วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม 2569

Login
Login

สภาฯ ประชุมวันแรกคึกคัก 'โสภณ-พริษฐ์' ชิงเก้าอี้ ปธ.สภาฯ

สภาฯ ประชุมวันแรกคึกคัก  'โสภณ-พริษฐ์' ชิงเก้าอี้ ปธ.สภาฯ

บรรยากาศเปิดประชุมสภานัดแรกคึกคัก “โสภณ-พริษฐ์" ชิงเก้าอี้ประธาน “โสภณ” ขอสภาฯตรวจสอบฝ่ายบริหารอย่างสมดุล อย่ามุ่งชนะคะคาน ด้าน​ “พริษฐ์” ขอให้ไม่วางตัวเป็นกลาง

ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาฯ ชุดที่ 27 ปีที่1 ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เพื่อให้สส. ได้กล่าวปฏิญาณตนก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่และ เลือกประธานสภาฯ และ รองประธานสภาฯ   

โดยบรรยากาศก่อนการประชุมพบว่า สส.แต่ละพรรคได้ทยอยเข้าสู่ห้องประชุม ซึ่งจัดโซนให้นั่ง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย นั่งอยู่ด้านซ้ายของห้องประชุม ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ฐานะ สส.บัญชีรายชื่อพรรคพรรคภูมิใจไทยได้เดินนำสส.เข้าสู่ห้องประชุม และได้เดินทักทายสส. ซึ่งพบว่านายจุลพันธ์ อรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้เข้าไปจับมือด้วยความยินดี

นอกจากนั้นแล้วยังพบว่านายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม. พรรคประชาชน ได้เดินเข้าไปจับมือและพูดคุย กับนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.เลย พรรคเพื่อไทย ด้วย

และเมื่อ 09.30 น. หลังจากที่พบว่ามีผู้ลงชื่อครบองค์ประชุมแล้ว นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาฯ กล่าวเชิญนายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ฐานะสส.ที่อาวุโสสูงสุดขึ้นทำหน้าที่ประธานชั่วคราวของที่ประชุม จากนั้น ได้ให้ สส.กล่าวปฏิญาณตนก่อนเข้าทำหน้าที่

จากนั้นนายไพโรจน์ ได้แจ้งต่อที่ประชุมให้รักษาข้อบังคับของที่ประชุม ก่อนที่จะเปิดให้เสนอชื่อบุคคลที่ดำรงตำแหน่ง ประธานสภาฯ โดยพบว่านายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เสนอช่ือ นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขณะที่นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอชื่อนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน  ทำให้ต้องมีการแสดงวิสัยทัศน์และลงคะแนนลับ

โดยนายโสภณ กล่าววิสัยทัศน์ ตอนหนึ่งว่า  25 ปีที่ตนอยู่ในสภาฯ และเห็นการทำงานหลากหลายรูปแบบ  ทั้งนี้ตนหวังว่าจะสภาฯ จะหลอมรวมประสบการณ์ในอดีต และความทันสมัย เพื่อทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด สำหรับอำนาจหน้าที่ของประธานสภาฯ มี 3 ประการ คือ นำเรื่องราวทุกข์ร้อนของประชาชนมาบอกกล่าวเพื่อให้ฝ่ายรัฐบาลนำไปปฏิบัติเป็นรูปธรรม ตรวจสอบ ฝ่ายบริหารซึ่งตนอยากเห็นการตรวจสอบที่มีคุณภาพ สมดุล เป็นเหตุเป็นผลเพื่อประโยชน์ประชาชน นและ การออกกฎหมายตรากฎหมาย โดยตนอยากเห็นสภาฯ เป็นที่ออกกฎหมายเพื่อเป็นเครื่องมือให้ฝ่ายรัฐบาลนำไปปฏิบัติเพื่อฝันฝ่าวิกฤติ

“ปัจจุบันมีกฎหมายที่ล้าสมัยจำนวนมาก บังคับใช้ไม่ได้ ไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ดังนั้นตนหวังว่านิติบัญญัติต้องสังคายนากฎหมายที่ล้าสมัย และอุปสรรค โดยต้องปรับปรุงยกเลิกโดยเร็วที่สุด และกฎหมายใหม่ที่นำเสนอเพื่อเป็นเครื่องมือให้ฝ่ายบริหารทำงาน ต้องทันสมัยทันเหตุการณ์ และการพัฒนาการของประเทศและของโลก” นายโสภณ กล่าว

สภาฯ ประชุมวันแรกคึกคัก  'โสภณ-พริษฐ์' ชิงเก้าอี้ ปธ.สภาฯ

นายโสภณ กล่าวต่อว่า การเสนอกฎหมายแต่ละครั้งต้องใช้เวลา ทำให้บางสมัยประชุมไม่สามารถออกกฎหมายได้ โดยตนไม่พึงปรารถนาให้สภาฯ ใช้วาทะกรรมเอาชนะคะคานโดยไม่ถึงผลที่จะได้รับ ซึ่งตนคิดว่าประชาชนต้องการเห็นการบัญญัติกฎหมายเพื่อเป็นเครื่องมือให้รัฐบาล และเป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชน และเพื่อทำให้สภา สร้างความทศัทธา เพื่อเกียรติ ศักดิ์ศรีให้เป็นสภาที่สง่างาม และหากผมได้รับเลือก จะทำหน้าที่ประธานสภาฯ โดยปวราณาตัวทำงานอย่างเที่ยงธรรม เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ประชาชน จรรโลงไว้ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ขณะที่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนไม่คาดหวังว่าจะได้รับเลือกให้เป็นประธานสภาฯ เพราะจากผลการเลือกตั้ง เมื่อ 8 ก.พ.  พรรคประชาชนเคารพสิทธิของพรรคอันดับหนึ่งที่เดินหน้าแกนนำตั้งรัฐบาล  ทั้งนี้พรรคประชาชน ฐานะแกนนำพรรคฝ่ายค้าน มองว่ายังมีบทบาทที่จะเสนอแนะให้ว่าที่รัฐบาลรับไว้พิจารณา อย่างไรก็ดีตนมองว่าคนที่จะทำหน้าที่ประธานสภาฯ คนต่อไปจะไม่วางตัวเป็นกลางใน 4 เรื่อง คือ

