หากเป็นไปตามที่ปรากฎในหน้าสื่อ ‘บิ๊กดุลย์’พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม คนปัจจุบัน จะเป็นทหารยศพลโท คนแรกที่แหวกม่านประเพณีกองทัพ ผงาดนั่ง รมว.กลาโหม ในครม.อนุทิน 2
ตำแหน่ง รมว.กลาโหม ถูกจับตามองมากเป็นพิเศษ โดยก่อนหน้านี้มีข่าว อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี อาจควบเสียเอง เพราะได้แรงหนุนจากเพื่อน วปอ.61 ซึ่งรู้ประเพณีวัฒนธรรมกองทัพเป็นอย่างดี และยังเป็นเกียรติประวัติวงศ์ตระกูล
อีกทั้งในห้วงที่อนุทินเป็นนายกฯ มากว่า 4 เดือน จนถึงรักษาการ ได้รับรู้รับทราบปัญหาด้านความมั่นคง การแก้ปัญหาด้านต่างๆ โดยเฉพาะการสู้รบกับกัมพูชา และวิกฤติตะวันออกกลาง ได้พบปะกับผู้นำเหล่าทัพหลายครั้งจนสร้างความคุ้นเคย
อีกกระแส ระบุว่าอนุทินอยากควบ รมว.มหาดไทย มากกว่า และกำลังมองหาผู้ที่เหมาะสมนั่งเก้าอี้ รมว.กลาโหม จนเป็นที่มาชื่อย่อ บิ๊ก ด.และ บิ๊ก ป. แต่ก็ยังไร้ความชัดเจน
สปอตไลต์จึงจับไปที่ “บิ๊กดุลย์” พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม ในวันสถาปนากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) ที่มีนายกฯอนุทิน เป็นประธาน เพราะหลังเสร็จพิธี ได้เรียกพบบิ๊กดุลย์ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
ขณะนั้นนักสังเกตการณ์การเมืองยังมองว่า พล.ท.อดุลย์ อาจได้นั่งเก้าอี้เดิม คือ รมช.กลาโหม ไม่มีใครคาดคิดว่า จะมีชื่อเป็น รมว.กลาโหม เนื่องจากยศพลโท
แม้ พล.ท.อดุลย์ จะเป็นเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 26 (ตท.26) พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. และพล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผบ.ทอ.แต่ก็ถูกมองข้าม เพราะเหตุที่เชื่อกันว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะให้ทหาร พล.ท.รุ่นน้อง มานั่งตำแหน่ง รมว.กลาโหม ซึ่งเท่ากับว่าเป็นผู้บังคับบัญชาทหารรุ่นพี่
ทว่าเมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา นายกฯอนุทิน เรียกพบพล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม ที่ตึกไทยคู่ฟ้า โดยไม่มีการเปิดเผยว่าพูดคุยกันเรื่องใด แต่คาดการณ์ว่า น่าจะเกี่ยวข้องกับบุคคลที่จะมาเป็น รมว.กลาโหม คนใหม่ เนื่องจาก ปลัดกลาโหม ต้องทำงานร่วมกับ รมว.กลาโหม ใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังมีบิ๊กกองทัพเรือเข้าพบ แต่ไม่แน่ชัดว่าเป็น พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร.หรือไม่
โดยในวันเดียวกันนั้น พล.ท.อดุลย์ อยู่ที่ จ.บุรีรัมย์ โดยคนใกล้ชิดระบุว่า มาจัดการธุระส่วนตัว และในช่วงสายเดินทางไปเป็นประธานเปิดโครงการบูรณาการภาคีเครือข่ายอากาศยานร่วมดับไฟป่าภาคเหนือ ประจำปี 2569 กองบิน 41 เชียงใหม่
อย่างไรก็ตาม ทั้งพล.อ.ธราพงษ์ และ พล.ร.อ.ไพโรจน์ จะเกษียณอายุราชการ 30 ก.ย.2569 นี้ หาก พล.ท.อดุลย์ ขึ้นเป็น รมว.กลาโหม จะได้ทำงานร่วมกันในห้วงเวลาสั้นๆ ซึ่งไม่อิหลักอิเหลื่อมากนัก
ที่สำคัญมีกระแสข่าว ปลัดกลาโหม และ ผบ.ทร.คนใหม่ จะเป็น ตท.26 ส่วน พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ยังไม่เกษียณอายุราชการ แต่เป็นทหารยุคใหม่ ที่ไม่ยึดติดเรื่องรุ่นมากนัก และเคยทํางานร่วมกับ ตท.26 ตั้งแต่เป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ.
ขณะเดียวกัน พล.อ.อดุลย์ จะเป็นตัวเชื่อมที่ดีระหว่างกองทัพ เพราะนอกจาก พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ แล้ว ในไลน์ 5 เสือ ทบ.ล้วนเป็นเพื่อน ตท.26 ทั้งสิ้น เช่น พล.อ.ชิษณุพงษ์ รอดศิริ รอง ผบ.ทบ. พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผู้ช่วยผบ.ทบ. พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสธ.ทบ.
แถมมี “เสธ.เอก” พล.อ.อานุภาพ ศิริมณฑล เป็นหัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา อยู่หน้าห้องผบ.ทบ. อีกคน รวมถึง พล.ท.ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก
ขณะที่ระดับแม่ทัพ พล.ต.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาค 2 พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ท.อดุลย์ จันทร์มา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (ผบ.นสศ. ก็ล้วน ตท.26
สำหรับ พล.ท.อดุลย์ ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 ก่อน “แม่ทัพกุ้ง” พล.อ.บุญสิน พาดกลาง จะเกษียณอายุราชการเมื่อปี 2567 ถือเป็นแม่ทัพอีสานใต้ซึ่งอยู่ในพื้นที่มาตั้งแต่จบการศึกษา หลังจบโรงเรียนนายกร้อยพระจุลจอมเกล้า (รร.จปร.)
เส้นทางราชการ อยู่หน่วยทหารจังหวัดบุรีรัมย์มาโดยตลอด เติบโตขึ้นเป็นผู้หมวด ผู้บังคับการกอง ก่อนจะขึ้นเป็น ผบ.ร.23 พัน 4 ในยุคที่ตระกูล “ชิดชอบ” สถาปนาการเมืองบ้านใหญ่ในพื้นที่ ถือเป็นรุ่นน้องและเกลอครูใหญ่ “เนวิน ชิดชอบ” ที่มีความใกล้ชิด สนิทสนมมายาวนาน 40 ปี
โดย พล.ท.อดุลย์ จะเป็น อดีต มทภ.2 คนที่ 3 ต่อจาก พล.อ.สุรยุทธ์ จุลนนท์ ประธานองคมนตรี และป๋าเปรม พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้เป็น รมว.กลาโหม
ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่า ทั้งฝ่ายการเมือง และบิ๊กเหล่าทัพต่างก็แฮปปี้ หาก รมว.กลาโหม ชื่อ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ ซึ่งจะทำให้การทำงานสอดผสานแน่นแฟ้นกันมากยิ่งขึ้น





