วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม 2569

Login
Login

โหวตเชื่อมมิตร‘รัฐบาลน้ำเงิน’ โจทย์ยาก'ธรรมนัส' เลี้ยงงูเขียว

โหวตเชื่อมมิตร‘รัฐบาลน้ำเงิน’ โจทย์ยาก'ธรรมนัส' เลี้ยงงูเขียว

เสร็จสิ้นการโหวตเลือก “ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ” ชื่อของ โสภณ ซารัมย์ สายตรงบ้านใหญ่บุรีรัมย์ เข้าวินนั่งเก้าอี้ประธานสภาฯ แบบแบร์เบอร์ แม้ “พรรคประชาชน” จะเสนอชื่อ พริษฐ์ วัชรสินธุ เข้ามาสู้ ทั้งที่รู้ว่าไม่สามารถรวบรวมเสียงแข่งกับ “ขั้วสีน้ำเงิน” ได้

ทว่าที่น่าจับตา คือ การโหวต “งดออกเสียง” ของ 2 พรรคขั้วฝ่ายค้าน “พรรคกล้าธรรม” 58 เสียง “พรรคประชาธิปัตย์” 21 เสียง ส่งผลให้จำนวนเสียงสนับสนุน “พริษฐ์” 123 เสียง มาจากซีกของ “พรรคประชาชน” เพียงฝั่งเดียว สะท้อนภาพฝ่ายค้าน ที่ไร้เป็นเอกภาพ 

โฟกัสที่ พรรคกล้าธรรม ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่อกหักจากการเข้าร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการ ถือเป็นครั้งแรกที่ต้องมาทำงานในฐานะฝ่ายค้าน ทำให้การรั้งสส. “งูเขียว” เป็นโจทย์ที่ “นักจับงู” ต้องมาแก้สมการด้วยตัวเอง

ย้อนไปก่อนหน้า การก่อร่างสร้างพรรคกล้าธรรม “ธรรมนัส”เติบโตแบบก้าวกระโดด มาจากการสนับสนุนของ “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จนมีสถานะดูแลฟาร์มกล้วย ทั้งในพรรคและบรรดา"พรรคเล็ก” ในช่วงที่พรรคพลังประชารัฐยิ่งใหญ่

ในการรวบรวมไพร่พล ของ“ธรรมนัส”เพื่อเปิดศึกในสภาฯ ทำให้ “ลุงบ้านป่า” เชื่อใจ-เชื่อมือ ดังนั้นสถานะจากดูแลฟาร์มกล้วย จึงได้อัปเกรดมาเป็นเจ้าของฟาร์มงูเห่า มีบรรดา สส. วิ่งเข้าหา จนสร้างอาณาจักรของตัวเองขึ้นมาได้

เมื่อเดินมาถึงฉากแตกหัก “ลุงป้อม” จำเป็นต้องปิดบ้านป่า ในช่วงปี 67-68 สวนทางกับ“ธรรมนัส”ที่บารมีเจิดจ้า สร้างบ้านใหม่จนเติบโตแบบก้าวกระโดด เล่นบทเป็นฝ่ายค้ำรัฐบาลค่ายสีแดง 

กระทั่งฉากต่อมาเมื่อถูกปฏิเสธการเข้าร่วมรัฐบาล จึงเป็นฝ่ายเดินเกมพลิกขั้วล้มรัฐบาลเพื่อไทย ส่งผลให้ “ตระกูลชินวัตร - พรรคเพื่อไทย” กลายเป็น“พรรคต่ำร้อย”

ทว่า หลังเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 สายสัมพันธ์ระหว่าง “ธรรมนัส” และ “ครูใหญ่” เนวิน ชิดชอบ ถูกตัดขาดสะบั้น แม้ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล จะเล่นบท “หนูหวานเจี๊ยบ” แต่การตัดสินใจเบ็ดเสร็จอยู่ที่ “ครูใหญ่”

ท่าทีของ “อนุทิน” ที่ส่งถึง “ธรรมนัส” ภายหลังการโหวตเลือกประธานสภฯ ซึ่ง “พรรคกล้าธรรม” โหวตงดออกเสียง ยังสงวนความเป็นมิตร โดยระบุว่า “ผมเจอกับ สส. พรรคกล้าธรรมหลายคน รวมถึงอัครา พรหมเผ่า สส.พะเยา ฐานะน้องชาย ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งความเป็นเพื่อนยังมีอยู่ เพื่อนกันไม่มีวันหมดอายุ”

มีกระแสข่าวว่าการประชุม สส. พรรคกล้าธรรม ในช่วงเช้าวันที่ 15 มี.ค. เพื่อขอมติโหวตประธานสภา “ธรรมนัส” เช็คชื่อลูกพรรคทุกคน เพื่อไม่ให้มีการแตกแถว แหกมติพรรค โดย สส. “งูเขียวเลือดแท้” มากันครบตั้งแต่ไก่โห่ แม้จะมี “งูเขียวเลือดเทียม” บางรายมาช้าจน หัวหน้าค่ายต้องร้อนรน

เวลานี้ “สส.กล้าธรรม” ยังแถวตรง แม้จะเป็นการโหวตลับ เช็คชื่อกันไม่ได้ ว่าใครออกเสียงอย่างไร แต่จำนวน 80 สส. งดออกเสียง ทำให้ “ธรรมนัส” พอสบายใจได้ว่า “งูเขียว” ยังไม่เลื้อยไปไหน

อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาการโหวตเลือกนายกฯ อีกระลอก ว่ากันว่า “ธรรมนัส-กล้าธรรม” มีแนวโน้มจะโหวตเพื่อมิตรภาพ โดยการ “งดออกเสียง” เช่นเดิม เพราะไม่ต้องการหักดิบ “ค่ายน้ำเงิน” แบบทันทีทันด่วน เนื่องจากสไตล์ของ “กล้าธรรม” ยังต้องพึ่งพาอาศัย “อำนาจรัฐ” เพื่อประคับประคองพรรคให้อยู่ได้

จากเดิมที่คาดการณ์กันว่า “ธรรมนัส” จากมิตรสู่ศัตรู จะขับเคลื่อนงาน “ขั้วค้าน” ด้วยความแค้น แต่ท่าทีล่าสุด อาจจำเป็น จำใจ ไว้มิตรกับ “ค่ายน้ำเงิน” โดยเก็บความแค้นเอาไว้ในใจ เพราะการเลี้ยง “งูเขียว” หากหงายไพ่ทั้งหมด โชว์บทบาท “ฝ่ายค้าน - ฝ่ายแค้น” อาจจะทำให้ “งูเขียว” โดนล่อใจให้เลื่อยออกจาก“กล้าธรรม” เร็วขึ้น

จับตากลเกมของ “ธรรมนัส” ที่เปลี่ยนจาก “คนซื้องูเห่า” มาอยู่ในสถานะ “คนเลี้ยงงูเขียว” ความยากง่ายย่อมแตกต่างกัน ยิ่งไม่มี “อำนาจรัฐ” ยิ่งต้องเดินหมาก ด้วยความสุขุมลุ่มลึก เพื่อเอาตัวรอดไว้ก่อน