1.ไม่เป็นกลางระหว่างการหยุดอยู่กับที่หรือเดินไปข้างหน้า โดยอยากเห็นการใช้เทคโนโลยียกระดับการทำงาน โดยให้มีการถ่ายทอดสดการทำงานของการประชุมกรรมาธิการ (กมธ.) 

2.ไม่เป็กลางการปกปิดและความโปร่งงใส ทั้งนี้ความโปร่งใจจะทำให้ประชาชนรับรู้ว่าสส.ทำงานคุ้มค่าภาษีประชาชนหรือไม่ โดยสภาฯต้องเผยแพร่แดชบอร์ดถึงการทำงานและลงมติ รวมถึงสนับสนุนถ่ายทอดสดการรประชุมกมธ. 

3.ไม่เป็นกลางกับเรื่องเผาผลาญและปกป้องภาษีประชาชน หวังว่าประธานสภาฯคนถัดไปจะลุกเป็นหัวหอกเสนอให้ตัดหรือปรับงบส่วนที่ไม่จำเป็นไม่ก่อประโยชน์ส่วนรวมแม้จะขัดกับความต้องการ สส.

4. ต้องไม่เป็นกลางระหว่างอำนาจของใครไม่กี่คนและอำนาจของประชาชน

สภาฯ ประชุมวันแรกคึกคัก  'โสภณ-พริษฐ์' ชิงเก้าอี้ ปธ.สภาฯ

“ประธานสภาฯ ในฐานะประธานรัฐสภา ที่ทำหน้าที่กรรมการสรรหาองค์กรอิสระ ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้การทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ อิสระจาการแทรกแซงจากกลุ่มทางการเมือง ไแต่ไม่เป็นอิสระจากประชาชน ทั้งนี้ประธานสภาฯ คนถัดไปมีบทบาทสำคัญรวมพลังทุกพรรค ตรวจสอบการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมาและทำให้สังคมเชื่อมั่นและมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งถัดไปเสรี เป็นธรรมปร่งใส และเดินหน้ากระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่เดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงรวดเร็ว เปิดกว้าง ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ตามผลการออกเสียงประชามติและคำถามสำคัญคือ 4 ปีข้างหน้า สภาฯ จะยืนอยู่ข้างใครระหว่างประชาชน กับกลุ่มอำนาจไม่กี่กลุ่มที่พยายามครอบงำผู้แทนราษฎร”นายพริษฐ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนการลงมติมีข้อหารือต่อกรณีของการลงคะแนนลับผ่านการเขียนชื่อบุคคลที่ถูกเสนอชื่อลงในบัตรออกเสียง ซึ่งมีคำถามต่อการสะกดชื่อที่ไม่ถูกต้อง โดยตอนแรก นายไพโรจน์ วินิจฉัยว่าหากสะกดผิดแม้แต่ตัวเดียวถือว่าเป็นบัตรเสีย ทำให้ถูกทักท้วงว่าขอให้ยึดเจตนารมณ์ของผู้ออกเสียงแม้จะมีการสะกดชื่อผิด เช่น ตัวสะกด หรือ ใส่การันต์ และมีข้อเสนอให้เขียนหมายเลขแทนเขียนชื่อ จนในที่สุดนายไพโรจน์ได้วินิจฉัยสุดท้ายว่า หากสะกดชื่อผิดยังถือเป็นบัตรดี ทั้งนี้ขอให้เป็นดุลยพินิจของกรรมการนับคะแนน ส่วนบุคคลที่ต้องการงดออกเสียงให้เขียนคำว่า งดออกเสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนการลงคะแนนลับ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ เสนอญัตติให้ที่ประชุมพิจารณาต่อการเปลี่ยนแปลงการออกเสียง จากเดิมที่กำหนดให้เขียนชื่อผู้สมัคร ไปเป็นเขียนหมายเลขแทนเพื่อตัดปัญหาความผิดพลาด

ทั้งนี้พบว่าที่ประชุมได้ถกเถียงต่อประเด็นดังกล่าว โดยส่วนหนึ่งแสดงความเห็นคัดค้านและขอให้ใช้การเขียนชื่อเช่นเดิมอย่างไรก็ดีในตอนท้าย สส.ฝ่ายรัฐบาลลุกขึ้นสนับสนุนญัตติของนายรังสิมันต์ โดย ทั้งนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล  สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย และนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทยไม่ขัดข้องที่จะเปลี่ยนวิธีการลงคะแนน ทำให้นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ประธานชั่วคราวของที่ประชุมได้วินิจฉัยให้เปลี่ยนแปลง โดยหมายเลข 1 เป็นชื่อของนายโสภณ และหมายเลข 2 เป็นชื่อของนายพริษฐ์ ขณะที่การโหวตงดออกเสียง ให้เขียนคำว่า งดออกเสียง

จากนั้นที่ประชุมได้เข้าสู่การลงคะแนนลับเพื่อโหวตเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ หลังจากที่ได้ใช้เวลาหารือเกือบ 1 ชั่วโมง