดจบคดีโกง สว.นี้ ปิดช่องไม่ให้มี สส.คนใด อภิปรายระหว่างวาระเรื่องนายกฯได้ ว่ามีคดีดังกล่าวค้างในกระบวนการยุติธรรม
“4 เหตุผลทำไม ปชน.ตั้งข้อสังเกตว่า กกต.ควรต้องดำเนินการส่งเรื่องไปศาล และดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ตามข้อเสนอคณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26 อยากเชิญชวนประชาชนจับตาการประชุม กกต.สัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด ว่าจะไม่มีความพยายามเร่งตัดจบคดีนี้ไปไม่ถึงศาล” นายพริษฐ์ กล่าว
- ขู่ถ้าปฏิบัติหน้าที่มิชอบ เตรียมดำเนินคดีแน่
เมื่อถามว่า กรณีนี้กังวลเรื่องมีใบสั่งหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ความจริงเป็นเอกสารเผยแพร่สาธารณะอยู่แล้ว คิดว่าเป็นข้อกังวลที่เราต้องการสื่อสารกับทุกภาคส่วน ถ้าเราได้รับข่าวมาว่าอาจมีการกระทำอะไรที่มิชอบ ในฐานะ สส.ต้องดัก และยับยั้งไม่ให้ปัญหานั้นเกิดขึ้น ไม่ได้กล่าวหาสรุปว่ามีใบสั่ง แต่กังวลว่ามีความพยายามหรือไม่ว่า จะไม่ส่งศาลก่อนเลือกนายกฯ ต้องจับตาดูการประชุม กกต.เป็นพิเศษ แม้ผ่านพ้นสัปดาห์นี้ไป ไม่ใช่ว่าจะจบไป ปัจจุบันมีความเห็นแย้งระหว่างคณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26 กับคณะอนุกรรมการฯชุดที่ 36 ยืนยันว่า กกต.ควรเดินหน้าตามคณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26
ซักอีกว่า ปชน.จะดำเนินการทางกฎหมายหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เราเห็นว่าหลักฐานที่เราค่อนข้างชัดเจน และชัดเจนกว่าคดีก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ หาก กกต.ตัดสินใจเรื่องนี้สวนทางกับพยานหลักฐาน และข้อเท็จจริง ถือว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบรูปแบบหนึ่ง เราสามารถดำเนินคดีทางกฎหมายได้ คิดว่าหากเราเห็นว่ามีการกระทำที่เห็นว่าใช้อำนาจโดยมิชอบ เราก็ดำเนินการแน่นอน
“แน่นอนเราเห็นว่าความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความอยุติธรรม เรื่องนี้ควรดำเนินการโดยไม่มีใครประวิงเวลา แต่ต้องดำเนินการอย่างถูกต้องตามหลักฐาน พยาน ข้อเท็จจริงด้วย ไม่ใช่ดำเนินการเร็วอย่างเดียว เพราะ กกต.อาจรีบตัดจบเร็ว ไม่ส่งศาล แต่เมื่อถึงขั้นตอนนี้แล้ว ก่อนหน้านี้วิจารณ์ได้ว่าช้าหรือไม่ แต่ตอนนี้ กกต.ควรดำเนินการตามคณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26” นายพริษฐ์ กล่าว





